นิสสัน คิกส์ e-POWER “เทคโนโลยี” ดีขึ้น แต่…“ราคา” ถูกลง

NISSAN KICKS e-POWER
คอลัมน์ : เทสต์คาร์
ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง

 

ถือเป็นรถยนต์ที่นิสสัน ตั้งความหวังเอาไว้ไม่น้อย

สำหรับ นิสสัน คิกส์ e-POWER หลังจากเปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อช่วง 2 ปีก่อน

วันนี้นิสสันส่งคิกส์ e-POWER ไมเนอร์เชนจ์ออกสู่ตลาด และมาพร้อมความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังจากทีมงานนิสสันกลับไปทำการบ้านเก็บจุดอ่อนจากเวอร์ชั่นก่อนมาปรับปรุงใหม่

ทั้งในแง่ของโปรดักต์ การสื่อสารการตลาด และที่สำคัญ “ราคา”

นิสสันเพิ่มออปชั่น-ปรับราคาจำหน่ายของนิสสัน คิกส์ e-POWER ลงมาเฉลี่ย 150,000-190,000 บาท เพื่อให้ลูกค้าสามารถ “เข้าถึง” ได้ง่ายขึ้น

ทั้งได้ปรับภาพลักษณ์ของรถคันนี้ ด้วยการใช้กลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์สินค้าด้วยการดึง “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก” มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ด้วยต้องการสร้างภาพลักษณ์ของรถคันนี้ใหม่ เน้นจับกลุ่มลูกค้าที่มีอายุ “เด็กขึ้น”

NISSAN KICKS e-POWER

เรียกว่า…เป็นเดิมพัน และตั้งความหวังค่อนข้างสูง กับมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่

แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงจากเดิมมาก

นิสสันตัดสินใจปรับจำนวนไลน์อัพของรถรุ่นนี้ โดยตัดรุ่น S และเหลือทำตลาด 3 รุ่นหลัก คือ E, V และ VL



และเพิ่มรุ่น AUTECH ชูแบรนด์แต่งจากญี่ปุ่นเข้ามาเสริมเป็นรุ่นท็อป

หลักใหญ่ใจความคือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี e-POWER เจเนอเรชั่นที่ 2 โดยขนาดของกำลังที่มากขึ้น ส่วนเครื่องยนต์ยังเป็นเครื่องเบนซิน 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ แถวเรียง DOHC 12 วาล์ว ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไปยังระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า หรือเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าอินเวอร์เตอร์และมอเตอร์

NISSAN KICKS e-POWER

ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ส่วนแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเพิ่มเป็น 2.06 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง มี 4 โมดูล 96 เซลล์ เรียกว่า “อัพเกรดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

จากการทดสอบในแทร็กสั้น ๆ ด้วย normal mode นิสสันทำออกมาได้ค่อนข้างดี ประทับอกประทับใจกับความ “แรง” ของมอเตอร์ให้อารมณ์ปรู๊ดปร๊าด ตอบสนองได้ทันใจ

ความคล่องตัวจากการทดสอบในช่วงของการขับแบบเลนเชนจ์ และสลาลอม นิสสัน คิกส์ e-POWER ถือว่าคล่องตัวสูงโดยเฉพาะพวงมาลัยที่สามารถควบคุมได้ง่าย น่าจะเป็นรถที่ขับได้สนุกในเมือง

ที่แปลกใจ คือ การซับเสียงภายในห้องโดยสารที่รู้สึก “เงีบบขึ้น” อย่างชัดเจน

ส่วนระบบ e-Pedal Step เทียบจากเวอร์ชั่นก่อนจะมีความหนักหน่วงในจังหวะที่ถอนเท้าออกจากคันแรง

แต่ในเวอร์ชั่นจังหวะการดึงกลับของระบบ “ทำได้ดีขึ้น”

 

NISSAN KICKS e-POWER

“ไม่รู้สึกสะดุด” เวลาขับขี่ให้เสียอารมณ์

โดยรวม ๆ ถือว่าประทับใจกับการเปลี่ยนแปลงในส่วนของหัวใจในการขับขี่และสมรรถนะของรถคันนี้ ส่วนระบบความปลอดภัยครบครัน ทั้งการเตือนเมื่อรถออกนอกเลน, เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ, เตือนการชนด้านหน้าและเบรก อัจฉริยะ, เตือนจุดอับสายตา, เตือนรถในทางสวนขณะถอยหลัง, กล้องมองรอบคัน ฯลฯ

ส่วนการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดปลีกย่อยภายในห้องโดยสาร นิสสันเปลี่ยนคันเกียร์ใหม่ โดยยกจากใน นิสสัน อริยะ รถไฟฟ้า 100% และยังใส่ลูกเล่นในส่วนของจุดวางแก้วน้ำบริเวณคอนโซลกลาง สามารถปรับเปลี่ยนวางแก้วกาแฟร้อน กาแฟเย็น หรือแก้วใหญ่ ขนาดแก้วเยติได้ในจุดเดียวกัน หรือปรับให้เป็นช่องใส่ไอแพดก็ทำได้ ยังเพิ่มวัสดุซอฟต์ทัชเข้ามาในส่วนของแผงประตู เพิ่มถุงลมนิรภัยให้มาเป็น 6 จุด

ส่วนระบบเชื่อมต่อของนิสสัน คิกส์ e-POWER สามารถรองรับ Android Auto ได้แล้ว จากเวอร์ชั่นก่อนรับได้แค่ Apple CarPlay แต่ทั้ง 2 ระบบยังต้องเสียบสายเชื่อมต่อ

NISSAN KICKS e-POWER

ถึงตรงนี้ต้องบอกว่านิสสัน คิกส์ e-POWER เป็นรถที่มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับการ “ไมเนอร์เชนจ์” ครั้งนี้ และน่าจะทำให้ตลาดรถยนต์ B-SUV มีสีสันและแข่งกันดุมากขึ้น

โดยเฉพาะเมื่อพิจารณากับสิ่งที่นิสสันใส่เพิ่มเข้ามา และราคาที่ลดลงไปก็น่าจะเพียงพอให้ลูกค้าหันกลับมามองรถคันนี้ที่ได้ทั้งความสดใหม่ และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ใช้เครื่องยนต์เป็นตัวสร้างพลังงานโดยไม่ต้องเสียเวลาจอดหาที่เสียบชาร์จไฟฟ้า กับราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ 759,000 บาท ถึง 949,000 บาท ถือว่าเป็นการกลับมาที่น่าสนใจไม่น้อย…


NISSAN KICKS e-POWER NISSAN KICKS e-POWER NISSAN KICKS e-POWER

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