สุดารัตน์ ผงาดนั่งหัวหน้า-แคนดิเดตนายกฯ ไทยสร้างไทย ศิธา เป็นเลขาฯ

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

“ไทยสร้างไทย” หนุน “สุดารัตน์” ขึ้นแท่นหัวหน้าพรรคคนใหม่และแคนดิเดตนายกฯ ประกาศนำทัพไทยสร้างไทย “ปลดล็อก เปลี่ยนแปลงประเทศ สร้างชีวิตที่ดีกว่า” ศิธา นั่งเลขาฯพรรค

วันที่ 9 กันยายน 2565 ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน พรรคไทยสร้างไทย จัดประชุมใหญ่วิสามัญ “มาร่วมกันเปลี่ยนประเทศ สร้างชีวิตที่ดีกว่ากับพรรคไทยสร้างไทย” บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก สมาชิกและโหวตเตอร์จากทั่วประเทศกว่า 700 คน พร้อมผู้บริหารพรรคเข้าร่วมงาน เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรค นายโภคิน พลกุล นายสุพันธุ์ มงคลสุธี น.ต.ศิธา ทิวารี นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น นายอุดมเดช รัตนเสถียร นายประวัฒน์ อุตตะโมช นายสิทธิชัย โควสุรัตน์

จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการประชุม โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จำนวน 50 คนและที่ประชุมได้เลือก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นหัวหน้าพรรค และมีมติสนับสนุนให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น นายประวัฒน์ อุตตะโมช พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ส่วนเลขาธิการพรรค คือ น.ต.ศิธา ทิวารี และนางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ เป็นโฆษกพรรค

จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ว่า ขอบคุณพี่น้องชาวไทยสร้างไทย ที่ได้ให้ความไว้วางใจเลือกเป็นผู้นำพรรค ขอให้คำมั่นว่าจะทุ่มเททำงานอย่างสุดความสามารถ ขอนำประสบการณ์ 30 ปีที่ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน มานำทัพไทยสร้างไทย ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่เราได้ตั้งปณิธานไว้

“เราจะมุ่งมั่นทำงานอย่างหนัก เพื่อร่วมกันเปลี่ยนประเทศ สร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับพี่น้องคนไทยทุกคน เพราะพี่น้องชาวไทยเหนื่อยมามากแล้ว ถูกละเลย ถูกทอดทิ้ง ปล่อยให้สู้ปัญหาเพียงลำพัง โดยขาดการเหลียวแลจากผู้มีอำนาจ” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

จากนี้ไปพรรคไทยสร้างไทยขออาสาที่จะเหนื่อยแทนพี่น้องประชาชนทุกคน เพื่อทำให้ชีวิตของพี่น้องดีขึ้น ไทยสร้างไทยจะไม่ปล่อยให้พี่น้องต้องสู้กับความยากลำบากตามยถากรรมอีกต่อไป เราขอสู้เคียงข้างพี่น้อง ดิฉันขอสัญญาค่ะ

ทั้งนี้ 90 ปีประชาธิปไตย ประชาชนยังถูกบั่นทอนและคุกคามสิทธิเสรีภาพด้อยค่าประชาธิปไตย ประชาธิปไตยถูกบิดเบือนด้วยอำนาจเงิน อิทธิพลและวาทกรรมต่าง ๆ ไม่เคยคิดต่อสู้กับระบอบอำนาจนิยมแต่กลับร่วมมือ และกดทับประชาชนโดยเฉพาะคนตัวเล็ก 8 ปีที่ผ่านมาคือการตกผลึกว่าไม่มียุคใดสมัยใดที่ประชาชนโดยเฉพาะคนตัวเล็กถูกละเลยและย่ำยีได้เท่านี้อีกแล้ว

กระบวนการยุติธรรมถูกบิดเบือน การคอร์รัปชั่นเป็นไปอย่างมโหฬารไม่มียางอาย เพราะระบบตรวจสอบมาจากอำนาจนิยม ระบบราชการมุ่งรับใช้อำนาจนิยม ประชาชนจึงแทบไม่เหลือตัวตน กระทบถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจ จึงได้ประกาศที่จะปลดล็อก อุปสรรคที่ขัดขวางการพัฒนาประเทศทั้งปวง โดยเริ่มจากการปลดล็อกความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินมาว่า 16 ปี เลือกฝั่งหนึ่งก็ติดหล่ม เลือกอีกฝั่งก็ติดล็อก ประเทศไปต่อไม่ได้

ไทยสร้างไทยจึงไม่สามารถปล่อยให้ประเทศเป็นเช่นนี้ได้ จึงต้องคืนอำนาจให้กับประชาชน ในการสร้างรัฐธรรมนูญของประชาชนเพื่อประชาชน ผลักดันให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ที่สำคัญที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจะต้องมีบทบัญญัติให้คนล้มล้างรัฐธรรมนูญเป็นกบฏ และต้องรับโทษทัณฑ์สูงสุด ที่ย่ำยีอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวต่อว่า ต่อมาคือการปลดล็อกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการทำมาหากินของประชาชน ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยได้ร่างกฎหมายพักใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการอนุมัติ อนุญาตรวมถึงโทษอาญาหรือทางปกครองไว้ชั่วคราว 3-5 ปี ประมาณ 1,300 ฉบับ ควบคู่กับการทำกิโยตินกฎหมายเพื่อให้เหลือแต่กฎหมายที่จำเป็น

