“เนต้า” อีวีจีน ลั่น MOU สรรพสามิตรับเงินอุดหนุนคันละ 1.5 แสน จันทร์นี้

บอสใหญ่เนต้า ลั่นวันจันทร์ 28 พ.ย. นัดอธิบดีกรมสรรพสามิตเซ็นเอ็มโอยู พร้อมประกาศพันธมิตรจ้างผลิต  ปลื้มยอดจองทะลุ 6 พันคัน ส่งมอบลูกค้าแล้วกว่า 100 คัน เสริมทัพมอเตอร์เอ็กซ์โปอีก 2 รุ่น

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2565 นายอเล็กซ์ เป่า จ้วงเฟย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าในวันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2565 ได้นัดหมายกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เพื่อลงนามข้อตก (MOU) รับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

โดยที่ผ่านยังติดขัดรายละเอียดด้านการผลิต ทำให้การลงนามล่าช้าไปหลายเดือน แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรค์ต่อการขาย เนื่องจากเนต้าได้ขออนุมัติโครงสร้างราคาขายปลีกแนะนำจากกรมสรรพสามิตพร้อมประกาศราคาขาย NETA V 549,000 บาท โดยหักเงินอุดหนุน 1.5 แสนบาทแล้ว

อเล็กซ์ เป่า จ้าวเฟย
อเล็กซ์ เป่า จ้าวเฟย

“ในวันที่เซ็น MOU กับกรมสรรพสามิต เนต้าจะประกาศชื่อพันธมิตรที่รับจ้างผลิตรถอีวีเนต้า V ด้วย เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า”

ผู้จัดการทั่วไปเนต้าออโต้ ไทยแลนด์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้เนต้ามียอดจองรถอีวี เนต้า V ถึง 6,000 คัน ส่งมอบไปแล้วกว่า 100 คัน และในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2022 นี้ บริษัทยังได้เข้าร่วมงานโดยจะมีรถยนต์รุ่นใหม่ เนต้า U และเนต้า S มาอวดโฉมและพร้อมจำหน่าย

เนต้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตราการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รัฐบาลได้อนุมัติ งบฯกลาง จากงบประมาณปี 2565 สำรองจ่ายวงเงิน 2,923.397 ล้านบาท ปัจจุบันมีค่ายรถยนต์และจักรยานยนต์เข้าร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้อีวีแล้ว 8 ราย

ได้แก่ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด (MG), บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (GWM), บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (TOYOTA), บริษัท กรีน ฟิวเตอร์ จำกัด, บริษัท ไมน์ โมบิลิตี คอร์ปอเรชั่น จำกัด และอีก 3 บริษัทเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ ได้แก่ บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด (Deco Green) บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด และบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด

Advertisement

“ตามนโยบาย 30/30 ของรัฐบาลจะผลิตรถให้ได้ 700,000 คัน หรือ 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดใน 2573 ซึ่งตอนนี้บีโอไออนุมัติส่งเสริมการผลิตทะลุ 830,000 คันไปแล้ว คาดว่าปลายปี 2565 หรือช่วงต้นปี 2566 น่าจะขึ้นไปแตะ 1 ล้านคัน”