Skip to content

ปิยบุตรเปิดศึกพิธา “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ” ถึง “เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้ผม”

22 ก.พ. 2566 | 09:54น.
ปิยบุตรเปิดศึกพิธา “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ” ถึง “เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้ผม”

เหตุการณ์ยุบพรรคอนาคตใหม่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ผ่านพ้นไป 3 ปี

ย้อนไป 3 ปีก่อน วันที่ศาลรัฐธรรมนูญพิพากษายุบพรรคอนาคตใหม่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยืนแถลงข่าวร่วมกัน ประกาศเจตนารมณ์สู้ต่อ

ธนาธร-ปิยบุตร ประกาศตั้ง “คณะก้าวหน้า” ขึ้นมาทันที พร้อมกับมอบธง-ติดเข็มกลัดให้ “พิธา” นำทัพต่อ

วันนั้นคงไม่มีใครล่วงรู้อนาคตใน 3 ปีต่อมา จะกลายเป็นความขัดแย้งระดับเปิดศึก ระหว่าง “พิธา” และ “ปิยบุตร”

ช่วงค่ำของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปี การยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมกับตอบโต้ “ปิยบุตร” ที่โพสต์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเอง ตอนหนึ่งดังนี้

การเมือง สำหรับผม มันคือความตั้งใจ การเตรียมตัวตั้งแต่อายุ 21-22 ปี นั่งฟัง นั่งจดปัญหาประชาชนอยู่หลังห้องที่ประชุมทำเนียบรัฐบาลตอนปี’47-49 มันคือการเป็นเด็กคอยถอดคล้องพวงมาลัยว่าที่ผู้สมัครเวลาถามสารทุกข์สุกดิบชาวบ้าน ครูพักลักจำมาเรื่อย ๆ

มันคือการเริ่มต้นด้วยการเป็นเลขานุการ กรรมาธิการ ก่อนมาเป็นประธานเองหลายปีให้หลัง มันคือการไปเรียนต่อการเมืองโดยเฉพาะ เตรียมตัวกลับมาเพื่อเป็นนักการเมืองที่ดี ทำงานได้

ย้อนเวลากลับไป 3 ปีที่แล้ว ตัวผมยังจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้ดี ณ ห้องอาหารแห่งหนึ่ง ตอนที่พรรคเริ่มโดนกล่าวหา เริ่มมีคดียุบพรรค ผมและรองหัวหน้าก้าวไกลปัจจุบันหลายท่าน ถูกคุณปิยบุตร ดึงเข้าไปเตรียมพร้อมกรณีเหตุการณ์แย่ที่สุดเกิดขึ้น คือพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ พร้อมได้เล่า เตรียมรับมือการทำลายความฝันพวกเรา

ณ ตอนนั้น ไม่มีใครพร้อมรับการนำธง ส่วนตัวผมเองเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว ลูกสาวเพิ่งจะ 2 ขวบ แม้ผมจะพร้อมเสียสละทุกอย่างเพื่อพรรค ทั้งสุขภาพ ทั้งชีวิต ทั้งครอบครัว ผมขอเหลือไว้อย่างเดียวที่ทิ้งไม่ได้ คือบทบาทความเป็นพ่อของลูกสาว คุณปิยบุตรเข้าใจ เห็นพิพิมเป็นเหมือนหลาน และยอมรับเงื่อนไขนี้

ถ้าไม่มีใครยอมรับตำแหน่งจริง ๆ ผมจะรับให้ ไม่งั้นเรือก็ต้องแตก ที่เราทำกันมาก็ต้องสูญเปล่าทั้งหมด ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ศัตรูต้องการ แต่ทั้งหมดทั้งปวง โครงสร้างบริหารพรรคต่อจากอนาคตใหม่ ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตามข้อบังคับพรรคใหม่ ตามความปรารถนาของสมาชิกพรรคใหม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง

