สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ฉะระบอบคณาธิปไตย ปลุกโหวตเตอร์สร้างอนาคต

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สร้างอนาคตไทย

“สมคิด” ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ พรรคสร้างอนาคตไทย ชำแหละโครงสร้างเศรษฐกิจอ่อนแรง-โครงสร้างอำนาจอับจนปัญญา ฉะระบอบคณาธิปไตย ใช้เงินซื้อ ส.ส. ผู้มีอำนาจ กดปุ่ม key up กำหนดทิศทางการเมืองไทย ยก เคส ผู้นำจีน ขอต่อวาระ เตือนการเมืองปะทุ ปลุกโหวตเตอร์ ออกมาใช้อำนาจเต็มวันเลือกตั้ง 

วันที่ 4 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2565 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปัจจุบันเป็นว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวเปิดหลักสูตร Wealth Of Wisdom : WOW#1 ว่า ตลอดชีวิตตนเห็นมาหลากหลายในวงการ ตั้งแต่ตลาดหุ้นใหม่ ๆ เกิดใหม่ ๆ มีการปั่นหุ้นใหม่ ๆ ไปจนถึงยุคที่มีวิกฤตการณ์

ได้เห็นคนจำนวนมากที่ร่ำรวยขึ้นมา เพราะว่ามีความฉลาด มีไหวพริบ มีความรู้ แต่บางครั้งขาดปัญญา ที่รู้ว่าอะไรเหมาะสม อะไรคือความพอดี อะไรคือความรับผิดชอบ ไม่นานนัก เราก็เห็นเศรษฐี เห็นมหาเศรษฐีที่ยืนอยู่ได้ไม่นานก็ล้ม ตลอดทุกยุคทุกสมัย ตลอดจนถึงทุกวันนี้

โครงสร้างอำนาจอุดมปัญญาพาชาติรอด

“ชีวิตคนเราไม่ได้วัดกันที่เงิน แต่วัดกันที่ว่า คุณให้อะไรกับสังคมบ้าง เมื่อคุณรวยแล้ว คุณพร้อมแล้ว ถ้าสังคมอยู่ไม่ได้ คุณก็อยู่ไม่ได้ เราอยากเห็นสังคมที่อุดมไปด้วยปัญญา ประเทศชาติก็เหมือนกัน แก่งแย่งชิงดีเรื่องของอำนาจ มีอำนาจขึ้นมา โครงสร้างอำนาจมีเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถพาชาติรอดได้ เพราะมีแต่โครงสร้างของอำนาจ และประเทศส่วนใหญ่แล้วก็มีแต่โครงสร้างของคนที่มีความรู้ที่ต้องการแสวงหาอำนาจ

“แต่ไม่ค่อยมีโครงสร้างแห่งปัญญา ที่จะช่วยนำพาโครงสร้างอำนาจให้สามารถนำประเทศไปสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืนได้ แต่ขาดโครงสร้างปัญญาจะไม่สามารถเอาชาติรอด แม้แต่ตัวเองก็จะไม่รอด เป็นสัจจะธรรมประวัติศาสตร์เมืองไทย” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิดกล่าวต่อว่า ขณะนี้สามารถให้คำจำกัดความสถานการณ์ปัจจุบันด้วยประโยค 2 ประโยคคือ 1.อนาคตจินตนาการไม่ออก 2.ปัจจุบันคิดไม่ถึงว่าจะหนักและลึกถึงเพียงนี้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องการเมือง คิดไม่ถึงว่าจะหนักขนาดนี้

การแพร่ระบาดของโควิด-19 และสงครามความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซียนำมาโลกต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดดถอย ชะลอตัว กับเงินเฟ้อ ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก ต้นทุนพุ่ง วัตถุดิบหายาก ขาดแคลน ผลิตไม่ทัน ราคาขึ้น ร้ายที่สุดคือ ทำให้แหล่งพลังงานมีปัญหา อาหารขาดแคลน เกิดพร้อม ๆ กันในโลก

