“ทาคาชิ ฮาตะ”บอสใหญ่ตรีเพชรฯ ใครว่า “อีซูซุ” ไม่มีปิกอัพอีวี

ทาคาชิ ฮาตะ
ทาคาชิ ฮาตะ
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ถือเป็นค่ายรถปิกอัพผู้นำตลาดรถยนต์ปิกอัพบ้านเราที่มี “ประชากร” แฟน ๆ รถยนต์อีซูซุจำนวนมากในบ้านเรา แม้ว่าตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ รวมทั้งอีซูซุเองต่างต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ จนทำให้การผลิตรถยนต์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศและส่งออกมีปัญหา

สำหรับอีซูซุได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่จากการบริหารจัดการที่เข้มแข็งได้สะท้อนความสำเร็จในช่วงนี้ เห็นได้จากยอดขายในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา อีซูซุมียอดขายโตกว่า 20% บวกกับแรงส่งที่อีซูซุเพิ่งจะส่งรถยนต์รุ่นปรับโฉม ทั้งอีซูซุ ดีแมคซ์ และอีซูซุ มิว-เอ็กซ์ ออกสู่ตลาด วันนี้ นายใหญ่ “ทาคาชิ ฮาตะ” กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จะมาสะท้อนมุมมองและคาดการณ์สถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์จากนี้ ไปติดตามกัน

Q : ผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา

ยอดขาย 10 เดือนแรกของตลาดรถยนต์ปีนี้รวมทุกประเภทอยู่ที่ 698,508 คัน เป็นปิกอัพ 323,625 คัน เป็นรถพีพีวี 51,642 คัน และรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ 27,228 คัน เมื่อเปรียบเทียบกับยอดขาย 10 เดือนของปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 16.8%

อีซูซุมียอดขายรวมทุกประเภท 177,714 คัน เป็นรถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ 148,784 คัน มีส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถปิกอัพไทย 46% ซึ่งเป็นส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเท่าที่อีซูซุ ดีแมคซ์ ทำได้ ส่วนรถมิว-เอ็กซ์ มียอดขาย 15,141 คัน รถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ 13,789 คัน เทียบกับยอดขาย 10 เดือนของปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 20.9% อันนี้เป็นตัวเลขในเชิงปริมาณ

Q : คาดการณ์ตลาดในปีนี้

สำหรับตลาดรถปีนี้ อีซูซุคาดการณ์ว่า ยอดขายของรถทุกประเภทจะอยู่ที่ 860,000 คัน เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยจำนวนนี้เป็นปิกอัพ 400,000 คัน เพิ่มขึ้น 17% ซึ่งเติบโตมากกว่าตลาดรถยนต์โดยรวม

ส่วนรถอีซูซุปีนี้คาดว่าจะขายได้ 216,500 คัน หรือเติบโตขึ้น 17.6% คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 21% อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวตั้งแต่เดือน 10 เป็นต้นมา ทั้งนี้จะเห็นว่าในส่วนของสัญญาณชะลอตัวที่เกิดขึ้นในด้านมหภาค เกิดจากผลกระทบที่รุนแรงจากภาวะเงินเฟ้อ ทำให้ราคาสินค้าต่าง ๆ แพงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันและภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกได้ส่งผลกระทบกับทุกอุตสาหกรรม

ประกอบกับเดือนกันยายนและตุลาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยในหลายภูมิภาคยังประสบกับปัญหาน้ำท่วม ทำให้เกิดการชะลอตัวในการตัดสินใจซื้อรถใหม่ และครึ่งปีแรกยังได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ค่อนข้างมาก ซึ่งส่งผลกระทบกับผู้ผลิตรถทุกแบรนด์

Q : ปัญหาเซมิคอนดักเตอร์ยังกระทบมากน้อยแค่ไหน

ทั้งนี้จะเห็นว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้การซัพพลายเซมิคอนดักเตอร์เริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ผลกระทบก็ยังไม่หมดไป ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละค่ายรถยนต์มีการสั่งซื้อเซมิคอนดักเตอร์กับผู้ผลิตรายใด ซึ่งคาดว่าผลกระทบจะยังต่อเนื่องไปถึงต้นปีหน้าด้วย

และยังมีปัจจัยความเสี่ยงเรื่อง Zero COVID ในประเทศจีนที่ส่งผลกระทบเรื่องการปิดโรงงานในกรณีที่เกิดการแพร่ระบาด ทำให้โรงงานเซมิคอนดักเตอร์ได้รับผลกระทบไปด้วย และยังมีความเสี่ยงเรื่องการปิดโรงงานชิ้นส่วนที่มีแหล่งผลิตมาจากประเทศจีนด้วย

แต่ปัจจัยบวกที่สำคัญ ได้แก่ สถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ ส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว แต่สถานการณ์เงินเฟ้อน่าจะปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ปีนี้ อีกทั้งราคาพืชผลการเกษตรในปีนี้ถือว่าดีพอสมควร ดังนั้นสถานการณ์ยอดขายจึงไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงมากนักในช่วงปีหน้า