ต่อมาคดีแรก Illuminati พรรคยังไม่ถูกยุบ คุณธนาธร ผม คุณปิยบุตร ยืนคุยกันตอนบ่ายแก่ ๆ หน้าสนามหญ้าแห่งหนึ่ง คุณธนาธรพูดขึ้นมาว่า “อีกหน่อยเราอาจจะต้องทะเลาะกันหนักมากนะ แต่ถึงยังไงขอให้จบกันในพวกเราเอง เป็นมืออาชีพ ไม่ปล่อยความขัดแย้งไปข้างนอก

ผมพยักหน้าบอก “เรื่องแบบนี้ในการเมืองเกิดขึ้นบ่อย และ professionalism ที่พื้นฐานในการทำงานไม่ว่าจะองค์กรในคือ praise in public, criticize in private ผมเห็นด้วยกับพี่” คุณปิยบุตรอยู่ข้าง ๆ มีคุณศิริกัญญา รองหัวหน้าพรรค นั่งเก้าอี้หวายอยู่ข้างหลังห่าง ๆ

น่าเสียดายที่ผมกับคุณปิยบุตรต้องมาสื่อสารกันทางนี้ ทั้ง ๆ ที่เราจะเจอกันตามตึกนิด ๆ หน่อย ๆ เหมือนเจออดีต กก.บห. อนาคตใหม่คนอื่น ๆ ที่นาน ๆ เจอกันที หรือบางครั้งที่คุณปิยบุตรนัดผมทานข้าวแล้ว แคนเซิลผม จริง ๆ ก็น่าจะ 3-4 วัน ก่อนที่คุณปิยบุตรจะตัดสินใจสื่อสารความคิดของเขาผ่าน Facebook ของเขาตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา

ในฐานะที่ผมเป็นผู้นำพรรค เชื่อว่าเราทุกคนรับการวิจารณ์ได้ ผมก็โดนมาตลอด 3 ปี เข้าใจว่าเป็นอิสรภาพในการแสดงออก ผมก็เป็นคน “ฟังแต่ยังไม่เชื่อ” แต่ถ้าถึงขนาดมาจากคนที่เคยขอร้องให้ผมมารับตำแหน่งหัวหน้าในวันที่ไม่มีใครรับ ผมคงต้องมาทบทวนกันใหม่กับเวลาที่เหลืออยู่ ทั้ง 1) การทำงานของกองอำนวยการเลือกตั้ง และ 2) บทบาทของผมเองในตอนนี้

มีคนเขาว่าไว้ ว่าถ้ามีเวลาตัดต้นไม้ 6 ชม. ฉันจะใช้เวลาลับขวาน 4 ชั่วโมง ในขณะที่ผมทบทวนตัวเองและการทำงานของกองอำนวยการเลือกตั้ง เราอาจจะมีเวลาอีก 3 เดือนที่เหลือ หรือน้อยกว่า ผมเห็นว่ายังมีความเป็นไปได้อยู่ 2 ทางที่จะเกิดขึ้นได้ อยากให้คุณปิยบุตรทบทวนเช่นกัน

ขณะที่ผมทบทวนตัวเองและการทำงานของกองอำนวยการเลือกตั้ง เราอาจจะมีเวลาอีก 3 เดือนที่เหลือ หรือน้อยกว่า ผมเห็นว่ายังมีความเป็นไปได้อยู่ 2 ทางที่จะเกิดขึ้นได้ อยากให้คุณปิยบุตรทบทวนเช่นกัน

1.คุณปิยบุตรต้อง “เลิกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ” เลิกทำตัวไม่เป็นมืออาชีพ ทำตามที่คุณธนาธรเคยขอไว้ กลับมาช่วยกันเท่าที่กฎหมายอนุญาต ทำให้คนที่เคยปรามาสอนาคตใหม่ ก้าวไกล คิดผิด และอนุญาตให้ผมและอีกหลายร้อยชีวิตที่พรรคมีสมาธิในการทำงานโค้งสุดท้าย