“อยู่การเมืองมาเป็น 20 ปี ก็ไม่เห็นว่าจะมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และอนาคตข้างหน้าจะมีอีกหลายสิ่งที่จะเกิดขึ้น เงินเฟ้อกำลังเกิด วันนี้ยุโรปจะเป็นอย่างไร หน้าหนาวกำลังจะมา พลังงานจะมีไม่เพียงพอ สินค้าแพง คนจะมีปัญญาจ่ายค่าพลังงานหรือเปล่ายังไม่รู้เลย อเมริกากลัวเงินเฟ้อที่สุด แตะเบรกทันทีโดยไม่สนใจว่าเศรษฐกิจจะชะลอหรือไม่ คนจะตกงานหรือไม่ เพราะกลัวเงินเฟ้อสูงแล้วคุมไม่อยู่ คือหายนะ

สิ่งที่เรานึกไม่ถึงคือจีน ปัญหาจะมาระเบิดเอาตอนนี้ เพราะสี จิ้นผิง กำลังจะขอต่ออายุ มีนัยยะสำคัญมาก ๆ จีนมีอำนาจ absolute เด็ดขาด ปัญหาจัดการได้หมด เพราะ absolute power อยู่ในมือ มณฑลไหนมีปัญหาจัดการได้ แต่ตอนนี้เริ่มระเบิดออกมาแล้ว ทีละจุด ๆ” นายสมคิดกล่าว

ชู เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด

นายสมคิดกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยต่อจากนี้ไป engine of grow ไม่ได้อยู่แค่ว่า ทำแล้วก็ขาย มาจากทุกจังหวัด แต่ละจังหวัดต้องเป็น key engine ของเมืองไทย เพราะการเติบโตที่อาศัยจากต่างประเทศยากแล้ว อย่างน้อย ๆ ก็ช่วงเวลาหนึ่ง จะต้องบาลานซ์ การเติบโตจากภายในเป็นสิ่งเดียวที่จะประคองได้ ถ้าโลกเป็นอย่างนี้ อีก 2-3 ปีเจอแน่ ต้องอาศัยภายใน

Advertisement

“แต่ละจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่เป็นนักพัฒนา ต้องรู้จักวางแผนแล้วว่าจะเพิ่มกำลังผลิตช่วยเกษตรกรตัวเองอย่างไร จะโปรโมตท่องเที่ยวอย่างไร จะร่วมกับจังหวัดใกล้เคียงพัฒนาท่องเที่ยวได้อย่างไร อำนาจต้องกระจายออกไป ที่พร้อม จังหวัดใหญ่ เศรษฐกิจใหญ่ เลือกตั้งมันซะ จังหวัดเล็กไม่พร้อมกระทรวงก็เข้าไปดูแล” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิดกล่าวว่า การเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมจำเป็นอย่างยิ่ง การท่องเที่ยวทางภาคใต้ ถ้ามีรถไฟที่เร็วอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมต่อได้ทุกภาค โตได้ทันที ทำไมถึงไม่ทำ ทำไมต้องคนไทยลงทุน ถ้าเงินไม่มี ต่างประเทศลงทุนไม่ได้หรือ ลงทุนได้อยู่แล้ว ต้องคิดและใช้ปัญญา อะไรเป็นจุดอ่อน อะไรแก้ไขได้ อะไรแก้ไขไม่ได้ อะไรทำให้แก้ไขไม่ได้

ทุกประเด็นที่ยกขึ้นมาต้องมีการแก้กฎหมาย แก้สิ่งที่ล้าสมัย เปลี่ยนแปลง มีการชี้นำจากภาครัฐ จากผู้นำ ต้องมีการขับเคลื่อนในการแก้กฎหมายในสภา เปลี่ยนแปลงประเทศให้ทันสมัย

เศรษฐกิจอ่อนแรง-รัฐล้มเหลว

นายสมคิดกล่าวว่า การเมืองเราจริงจังกับเรื่องนี้แค่ไหน เห็นปัญหาหรือไม่ หรือคิดว่ายังไปได้อีกเยอะ จริง ๆ มันไปได้ไม่เท่าไหร่เลย วันนี้เราโชคดีมีสิ่งที่เราสะสมไว้นาน ดูแลได้ แต่เวลาจะเหลือน้อยลงทุกที

