MG 5 บอกเลยว่า คันนี้น่าสนใจ

เทสต์คาร์
วุฒิณี ทับทอง

ขึ้นหัวมาแบบนี้…น่าจะไปตรงใจใครหลาย ๆ คน สำหรับรถยนต์นั่งคันล่าสุดจาก ค่ายเอ็มจีไทยแลนด์ ที่ตัดสินใจน้ำรถยนต์ MG 5 กลับมาทำตลาดในบ้านเราอีกครั้งหนึ่ง แถมการกลับมาครั้งนี้ เอ็มจีวางกลยุทธ์รอบด้าน เพื่อปิดข้อบกพร่องจากครั้งก่อนได้อย่างสนิท

แก้เกมมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของโปรดักต์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การทำราคาจำหน่าย ที่เอ็มจีวางตำแหน่งของรถคันนี้ ให้เข้าไปกินส่วนแบ่งของรถแต่ละตลาดได้ครบคลุม ตั้งแต่อีโคคาร์ขึ้นไปจนถึงรถยนต์นั่งขนาดกลาง

เห็นได้จากความสำเร็จของยอดจองที่ใช้ระยะเวลาเพียง 2 เดือน กวดยอดจองไปแล้วกว่า 3,000 ส่วนยอดส่งมอบรถไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง บนสถานการณ์แบบนี้ถือว่าเอ็มจีทำได้ดีมาก ๆ ยิ่งถ้าไม่มีปัญหาเรื่องของซัพพลายชิ้นส่วน น่าจะทำให้เราได้เห็นปรากฏการณ์ยอดจองและยอดส่งมอบถล่มทลาย

รูปลักษณ์ส่วนหน้าของ MG 5 คันนี้ สะดุดตา สะกดใจได้อยู่หมัด ด้วยการออกแบบเน้นความโฉบเฉี่ยว มีความสปอร์ต ด้วยหลังคาคูเป้นิด ๆ ยิ่งทำให้ชวนค้นหา คะเนด้วยสายตา รถคันนี้มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ กระจังหน้าแบบสามมิติ สีดำ ตีตรา MG ช่วยตอกย้ำความเป็นตัวตนของแบรนด์ ไฟหน้า LED PROJECTOR ให้ความรู้สึกเหมือนรถคันนี้ พร้อมจ้องมองไปยังทางข้างหน้า ส่วนไฟท้ายเป็นแบบ LED ดีไซน์ LEOPARD CLAW ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว ออกแบบมาเป็นลักษณะของใบพัด 5 ก้านลงตัว

สำหรับการทดสอบครั้งนี้ ยังไม่ใช่การทดสอบในรูปแบบการใช้งานจริงบนท้องถนน เรามาทดสอบกับความคล่องตัว และสัมผัสเทคโนโลยีต่าง ๆ ของรถคันนี้ ภายใต้การขับขี่ในสนาม MGD Driving Experience Center กันก่อน เริ่มต้นการทดสอบ ทีมงานให้โหลดแอปพลิเคชั่น MG เพื่อเชื่อมต่อและทดสอบใช้งาน “กุญแจอัจฉริยะ” เพื่อทดสอบการใช้งานรถโดยไม่ต้องพกกุญแจ ทำได้ง่าย ๆ แค่มีสมาร์ทโฟน 1 เครื่องมาเชื่อมต่อกัน ซึ่งเจ้าของรถสามารถอนุญาตให้มีผู้เชื่อต่อได้เพียง 2 คนเท่านั้น โดยสามารถเปิดและปิดระบบเชื่อมต่อได้ (การอนุญาตให้ใช้งาน) ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เจ้าของรถ หรือผู้ถือกุญเเจหลักสั่งการผ่านแอปพลิเคชั่น ส่งรหัส หรือโค้ดการใช้กุญแจอัจฉริยะไปให้ผู้ที่ต้องการใช้งาน ที่แม้จะไม่มีกุญแจรีโมตอยู่กับตัว แต่ก็สามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ และขับใช้งานได้ปกติ

ในระบบกุญแจอัจฉริยะนี้ สามารถสั่งการสตาร์ตเครื่องยนต์ได้ เปิด-ปิด ระบบล็อกรถ ระยะไฟส่องสว่าง รวมทั้งสั่งเปิดเครื่องปรับอากาศ สตาร์ตรถรอก่อนที่ผู้ขับจะมาถึงตัวรถ โดยที่รถยังคงสถานะการล็อกอยู่ เรียกว่าช่วยอำนวยความสะดวก เพิ่มความสบายกันสุด ๆ เข้ามานั่งภายในห้องโดยสาร แอบตกใจกับความกว้างขวางที่ภายในของรถคันนี้ เพราะจากการคะเนด้วยสายตาและการออกแบบทรงคูเป้นิด ๆ ไม่น่าทำให้มีพื้นที่ภายในได้กว้างขวางขนาดนี้