ปลดล็อกที่สาม คือการเปลี่ยนรัฐราชการให้เป็น รัฐประชาชนให้สำเร็จ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนและส่งเสริมให้ประชาชนในการดำรงชีวิตและการทำมาหากินของประชาชนให้ง่ายขึ้น และสี่คือการปลดล็อกจากการทุจริตคอร์รัปชั่นอันเปรียบเสมือนมะเร็งร้ายเป็นรากเหง้าของปัญหา ซึ่งได้ฝังรากลึกไปทุกวงการโดยเฉพาะนักการเมืองระดับประเทศ นักการเมืองท้องถิ่น ราชการและรัฐวิสาหกิจ

สอดคล้องกับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นที่จัดโดยองค์กรความโปร่งใสนานาชาติ ประเทศไทยนั้นแย่ลงมาโดยตลอด สะท้อนว่านับแต่ปี 2557 ที่มีการยึดอำนาจ ประเทศนั้นเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่น และจากการจัดอันดับล่าสุดในปี 2565 ไทยได้เพียง 35 คะแนน จาก 100 คะแนน ได้อันดับที่ 110 จาก 180 ประเทศ ดังนั้นการรัฐประหารที่อ้างว่าทำเพื่อการปราบโกง จึงเป็นข้ออ้างที่หลอกลวง และกลุ่มผู้ที่ทำรัฐประหารนั่นแหละ ที่ทำให้เกิดการคอร์รัปชั่นในประเทศเลวร้ายลงไปอีก

ความจริงใจของผู้นำเป็นปัจจัยสำคัญในการปราบการทุจริตคอร์รัปชั่น ดังนั้นหากผู้นำมีความใสสะอาดจะสามารถปราบคอร์รัปชั่นได้ ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยได้เตรียมโมเดลไว้แล้ว ซึ่งมั่นใจว่าจะเอาตัวคนโกงมาติดคุกได้ เมื่อปลดล็อกออกจากสิ่งกดทับทั้งปวง พรรคไทยสร้างไทยจะสร้างอำนาจให้ประชาชนด้วยการส่งเสริมประชาชนคนตัวเล็ก เพื่อรวมตัวกันให้มีอำนาจต่อรอง ส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งทุนความรู้และการตลาด

มั่นใจว่าเมื่อปลดล็อกสิ่งต่าง ๆ แล้ว คนไทยจะสามารถระเบิดศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ เศรษฐกิจไทยจะแล่นทะยานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และพรรคไทยสร้างไทยจะเน้นการสร้างรายได้ ไม่ใช่การกู้ โดยมีเป้าหมายการสร้างรายได้บนพื้นฐานความเข้มแข็งเดิมของประเทศไว้ 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.เป็นศูนย์กลางอาหารคุณภาพป้อนคนทั่วโลก 2.ศูนย์กลางสุขภาพและ Wellness 3.ศูนย์กลางการท่องเที่ยว 4.ศูนย์กลางคมนาคมและโลจิสติกส์ของภูมิภาค

นอกจากนั้นต้องเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่ภูมิรัฐศาสตร์โลก มีมหาอำนาจของโลก 2 ขั้ว ซึ่งเผชิญหน้าและกดดันกันอย่างรุนแรง ประเทศไทยจึงต้องจัดวางตำแหน่งของตนเอง ให้เกิดความเหมาะสม สมดุลจากวิกฤตนี้ เพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุด ไทยสร้างไทยจะพลิกวิกฤตโลกให้เป็นโอกาส ในการสร้างรายได้ จากฐานเศรษฐกิจใหม่ เช่น การใช้วิกฤตห่วงโซ่อุปทานที่เกิดปัญหา ดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมแบบใหม่ ๆ เข้ามาสู่ประเทศไทย

เช่น อุตสาหกรรมรถ EV และเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุน ด้านดิจิทัลอีโคโนมี หรือทำให้ไทยเป็นถิ่นพำนักระยะยาวของคนเก่ง หรือมหาเศรษฐี ที่จะ Work From Thailand

และไทยสร้างไทยจะดูแลคุณภาพชีวิตตั้งแต่เกิดจนแก่ เช่น โครงการ 30 บาทสุขภาพดีถ้วนหน้า เรียนฟรีจบปริญญาตรี ลดเวลาเรียน เพิ่มคุณภาพการศึกษา และโครงการบำนาญประชาชนเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย


“เชิญชวนให้คนไทยมาร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศ ลุกขึ้นมาปฏิวัติไม่ยอมจำนนต่ออำนาจเงิน อำนาจรัฐ และใช้ความกล้าหาญในการกาพรรคไทยสร้างไทยในทุกเขตเลือกตั้ง” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว