สามมิตร โฮลดิ้ง เดินทัพสู่ผู้นำโลจิสติกส์ “เลือกทำเฉพาะของถนัด”

ถือเป็นยักษ์ใหญ่เบอร์ต้น ๆ สำหรับแวดวงอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และอุตฯยานยนต์ไทย สำหรับกลุ่มสามมิตร โฮลดิ้ง ที่ก้าวสู่ 6 ทศวรรษ

“ประชาชาติธุรกิจ” จับเข่าคุยกับ “ยงยุทธ โพธิ์ศิริสุข” กรรมการผู้จัดการ กลุ่มสามมิตร ที่ช่วงหลังเน้นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัพ เลือกใช้แนวทางซินเนอร์ยี่และแชร์ข้อมูล นำจุดแข็งที่เด่น ๆ ทั้ง 8 ธุรกิจในกลุ่มเพื่อสร้างความแข็งแกร่งมาขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างน่าสนใจปรับภาพลักษณ์เน้นกระฉับกระเฉง

ก่อนอื่นขอย้อนกลับไปเมื่อครั้ง สามมิตร เริ่มต้นธุรกิจ คุณพ่อ ดร.เชาว์ โพธิ์ศิริสุข เริ่มจากผลิตแหนบสำหรับยานยนต์เป็นรายแรกของประเทศไทย จากนั้นขยายขนาดธุรกิจทั้งผู้ผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่ชั้นนำ, ผู้ผลิตบอดี้รถบรรทุกเทรลเลอร์ ธุรกิจที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ บริการและโซลูชั่น ฯลฯ ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เรามีธุรกิจในกลุ่มมากถึง 22 บริษัท ซึ่งได้มีการจัดแบ่งกลุ่มธุรกิจออกเป็น 8 กลุ่มธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มประสิทธิผล ซึ่งเราได้มีการแบ่งขอบเขต เครือข่ายการดูแลกันภายในกลุ่มพี่น้อง ดังนี้

กลุ่มธุรกิจรถบรรทุก รถพ่วงผมเป็นผู้ดูแล รวมไปถึงศูนย์บริการรถบรรทุก โปรทรัค กลุ่มธุรกิจปิกอัพ คอนเวอร์ชั่น หรือปิกอัพดัดแปลง, ธุรกิจผู้รับจ้างผลิต ผู้รับผิดชอบคือคุณสุริยากลุ่มธุรกิจอะไหล่ ซึ่งปัจจุบันผู้รับผิดชอบคือ คุณมณีรัตน์ กลุ่มยานยนต์พลังงานสีเขียว ดูเรื่องระบบซีเอ็นจี และการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า ผู้รับผิดชอบคือ คุณสุรยุทธ์กลุ่มการค้าการลงทุนระหว่างประเทศนั้น ผู้รับผิดชอบคือ คุณรัตนาและกลุ่ม SSM digital platform นั้น คุณพัชรินทร์กลุ่มธุรกิจอื่น ๆ เช่น การขนส่งโลจิสติกส์ก๊าซธรรมชาติพลังงานทางเลือกใหม่ เรามีพี่น้องช่วยกันแบ่งหน้าที่เพื่อดูแล เพื่อดึงเอาศักยภาพและจุดเด่นของแต่ละคน แต่ละกลุ่มธุรกิจมาใช้เพื่อขับเคลื่อนให้ “สามมิตร โฮลดิ้ง มีความแข็งแกร่ง”

สู่เป้าหมายผู้นำโลจิสติกส์

เราได้มีการจัดระเบียบขององค์กรใหม่ โดยเน้นเสริมสร้างศักยภาพ และดึงจุดเด่นของแต่ละธุรกิจมาเป็นจุดแข็งเพื่อการขับเคลื่อนและพัฒนาธุรกิจ เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายของการเป็นบริษัทที่มีความเป็นผู้นำด้าน “โลจิสติกส์โซลูชั่น” โดยเริ่มต้นแต่กระบวนการออฟไลน์ จนไปถึงกระบวนการออนไลน์

ปีนี้บริษัทตั้งเป้าในแง่ของผลประกอบการว่า จะต้องมีการเติบโตอย่างน้อย 5% หรือมีรายได้ 7,200 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่ทำได้ 6,800 ล้านบาท และในอีก 5 ปี หรือในปี 2567 กลุ่มสามมิตร โฮลดิ้ง เราตั้งเป้าว่าจะต้องมีรายได้เติบโตขึ้นไปแตะระดับ 10,000 ล้านบาท หรือโต 38% จากเป้าหมายในปีนี้และสัดส่วนของรายได้นั้นต้องเพิ่มในส่วนของรายได้จากต่างประเทศ ที่ปัจจุบันมีอยู่ 8% จากรายได้ทั้งหมด เป็น 25%เติม