เอ็มจียังเพิ่มความพิเศษให้ MG5 ด้วยหลังคาซันรูฟมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น การออกแบบและการจัดวางวัสดุอุปกรณ์ทำได้ค่อนข้างลงตัว เบาะที่นั่ง โอบกระชับรับกับสรีระ สามารถปรับด้วยไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง รถคันที่เราทดสอบครั้งนี้ ภายในเป็นโทนสีดำ ส่วนเบาะนั่งทูแทน สีดำตัดกับสีแดง

สิ่งที่ชื่นชอบในรายละเอียดและความใส่ใจของทีมออกแบบ คือ แผงคอนโซล 3D DIAMOND DESIGN ที่มีการจัดวางองศาของหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว ให้หันเข้าหาผู้ขับขี่ ช่วยเพิ่มความสะดวกและความชัดเจนในการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ไม่ต้องเอื้อมมือ หรือขยับองศาการมองจอ เพื่อลดแสงสะท้อน


พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน สไตล์สปอร์ต มัลติฟังก์ชั่น พร้อมระบบควบคุมและสั่งการ เครื่องเสียง และการใช้งานโทรศัพท์ ส่วนหน้าจอมาตราวัดหลังพวงมาลัยขนาดแบบดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว อย่างที่เกริ่นไว้แต่ต้น วันนี้เราขับกันในสนามทดสอบจึงเน้นสัมผัส อุปกรณ์การใช้งานต่าง ๆ และการทดสอบช่วงล่าง ความคล่องตัวและการควบคุมรถเป็นหลัก

ทีมงานได้เซตสนามไว้ให้เราได้ทดสอบขุมกำลัง การตอบสนองของเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ที่ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 8 สปีด จากจุดสตาร์ตการออกตัวของรถนั้นไม่ถึงกับจี๊ดจ๊าด…กดเรียกกำลังกันนิดหน่อยเครื่องยนต์พร้อมทำงาน ในช่วงสถานีแรกเป็นการทดสอบความคล่องตัว ด้วยรูปแบบการขับขี่ เลนเชนจ์ และแบบสลาลอม

ก่อนเข้าสู่การเข้าโค้ง ทั้งแบบหักศอก และตัว S การตอบสนองของพวงมาลัย และการทำงานของช่วงล่างถือว่าค่อนข้างดี โดยเฉพาะในการเลือกขับขี่ ที่โหมดสปอร์ต ส่วนโหมดมาตรฐานนั้น รถมีอาการต้องแก้กันเล็กน้อย ในจังหวะเข้าโค้งแรง ๆ อาจจะต้องเพิ่มความมั่นใจ และกุมพวงมาลัยให้เเน่นอนขึ้นแต่ในส่วนของกำลังเครื่องยนต์ก็เป็นไปตามสภาพ ขับได้เรื่อย ๆ ไม่ถึงกับอืดตรงนี้คนที่ชื่นชอบความปรู๊ดปร๊าดอาจจะต้องรอรอบกันสักนิด…ซึ่งโดยส่วนตัว หากเอาเทอร์โบมาใส่ น่าจะเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ได้เป็นกอง

มาถึงตรงนี้ต้องบอกว่า MG 5 น่าจะเป็นรถอีกคันหนึ่งที่เหมาะกับการใช้งานในเมือง ใช้งานในชีวิตประจำวันน่าจะตอบโจทย์คนใช้งานในเมืองได้ดีพอสมควร ยิ่งดูฟังก์ชั่นการใช้งาน ออปชั่นที่เอ็มจีเลือกใส่เข้ามา ราคาจำหน่าย เปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาดแล้ว เชื่อว่ายิ่งทำให้รถคันนี้ก้าวขึ้นอยู่อันดับต้น ๆ ในตัวเลือกของหลาย ๆ คนแน่นอน ส่วนทางนอกเมืองวิ่งยาว ๆ เดี๋ยวคงต้องมาดูกันอีกครั้งหนึ่งเมื่อมีโอกาส

สำหรับ MG 5 มีให้เลือก 3 รุ่น เริ่มต้นรุ่น C ราคา 559,000 บาท รุ่น D ราคา 599,000 บาท และตัวท็อปรุ่น X ราคา 689,000 บาท

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