EVEANDBOY กางแผนบุกบิวตี้รับตลาดดีดกลับ

EVEANDBOY

ตลาดความงามส่งสัญญาณบวกหลังโควิดคลี่คลาย “อีฟแอนด์บอย” กางแผน 3-5 ปี ผุดเพิ่ม 15 สาขา เตรียมแผนชูร้านใหม่ไซซ์เล็ก 100-200 ตร.ม. บุกตลาดต่างจังหวัด พร้อมซุ่มเจรจาพาร์ตเนอร์สยายปีกซีแอลเอ็มวีโมเดลเต็มรูปแบบ คาดสิ้นปีโตเบาะ ๆ กวาด 5 พันล้าน วางเป้าหมื่นล้านใน 5 ปี พร้อมทะยานโกลบอลแบรนด์

นายหิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟแอนด์บอย จำกัด ผู้บริหารร้านบิวตี้สโตร์ “อีฟแอนด์บอย”เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดบิวตี้สโตร์ทยอยปิดตัวลงต่อเนื่อง จากการดิสรัปชั่นของเทคโนโลยี การบริหารจัดการร้านที่ต้องใช้ความชำนาญและต้นทุนสูง

รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา เป็นปัจจัยที่ทำให้ร้านความงามหลายแบรนด์หายไปจากตลาด ขณะที่ช่วงปี 2563 ยอดขายของบริษัทลดลงกว่า 30% และเป็นการลดลงครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2547

ล่าสุดช่วงต้นปีที่ผ่านมา ภาพรวมธุรกิจความงามและเครื่องสำอางเริ่มกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง สังเกตได้จากทราฟฟิกเข้าร้านเพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพื่อเป็นการรองรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง บริษัทเริ่มกลับมารุกตลาดอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากที่ได้ชะลอแผนงานบางส่วนไป ทั้งการขยายสาขา การเพิ่มสัดส่วนสินค้า และการขยายตลาดต่างประเทศ โดยช่วงที่โควิดระบาด บริษัทได้มีการลงทุน ทั้งปรับระบบจัดซื้อ ทำเชลฟ์ใหม่ ทำร้านใหม่ เพื่อรอให้สถานการณ์คลี่คลาย

Advertisment

โดยแผนงานในช่วง 3-5 ปีจากนี้ วางเป้าจะขยายสาขาอย่างน้อยปีละ 3 สาขา จากปัจจุบันมี 16 สาขา (กรุงเทพฯ-ปริมณฑล 12 สาขา และต่างจังหวัด 4 สาขา) เน้นพื้นที่ขนาดตั้งแต่ 600 ตร.ม.ขึ้นไป ภายใต้งบฯการลงทุน 80 ล้านบาท/แห่ง หรือคิดเป็นเงินลงทุนการขยายสาขาอย่างน้อยปีละ 240 ล้านบาท

เน้นในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นหลักและในอนาคต หากสาขามีความครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล หรือประมาณ 50 สาขาแล้ว บริษัทได้เตรียมพัฒนาโมเดลใหม่เป็นร้านขนาดเล็ก ขนาด 100-200 ตร.ม. เพื่อรองรับการขยายตัวและบุกไปในทำเลต่างจังหวัดที่เมืองรองมากขึ้น

สำหรับสาขาที่จะเปิดใหม่ 3 แห่งในปีนี้ เช่น เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา แห่งที่ 2 ที่ซีคอนฯ ศรีนครินทร์ ในช่วงไตรมาส 3 ส่วนอีก 1 แห่งคาดว่าจะเปิดบริการในช่วงไตรมาส 4 อยู่ระหว่างการศึกษาพื้นที่และขั้นตอนการเจรจาธุรกิจ ขณะที่ตลาดต่างประเทศ ได้เตรียมขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี

ด้วยการจับมือกับพาร์ตเนอร์ นำโมเดลร้านที่ไซซ์ใหญ่เข้าไปทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบ หลังที่ผ่านมาชะลอแผนไว้ก่อนจากสถานการณ์โควิด เบื้องต้นขณะนี้มีการเจรจาในหลายประเทศ โดยจะได้เห็นการขยายสาขาของอีฟแอนด์บอยในต่างประเทศใน 3 ปี

Advertisment

ด้านแผนการตลาดปีที่ผ่านมาได้มีการปรับกลยุทธ์ในหลายมิติ ทั้งการพัฒนาช่องทางช็อปปิ้งออนไลน์ ทั้ง e-Commerce และ social commerce ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าทางเว็บไซต์ www.EVEANDBOY.com หรือแอปพลิเคชั่น EVEANDBOY และจากเทรนด์การแต่งหน้าที่เปลี่ยนไป

บริษัทได้มีการปรับตัวและโฟกัสไปที่เรื่องของการดูแลผิวและการแต่งหน้าเฉพาะส่วนแทน โดยมุ่งไปที่สินค้ากลุ่มเวชสำอางและสกินแคร์เพิ่มขึ้น และปีนี้จะมีสินค้าเคาน์เตอร์แบรนด์ น้ำหอมแบรนด์ดัง กลุ่มสินค้า K-Beauty เครื่องสำอางจากเกาหลีที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น เข้ามาเสริมและเพิ่มความหลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการในทุกเซ็กเมนต์

จากปัจจุบันที่ภายในร้านมีสินค้าประมาณ 4,000 รายการจากกว่า 1,000 แบรนด์

“ที่ผ่านมาเรามีการปรับสัดส่วนสินค้าภายในร้านให้สอดรับกับสถานการณ์เป็นระยะ ๆ เช่น มีการปรับสินค้าในกลุ่มคัลเลอร์ที่ใช้อารมณ์ในการตัดสินค้าออก ลดพื้นที่สินค้ากลุ่มเมกอัพลง และนำสกินแคร์ น้ำหอม ที่มีความต้องการมากเข้ามาเสริม เพราะวงจรของธุรกิจเครื่องสำอางเปลี่ยนตลอดเวลา ดังนั้น ก็จะมีแบรนด์ใหม่หมุนเวียนเข้ามาตลอดเวลา”

สำหรับปีนี้ บริษัทวางเป้ายอดขายไว้ประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยเฉพาะยอดขา
ยจากช่องทางออนไลน์ มั่นใจว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 2-3 เท่าตัว หรือมียอดขายประมาณ 500 ล้านบาท หรือ 10% ของรายได้รวม และจากแผนการเร่งขยายตลาดในช่วง 3-5 ปีนับจากนี้

ทั้่งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งเป้าว่าจะมีรายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาทในอีก 5 ปี เป็นยอดขายจากออนไลน์ 20-30% และออฟไลน์ 70-80% และในอนาคตอยากให้อีฟแอนด์บอยเป็นโกลบอลแบรนด์ที่สามารถสร้างการเติบโตได้ในตลาดต่างประเทศ