EVme ขยายไลน์ขายรถ EV ชูปลอดโชว์รูม-ดันลูกค้าเซอรวิส FitAuto

EVme

แพลตฟอร์มรถเช่ารถยนต์ไฟฟ้า “EVme” สบช่องผนึกดีลเลอร์รถเปิด ON LINE STORE กวาดลูกค้าออนไลน์ ประเดิมขายแบรนด์ AION ลั่นเตรียมเทงบฯอีก 500 ล้านบาท ซื้อรถ EV เข้าพอร์ตอีก 500 คัน ปูพรมขยายพื้นที่ให้บริการใน 6 จังหวัดใหญ่ทั่วประเทศ รับตลาดบูม

นายสุวิชชา สุดใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด (EV me Plus) ภายใต้บริษัท อรุณ พลัส จำกัด เป็นอีกหนึ่งบริษัทของกลุ่ม ปตท. ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเช่ารถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรรายแรกของประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทว่า หลังจากได้เปิดตัวและให้บริการในฐานะของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ที่รวบรวมรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายแบรนด์มาให้ผู้ใช้บริการได้เลือกเช่าเพื่อใช้งานนั้น

ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้ใช้บริการหลัก ๆ 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มมีความสนใจรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ และลูกค้าในกลุ่มที่เป็นองค์กร

ล่าสุดจากความนิยมของรถ EV ในประเทศไทยมีเพิ่มมากขึ้น บริษัทได้ขยายการให้บริการจากการเช่าใช้ โดยได้เปิดอีกหนึ่งช่องทาง คือการเป็น online store เพื่อขายรถยนต์ไฟฟ้าบางแบรนด์ที่ EV me มีให้เช่าผ่านแพลตฟอร์มของบริษัท

สุวิชชา สุดใจ
สุวิชชา สุดใจ : ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด

“เรามีบริการที่ค่อนข้างหลากหลาย ก่อนหน้านี้เรามีทำให้กับบางยี่ห้อ ทั้งการแนะนำและส่งต่อลูกค้าไปให้กับแบรนด์นั้น ๆ เพื่อแบรนด์ดังกล่าวปิดการขายเอง หรืออย่างล่าสุด เราเพิ่งจับมือกับบางแบรนด์ เพื่อจัดทำเป็น ON LINE STORE ร่วมกับดีลเลอร์ที่หลากหลาย เพื่อเก็บรายละเอียดความต้องการของลูกค้า ที่มีความสนใจรุ่นนั้น ๆ แล้วส่งต่อกัน”

ล่าสุดบริษัทได้จับมือกับ บริษัท โกลด์ อินทิเกรท จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ (ดีลเลอร์) แบรนด์ AION โดยสามารถจำหน่ายรถ EV แบรนด์ AION ผ่านช่องทางของ EV me ได้ และบริษัทเองก็เปิดรับทุกโอกาส และพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อให้แพลตฟอร์มของ EV me เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ของรถ EV

ส่วนงานบริการหลังการขายนั้น บริษัทเข้าไปดูแล โดยส่งต่อลูกค้าให้ศูนย์บริการรถ EV แบรนด์นั้น ๆ ดูแล รวมทั้งให้กับทาง Fit Auto ซึ่งเป็นฟาสต์ฟิตในเครือของ ปตท. เข้ามาดูแลงานบริการหลังการขายให้กับ EV me ด้วย

ในส่วนของธุรกิจรถเช่านั้นพบว่า พฤติกรรมของลูกค้าเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่ต้องการเช่าเพื่อทดลองใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่ปัจจุบันพบว่าผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้น และต้องการเช่าเพื่อใช้งานจริง เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันค่อนข้างแพงในปัจจุบันทำให้ความต้องการเปลี่ยนไป

“เราอยากให้ลูกค้าเห็นว่า เราไม่ใช่แค่เป็นแพลตฟอร์มรถเช่าเพียงอย่างเดียว แต่เราเป็นอีวีไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์ม จากนี้ไปจะเห็นบริการที่หลากหลายเพิ่มขึ้น และตอนนี้เราพบว่ามีความต้องการเข้ามาเช่ารถ EV me เพื่อต้องการทดลองรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละแบรนด์ แต่ละรุ่น ก่อนตัดสินใจซื้อจริง เพราะเขาสามารถใช้งานและสัมผัสกับรถแต่ละรุ่นได้จริง และมีเวลามากกว่าการไปทดลองขับตามโชว์รูม เพื่อให้สามารถตอบคำถามเขาได้จริงว่า หากซื้อรถ EV มาใช้จะเป็นอย่างไร”

นายสุวิชชายังกล่าวต่อไปว่า บริษัทยังมีแผนที่จะลงทุนอีกอย่างน้อย 500 ล้านบาท เพื่อซื้อรถ EV เข้าสู่พอร์ตรถเช่า จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว ๆ 1,000 คัน โดยจะซื้อเพิ่มอีก 500 คัน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น

ทั้งในส่วนของลูกค้าทั่วไป (รถเช่าระยะสั้น) ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 40% และกลุ่มลูกค้าองค์กร (รถเช่าระยะยาว) ซึ่งมีสัดส่วนที่ 60%

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมขยายพื้นที่การให้บริการออกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ นอกเหนือจากในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยล่าสุดได้ขยายออกไปยัง จ.เชียงใหม่, ภูเก็ต และขอนแก่น และภายในปีนี้จะขยายออกไปจังหวัดใหญ่อีก 1-2 แห่ง และทำให้ EV me มีพื้นที่ให้บริการกระจายในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ 6 แห่งทั่วประเทศ


รวมทั้งการเปิด EV me Club เพื่อให้ผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกรายปี จ่ายเริ่มต้น 599 บาท จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย ทั้งบริการรถฉุกเฉิน บัตรชาร์จไฟฟ้าจาก EGAT จุดจอดชาร์จที่สยามพารากอน, ส่วนลดการเช่าใช้ เป็นต้น