แต่อีซูซุรู้สึกว่าแนวโน้มน่าจะดีขึ้น หากแต่สิ่งที่อีซูซุกังวลมากที่สุด คือ ภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศจีน

Q : มีโอกาสจะได้เห็นรถปิกอัพอีวี

สำหรับรถปิกอัพอีวีนั้น อีซูซุ มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น มีการใช้งบประมาณในการวิจัยและพัฒนาเรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอน แต่ตลาดหลักของเราในไทย คือ รถปิกอัพและรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่นั้นจะได้รับผลกระทบจากรถไฟฟ้าที่ค่ายอื่น ๆ แนะนำมาหรือไม่ คงต้องตอบว่าไม่น่าจะมีผลกระทบ เพราะสถานการณ์ของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

เพราะรถ EV ที่เป็นกระแสในประเทศไทยจะส่งผลกระทบกับรถยนต์นั่งเป็นหลัก มีการพัฒนา charging station เพื่อตอบสนองการใช้รถยนต์นั่งอยู่แล้ว และอีซูซุเราเน้นรถปิกอัพและรถเพื่อการพาณิชย์เป็นหลัก ดังนั้นต้องรอการพัฒนาของแบตเตอรี่มากกว่านี้ สำหรับเรื่องรถปิกอัพไฟฟ้าของอีซูซุอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่ยังไม่มีกำหนดในการออกสู่ตลาดที่แน่นอน แต่ในรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่มีแผนแน่นอนแล้วว่าจะแนะนำ EV TRUCK ในปีหน้าที่ประเทศญี่ปุ่น

Q : ประเมินสถานการณ์ด้านการผลิต

ตอนนี้อีซูซุมีรถไม่เพียงพอต่อการส่งออกแต่ละประเทศ เนื่องจากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ ปัจจุบันตลาดส่งออกอันดับ 1 ของอีซูซุ คือ 1.ออสเตรเลีย 2.ตะวันออกกลาง 3.ยุโรป และ 4.อาเซียน ส่วนในไทยเอง เรามียอดค้างสะสมอยู่พอสมควร โดยเฉพาะรถรุ่นท็อปที่ต้องใช้อุปกรณ์ innovation ใส่เข้าไปเยอะ ก็ต้องใช้เซมิคอนดักเตอร์จำนวนมาก

วันนี้เรามียอดค้าง คงต้องรอถึงปีหน้าแต่ไม่ถึง 6 เดือน แต่ยังให้คำตอบเรื่องเวลาแน่นอนไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าปัญหาซัพพลายเซมิคอนดักเตอร์จะคลี่คลายไปเมื่อไหร่ ถ้าได้เร็วก็ไม่ต้องคอยนาน

Q : เริ่มขยับราคาจากต้นทุนสูงขึ้นหรือไม่

อีซูซุจะพยายามปรับราคาให้ช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ถ้าจำเป็นก็จะปรับราคาเป็นระยะ ที่ผ่านมาต้นทุนจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่นั้น ทางอีซูซุยังตอบเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ แต่ราคาสินค้าต่าง ๆ ขยับตัวสูงขึ้น

สิ่งที่อีซูซุทำอยู่คือ ทนให้ได้นานที่สุด เพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องรับภาระการปรับราคา หรือถ้าปรับก็จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ถ้าเทียบกับราคาก่อนหน้านี้ เซมิคอนดักเตอร์ราคาสูงขึ้นมาก รวมทั้งราคาชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์ก็เพิ่มขึ้นด้วย ตอนที่เราแนะนำรถรุ่นใหม่ออกมาเมื่อเดือนตุลาคม เรามีการปรับราคาบางส่วน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะอีซูซุเจ้าเดียวเท่านั้นที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นก็ประสบปัญหาต้นทุนสินค้าเหมือนกัน และไม่ใช่เฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ แต่ทุก ๆ อุตสาหกรรมก็ประสบปัญหาต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น เพราะปัจจัยหลักคือ เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น

Q : สถานการณ์ไฟแนนซ์จะมีผลมากน้อยแค่ไหน

ในอุตสาหกรรมรถยนต์ ผู้ที่กำหนดการผ่อนชำระคือ บริษัทไฟแนนซ์ต่าง ๆ เป็นคนกำหนดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งคาดว่าบริษัทไฟแนนซ์ก็ประสบปัญหาดอกเบี้ยขาขึ้นเช่นกัน ดังนั้นก็ต้องทยอยปรับราคาดอกเบี้ยเช่าซื้อในไม่ช้านี้


สิ่งที่อยากแนะนำกับลูกค้าผู้ใช้รถคือ อยากให้รีบตัดสินใจซื้อรถ ไม่เช่นนั้นนอกจากราคารถจะเพิ่มขึ้นแล้ว อาจจะต้องจ่ายดอกเบี้ยเช่าซื้อในอัตราสูงขึ้นด้วย