Skip to content

“รวมไทยสร้างชาติ” ขู่ฟ้องฝ่ายค้าน จับโยง ส.ว.ทรงเอ-ทุนจีนสีเทา

19 ก.พ. 2566 | 17:43น.
“รวมไทยสร้างชาติ” ขู่ฟ้องฝ่ายค้าน จับโยง ส.ว.ทรงเอ-ทุนจีนสีเทา

รวมไทยสร้างชาติ ออกแถลงการณ์ขู่เอาผิดนักการเมืองฝ่ายค้าน กรณีจับพรรคและประยุทธ์โยงทุนจีนสีเทา และยาเสพติด หลังฝ่ายค้านอภิปรายเชื่อมโยงการเช่าอาคาร ส.ว.ทรงเอ 

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 พรรครวมไทยสร้างชาติออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องที่ทำการพรรค ภายหลังมีการอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เมื่อวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการเชื่อมโยง ส.ว.ทรงเอและทุนจีนสีเทา เครือข่ายค้ายาเสพติด เป็นเจ้าของที่ดินที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ใช้เป็นที่ทำการพรรคอยู่  

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า ตามที่มีการอภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในลักษณะกล่าวหาให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าอาคารที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติเกี่ยวพันกับทุนสีเทา เนื่องจากเป็นอาคารที่เกี่ยวพันกับสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่ง ซึ่งผู้อภิปรายพยายามกล่าวหาว่าสมาชิกวุฒิสภาท่านนั้นเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและการกระทำที่ผิดกฎหมายนั้น

พรรครวมไทยสร้างชาติขอแจ้งให้ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ ซึ่งเคยมีสื่อมวลชนบางแห่งพยายามนำเสนอข้อเท็จจริงในลักษณะดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่เคยปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการตั้งข้อกล่าวหา หรือมีการแจ้งข้อหาเช่นว่านั้นกับสมาชิกวุฒิสภาท่านนั้นตามกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายแต่อย่างใด 

นอกจากนั้น สมาชิกวุฒิสภาท่านนั้นก็มิได้เป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติและไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับพรรครวมไทยสร้างชาติเลย ดังนั้น การกระทำใด ๆ ของสมาชิกวุฒิสภาท่านนั้นจึงไม่เกี่ยวข้องกับพรรครวมไทยสร้างชาติ และมิใช่การกระทำของพรรครวมไทยสร้างชาติทั้งทางตรงและทางอ้อมแต่ประการใด

นอกจากนั้น การใช้อาคารสถานที่ดังกล่าวเป็นที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพิ่งจะมาเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 นี้เอง ในขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติใช้อาคารสถานที่ดังกล่าวเป็นที่ทำการพรรคมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 

อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มิได้มีตำแหน่งบริหารใด ๆ ในพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกใช้อาคารสถานที่ใดเป็นที่ทำการพรรค การที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนำเรื่องดังกล่าวไปอภิปรายกล่าวหาผูกโยงสมาชิกวุฒิสภาท่านนั้น กับพรรครวมไทยสร้างชาติและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพียงเพื่อสร้างเรื่องราวการอภิปรายให้เป็นไปตามความคิดความเข้าใจของตนเอง ว่าอาคารที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ

และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับสมาชิกวุฒิสภาที่ผู้อภิปรายกล่าวหานั้นมีความเกี่ยวข้องกัน ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่เป็นการกระทำที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงตามคำอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นได้ จึงเป็นการกระทำที่เป็นการไม่รับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ และไม่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ผู้ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ดีจะพึงกระทำ

“พรรครวมไทยสร้างชาติขอเรียนว่าพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นเพียงผู้เช่าใช้อาคารสถานที่อันเป็นที่ทำการพรรคเท่านั้น ซึ่งโดยปกติทั่วไปนั้น ผู้เช่ากับผู้ให้เช่าที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน หรือที่ไม่มีการกระทำใดที่กระทำร่วมกัน จะต้องมีความรับผิดชอบ หรือร่วมรับผิดในการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้น ไม่ว่าสมาชิกวุฒิสภาที่ถูกกล่าวหาจะเป็นผู้กระทำความผิดจริงหรือไม่ ก็ไม่เกี่ยวข้องกับพรรครวมไทยสร้างชาติที่เป็นเพียงผู้เช่าอาคารที่จะต้องมีความรับผิดหรือต้องตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาร่วมด้วย”

แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า ยิ่งกว่านั้น ในช่วงเวลาที่พรรครวมไทยสร้างชาติเช่าใช้อาคารดังกล่าวนั้น ก็ไม่เคยปรากฏข่าวหรือข้อเท็จจริงใด ๆ ในทางสาธารณะที่เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปตามข้อเท็จจริงที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นหยิบยกขึ้นมาใช้อภิปราย จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พรรครวมไทยสร้างขาติจะทราบล่วงหน้า หรือคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในอาคารดังกล่าวจะถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำใด ๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในเวลาต่อมา หรือในอนาคตได้

การที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพยายามผูกโยงข้อเท็จจริงในการอภิปรายให้ประชาชนเข้าใจ หรือคิดว่าพรรครวมไทยสร้างชาติและพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมายอย่างร้ายแรงนั้น จึงเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามจริยธรรมของนักการเมืองและตามกฎหมายอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติจะพิจารณาดำเนินการตามสิทธิ์และตามกฎหมายต่อไป