เพราะฉะนั้น ถ้าการเมืองยังเป็นแบบนี้ บางครั้งความพร้อมยังมีน้อย เพราะคนยังจนอยู่ แต่ว่าต้องตระหนักว่า สถานะจริง ๆ ของประเทศอยู่ที่ไหน เรากำลังเผชิญกับอะไร ต้องเตรียมตัวเราเสียก่อน ถ้าโลกมันแย่ เราต้องโตจากภายใน ทุกอย่างต้องจัดสรร นี่คือภาระรับผิดชอบของการเมือง

“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ข้างล่าง ปัญหาอยู่ที่กลไกการเมือง เป็นเรื่องใหญ่มาก พอเป็นรัฐบาลก็เตรียมเลือกตั้ง อะไรก็ผัดไปเรื่อย ๆ reform อะไรก็ไปได้ยาก จะไปได้อีกกี่น้ำ ต้องรีบ เวลามีน้อย ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ ไม่เปลี่ยนแปลงกฎหมาย ระเบียบ วิธีการบริหารจัดการประเทศ ทุกอย่างยังคงรวมศูนย์อำนาจ ไม่กระจาย ไม่เน้นความรู้ ไม่เน้นเทคโนโลยี และยังมีการทุจริตคอร์รัปชั่นสูงขนาดอย่างนี้ น่าเป็นห่วง คำว่าเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยมีแรง คลานไปเรื่อย ๆ จะเกิด”

คณาธิปไตย กดปุ่ม key up การเมืองถอยหลัง

นายสมคิดกล่าวว่า government state ตอนนี้ พูดคนก็ไม่ฟัง ไม่ดีเลย ขาดความเชื่อมั่น ขาดความเชื่อถือ ขาดความเชื่อใจ ไม่ดีกับทุกฝ่าย เพราะพลังของการขับเคลื่อนรัฐที่จะแก้ปัญหาจะเบาแรงมาก ไม่มีพลัง ต้องพยายามกลับมารวมศูนย์ใหม่ให้กลับมามีพลังได้ พูดกัน ทำจริง แล้วคนเชื่อ เป็นสิ่งสำคัญ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็น ungovernment state บริหารจัดการไม่ได้

“ถ้าประชาธิปไตยยังเป็นแบบนี้ ยังใช้เงินในการซื้อ ส.ส.อย่างนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าเงินเข้าไปมีอำนาจตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และรุนแรงได้มากถึงขนาดนี้ได้อย่างไร สุดท้ายกลายเป็นไม่ใช่ democracy กลายเป็นคณาธิปไตย oligarchy

ซึ่งคนไม่กี่กลุ่มสามารถใช้ democracy ให้เกิดประโยชน์ คือผู้ที่มีอำนาจ มีประโยชน์อยู่ข้างใน และมีนักธุรกิจอย่างนั้นน่ะ ที่เขาเรียกว่า oligarch มันจะเกิดขึ้น และทำหลาย ๆ อย่าง เพื่อ key up ทิศทางของการเมืองไทยไปสู่ทิศทางที่ไม่ใช่พัฒนา”

นายสมคิดกล่าวว่า อาวุธที่สำคัญที่สุดของการเมืองไทยคือ vote การเลือกตั้ง ฉะนั้นอย่ามองข้ามเรื่อง vote หน้าที่เราทุกคน สื่อด้วย คือการให้ประชาชนตระหนักถึงสถานะจริงของประเทศ เมื่อถึงวันเลือกตั้ง ก็ต้องมีการเลือกตั้ง วิธีการที่ power full ที่สุดคือ ออกมา vote อะไรที่ไม่เหมาะสมให้ลงท่อไปเลย เอาคนที่มุ่งมั่นทำงานแก้ปัญหาประเทศได้จริง ๆ จัง ๆ เอามาบริหารประเทศ คุณถึงเปลี่ยนประเทศไทยได้

“คำพูดของคนโบราณ อาจารย์ประเวศ วะสี (ราษฎรอาวุโส) ที่ผมเคารพ พูดอยู่ประโยคหนึ่ง ปัญญานี่แหละ คือสิ่งที่จะช่วยสร้างคน สร้างสังคม สร้างชาติ อันนี้เป็นเรื่องจริง” นายสมคิดทิ้งท้าย