ปรับเงินเดือนตำแหน่งตามจริงหรือ ?

คอลัมน์ : SD Talk
ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com

ปัญหาหนึ่งที่มักได้ยินมาโดยตลอดเกี่ยวกับการ promote คือบริษัทจำเป็นต้องปรับเงินเดือนให้พนักงานที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งหรือไม่ ถ้าจะปรับควรจะปรับให้เท่าไหร่ดี ? ค่าตำแหน่งต้องจ่ายด้วยไหม ? ถ้าต้องจ่ายควรจะจ่ายเท่าไหร่ ? และควรจะจ่ายเมื่อไหร่ ?

คำถามยาวติดกันเป็นพรืดแบบนี้ผมจึงทำเป็นถาม-ตอบเป็นข้อ ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ อย่างนี้นะครับ

ถาม : บริษัทควรปรับขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งหรือไม่ ถ้าจะปรับควรจะปรับให้เท่าไหร่ดี ?

1.ควรปรับขึ้นเงินเดือนให้ตามหลัก เงินเดือน = P+C (P=Performance และ C=Competency) เหตุผลคือเมื่อพนักงานมีทั้งผลงานที่ดี มีศักยภาพ ความสามารถ มีความรู้ มีทักษะ มีคุณลักษณะภายในที่เหมาะกับงาน และความรับผิดชอบในตำแหน่งที่มีค่างาน (job value) เพิ่มมากขึ้น จึงควรต้องมีการปรับขึ้นเงินเดือนเพื่อให้เกิดแรงจูงใจกับตัวพนักงาน และเป็นการแสดงการยอมรับ (recognition) ว่าฝ่ายบริหารเห็นความสำคัญในตัวพนักงานที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งนี้ที่ต้องรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น

2.ค่าเฉลี่ยในการปรับเงินเดือนเมื่อ promote ประมาณ 10-12% แต่ไม่เกินค่ากลาง (midpoint) ของกระบอกเงินเดือนที่ได้รับการ promote ขึ้นไป ตรงนี้อยู่ที่นโยบายฝ่ายบริหารของแต่ละบริษัทที่จะต้องไปคิดต่อกันเอาเอง ว่าเราควรจะปรับเงินเดือนเมื่อ promote สักกี่เปอร์เซ็นต์ดี

ถาม : ค่าตำแหน่งต้องจ่ายด้วยไหม ถ้าจ่ายควรให้เท่าไหร่ดี ?

1.บางบริษัทจ่ายค่าตำแหน่ง แต่บางบริษัทก็ไม่จ่ายค่าตำแหน่ง อันนี้คงต้องแล้วแต่นโยบายของบริษัทท่าน ว่าจะให้หรือไม่ให้ ถ้าบริษัทที่อยากจะสร้างแรงจูงใจให้พนักงานเพิ่มมากขึ้น มักจะมีการให้ค่าตำแหน่ง พูดง่าย ๆ คือ คนที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งจะได้ทั้งปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น และได้รับค่าตำแหน่งอีกด้วย ถ้าบริษัทต้องการรักษาคนมีฝีมือเอาไว้ แล้วเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งก็จะมีค่าตำแหน่งให้ครับ

2.การให้ค่าตำแหน่งควรมีระเบียบการจ่ายค่าตำแหน่งระบุเงื่อนไขให้ชัดเจน และประกาศให้พนักงานรับทราบ พร้อมทั้งให้พนักงานที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเซ็นรับทราบเงื่อนไขเอาไว้ด้วย เช่นจะจ่ายให้กับตำแหน่งไหนบ้าง, ถ้าพนักงานไม่ได้ดำรงตำแหน่งนี้แล้ว (เช่นบริษัทสั่งย้ายให้ไปดำรงตำแหน่งอื่น) ก็จะไม่ได้รับค่าตำแหน่งนี้อีกต่อไป

3.ผู้บริหารต้องเข้าใจเสมอ ว่าค่าตำแหน่งเป็น “ค่าจ้าง” นะครับ ดังนั้น ระหว่างที่พนักงานได้รับค่าตำแหน่งจะต้องนำค่าตำแหน่งเข้าไปรวมเป็นฐานค่าจ้างในการคำนวณสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้กับพนักงานด้วย เช่น ใช้เป็นฐานในการคำนวณค่าโอที, ค่าชดเชย เป็นต้น

4.ส่วนคำถามว่าค่าตำแหน่งควรจะจ่ายเท่าไหร่ดี แนะนำให้ไปดูผลสำรวจค่าจ้างเงินเดือนของสำนักต่าง ๆ ที่ทำออกมาแล้ว ท่านก็มาหาค่าเฉลี่ย แล้ววิเคราะห์ดูนะครับว่าบริษัทของเราควรจะให้ค่าตำแหน่งไหนเท่าไหร่ถึงจะเหมาะ เพราะเรื่องนี้มีรายละเอียดค่อนข้างมากคุยกันยาวครับ

ถาม : ทั้งการปรับเงินเดือนขึ้นและการจ่ายค่าตำแหน่งควรจ่ายให้เมื่อไหร่ ?

1.หลักที่ใช้ปฏิบัติกันทั่วไปคือ ถ้าบริษัทมีการกำหนดให้พนักงานที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งต้องรักษาการ หรือทดลองปฏิบัติหน้าที่เป็นระยะเวลาที่ตกลงกัน เช่น 3 เดือน หรือ 6 เดือน ในระยะเวลาที่รักษาการนี้พนักงานจะยังไม่ได้รับการปรับฐานเงินเดือน หรือยังไม่ได้รับค่าตำแหน่งครับ เพราะต้องมีการติดตามผลงานและประเมินว่าสามารถทำงานรับผิดชอบในตำแหน่งที่สูงขึ้นไปได้หรือไม่ ตัวอย่างคำสั่งให้รักษาการ เช่น “ให้นาย…ผู้ช่วยผู้จัดการแผนก…ไปรักษาการในตำแหน่งผู้จัดการแผนก…เป็นเวลา 4 เดือนนับตั้งแต่วันที่…ถึงวันที่…”

2.ถ้าพนักงานไม่ผ่านรักษาการ บริษัทจะมีคำสั่งให้พนักงานดำรงตำแหน่งเดิม แต่ถ้าประเมินผลแล้วผ่านรักษาการ บริษัทจะมีประกาศแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่และการปรับเงินเดือนรวมถึงจ่ายค่าตำแหน่งให้ตั้งแต่วันที่แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่

3.สาเหตุที่บริษัทจะปรับเงินเดือน และให้ค่าตำแหน่งเมื่อผ่านรักษาการ เพราะถ้าบริษัทไปปรับขึ้นเงินเดือนและจ่ายค่าตำแหน่งให้ไปแล้ว ถ้าพนักงานมือไม่ถึง หรือขาดความสามารถที่จะรับผิดชอบในตำแหน่งที่สูงขึ้นตามที่บริษัทคาดหวัง บริษัทจะไปลดเงินเดือนลงหรือเรียกค่าตำแหน่งคืนไม่ได้ (ถ้าพนักงานไม่ยินยอม) ซึ่งจะเป็นเรื่องดราม่าตามมาภายหลัง หลายบริษัทจึงปรับเงินเดือนขึ้นและให้ค่าตำแหน่งหลังจากผ่านรักษาการ


เชื่อว่าคงได้ไอเดียในการนำไปปรับใช้ดูกันแล้วนะครับ