ดิจิทัลเสริมความแข็งแกร่ง

สิ่งสำคัญที่เรามุ่งมั่นทำมาอย่างต่อเนื่องคือ การผนึกกำลังเสริมความแกร่ง และเสริมศักยภาพด้วยการใช้เทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ตออฟทิงส์เชื่อมต่อสินค้า และบริการแบบ O2O (offline-to-online) และเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงลูกค้า และเครือข่ายพันธมิตรพร้อมทั้งปั้นโมเดลทางธุรกิจใหม่ เพื่อเป้าหมายการเป็นเบอร์หนึ่งโลจิสติกส์โซลูชั่นที่ครบวงจรที่สุด

ด้วยการนำจุดแข็งของแต่ละธุรกิจในเครือมาประสานพลังเข้าด้วยกัน สร้างความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจในเครือพันธมิตรธุรกิจและลูกค้าเข้าด้วยกัน เราได้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจโลจิสติกส์ และยานยนต์ที่ครอบคลุมทั้งระบบซัพพลายเชนตั้งแต่การวิจัย พัฒนา ออกแบบ การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การประกันคุณภาพ รวมถึงการให้บริการหลังการขาย เราเชื่อว่าปัจจัยที่จะผลักดันให้กลุ่มสามมิตร โฮลดิ้ง เติบโตตามเป้าหมายนั้น เป็นผลมาจากการขยายธุรกิจของบริษัททั้ง 8 กลุ่มในประเทศแล้ว บริษัทมองว่าโอกาสการเติบโตของตลาดนอกประเทศไทย โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้น หลังจากระบบขนส่งโลจิสติกส์ขับเคลื่อนได้อย่างเต็มรูปแบบ

รุกลงทุนต่อยอดความสำเร็จ

ปีนี้บริษัทได้เตรียมงบประมาณสำหรับการลงทุนภายในประเทศไว้ที่ 200 ล้านบาท แบ่งเป็นการขยายการลงทุนสำหรับศูนย์บริการและดูแลรถบรรทุก “โปรทรัค” เพิ่มอีก 5-6 สาขา จากปัจจุบันมีอยู่ 4 สาขา เพื่อให้ครบ 10 สาขาในปีนี้ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนต่อสาขาที่สาขาละ 6-7 ล้านบาท ในส่วนโปรทรัคนั้น เป็นการลงทุนร่วมกับพันธมิตรหลักคือ ปั๊มน้ำมัน พีที ซึ่งเราถือหุ้นสัดส่วน 40/60 เพื่อให้บริการดูแลงานหลังการขาย ซ่อมบำรุงให้กับรถบรรทุก ซึ่งเราทำมา 2 ปีแล้ว

นอกจากนี้ยังจะมีการลงทุนเรื่องออโตเมชั่น โรบอต ในโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เกตเวย์ มูลค่า 50 ล้านบาท และการร่วมมือกับบริษัทที่อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ อีก 20 ล้านบาทสำหรับโรงงานผลิต เช่นเดียวกับโรงงานในจีนที่จะต้องมีการปรับปรุงเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ

เลือกทำเฉพาะของถนัด

ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา สามมิตรเราพยายามสร้างและผลักดันธุรกิจ มีการฟอร์มการทำโฮลดิ้ง ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างทำ แต่สามมิตรเรารวมพลังกันทำงาน ใช้เทคโนโลยี ทรัพยากรที่เรามีให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด

เราเข้าไปใกล้ชิดลูกค้ามากขึ้น ไม่ใช่แค่การผลิตเท่านั้น แต่เราจะเข้าไปดูแลในทุก ๆ การใช้งาน ธุรกิจไหนเราสามารถ “รุก” ได้ เราพร้อม”รุก” ธุรกิจไหนยังพอไปได้ เราต้องรักษาสภาพ เพื่อทำให้สามมิตรอยู่ได้

ถึงตรงนี้สามมิตร โฮลดิ้ง เรายังยืนยันว่า เราจะทำแต่ในสิ่งที่เราถนัด สิ่งที่เราไม่ถนัดนั้น เราจะไม่เข้าไปลงทุน

Previous articleแถลงความพร้อมคู่ชิงที่ 3 “คิงส์คัพ” ไทยแก้จุดบกพร่องพร้อมลุยเต็มที่ ด้านอินเดียรักษาความฟิตไว้แข่งรายการใหญ่
Next articleเกษตรกรตรังรวมกลุ่มเลี่ยงแพะสร้างรายได้ 20,000 บาท/เดือน