ผลิตแบตอีวี 5 ปี ทะลุ 4 แสนลูก ดันไทยฐานผลิตอันดับ 4 เอเชีย

ภาพจาก แฟ้มภาพ

ปี 2562 นี้เป็นปีที่ตลาดรถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าในไทย มีแนวโน้มเติบโตรายหลัก ๆ ค่ายรถยนต์ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอกลุ่มรถยนต์ที่มีส่วนผลักดันให้การผลิตแบตเตอรี่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วมีด้วยกัน 3 กลุ่ม คือ รถยนต์ไฮบริด(hybrid electric vehicle : HEV) รถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริด (plug-in hybrid electric vehicle : PHEV) และ รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (battery electric vehicle : BEV)

ล่าสุดทั้งภาครัฐและเอกชนกำลังทำงานร่วมกันในความพยายามผลักดันให้เกิดการลงทุนและการขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ผ่านโครงการลงทุนผลิตรถยนต์

“อีโคไฮบริด” และ “ไมลด์ไฮบริด” ซึ่งหากรถยนต์อีโคคาร์ที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี จนทำให้สามารถตั้งราคาในระดับที่แข่งขันได้น่าจะส่งผลให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และสร้างการรับรู้ต่อเทคโนโลยีใหม่นี้ในวงกว้าง รวมถึงจากข้อกำหนดที่จะให้มีการต่อยอดพัฒนาไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบใช้แบตเตอรี่ด้วยภายใน 3 ปีนั้น จะช่วยผลักดันให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่มีโอกาสขยายตัวเร็วขึ้น

ภาพตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเห็นในระยะ 5 ปีนับจากนี้ของไทย หรือในปี 2566 นั้น รถยนต์ไฟฟ้าจะมีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 1 ใน 4 ของยอดขายรถยนต์รวมต่อปีทั้งประเทศ หรือคิดเป็นประมาณ 240,000 คันต่อปี

ดังนั้น ในปี 2566 น่าจะมีความต้องการแบตเตอรี่อย่างน้อย 4.3 แสนลูก แบ่งเป็นแบตเตอรี่สำหรับใช้ในสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (OEM) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายในประเทศอย่างน้อย 240,000 ลูก และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นอะไหล่ (REM) สำหรับขายในประเทศอีกอย่างน้อย 20,000 ลูก

นอกจากนี้ ยังมีความต้องการใช้แบตเตอรี่สำหรับตลาดส่งออก ซึ่งรวมถึงแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า OEM สำหรับประกอบในรถยนต์ไฟฟ้าที่ไทยผลิตเพื่อส่งออก

แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าชนิด OEM ที่ส่งออกโดยตรงไปยังตลาดต่างประเทศที่มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ REM สำหรับส่งออกไปยังประเทศที่มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าด้วยอีกไม่น้อยกว่า 170,000 ลูก คิดเป็น 40% ของปริมาณการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ารวมของไทยในปี 2566 แม้ปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

แต่จากทิศทางการให้ความสำคัญกับประเทศไทย โดยค่ายรถหลายค่ายต่างมีแผนเข้ามาลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารวมถึงแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทำให้โอกาสในระยะยาวสำหรับธุรกิจผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังเปิดอยู่มาก

ดังนั้น อีก 5 ปีข้างหน้าหรือปี 2566 ไทยน่าจะมีการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 430,000 ลูก คิดเป็นสัดส่วนราว 3% ของตลาดแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าโลก ส่งผลให้ไทยกลายมาเป็นผู้นำฐานการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนและโอเชียเนีย รวมถึงเป็นฐานการผลิตใหญ่อันดับ 4 ของภูมิภาคเอเชียได้ในอนาคต

ขอบคุณศูนย์วิจัยกสิกรไทย

Previous articleอาการปวดข้อ บ่งชี้ 4 โรค ที่คนวัยทำงานต้องตื่นตัว
Next articleอธิบดีป่าไม้ แจง “นิสิตจุฬา” แปรอักษร ป่าไม่ได้หายแต่เพิ่มล้านไร่ ถามไปเอาข้อมูลจากไหน