2.ปล่อยให้เราเสียสมาธิจนเราลืมไปว่าศัตรูตัวจริงของเราคือใคร ทิ้งโอกาสในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ทิ้งหยาดเหงื่อแรงงานของสมาชิกพรรค ทีมงานพรรค และปล่อยให้ 3 ป. ยังสืบทอดอำนาจต่อไป

ผมไม่แน่ใจว่าคุณปิยบุตรจะทำแบบนี้ไปอีกเท่าไร ผมว่าพอได้แล้วครับ แล้วมาเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ด้วยกัน ถึงแม้ว่าจะต่างคนต่างทำก็ตาม

หลายชั่วโมงต่อมา “ปิยบุตร” โพสต์เฟซบุ๊กตอบ “พิธา” ใต้โพสต์ของ “พิธา” ภายหลังนัดกินข้าวรำลึกความหลังวันยุบพรรค ดังนี้…

เพึ่งได้อ่านที่ “คุณพิธา” เขียน “เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้ผม” ทั้งหมด Ok ได้ จัดไป

ผมจะเขียนอธิบายให้ฟังทั้งหมดยาว ๆ ทั้ง ๆ ที่ผมไม่อยากพูดเรื่อง “คุณพิธา” เลย พยายามวิจารณ์พรรคอย่างตรงไปตรงมา ไม่พูดถึงตัวบุคคล แต่ “คุณพิธา” ก็ให้เกียรติโพสต์สื่อสารถึงผมโดยตรงขนาดนี้ ก็ถือเสียว่า “คุณพิธา” คงอยากคุยกับผมในที่สาธารณะ ผมจึงจำเป็นต้องตอบโดยละเอียดทุกประเด็น ประชาชน สมาชิก ผู้สนับสนุนพรรค จะได้รู้เสียทีว่า “คุณพิธา” เอารัดเอาเปรียบ พวกผม ทีมงาน พนักงาน ทีมจังหวัดทั่วประเทศ ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส.เพียงใด ใครกันแน่ “มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ” ใครกันแน่ “จับเสือมือเปล่า”

เมื่อวานเย็น ผมนัดกินข้าวกับเพื่อนมิตรและเพื่อน ส.ส. มีทีมงานมาบอกว่า “คุณพิธา” โพสต์ตอบโต้ผม ให้ผมใจเย็น ๆ อย่าตอบโต้ ผมเองก็ไม่อะไร จนเจอธนาธรกับชัยธวัช ก็รำลึกความหลังครบรอบ 3 ปียุบพรรคอนาคตใหม่ที่เราริเริ่มมาด้วยกัน แล้วก็เคลียร์เรื่องนี้กันไป แต่พอผมกลับบ้านมา เปิดอ่านดู โอ้โฮ “คุณพิธา” เขียนแบบ “เอาดีเข้าตัว เอาชั่วเข้าผม” ไอ้นั่นเรื่องเล็ก

ผมมาเป็นนักการเมือง เจอเรื่องวิจารณ์กันแบบนี้ จะมา “ใจเสาะ” แบบ “คุณพิธา” ไม่ได้ แต่ที่น่ารังเกียจกว่า คือการเขียน “ขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว” เสียมากกว่า จนทำให้พนักงาน ทีมงาน ทั่วประเทศคงอึ้งไปตาม ๆ กันว่า “คุณพิธา” เป็น “ผู้นำ” เพื่อนร่วมงานกว่าร้อยชีวิต แล้วผมเป็นคนที่ “ไม่เป็นมืออาชีพ” มาทำลายพรรคก้าวไกล อย่างที่ “คุณพิธา” พูดจริงหรือ ? เขียน “ขาวเป็นดำ” ว่า “คุณพิธา” เป็นพระเมสสิยาห์มากอบกู้พรรค ส่วนผมกลายเป็นพวกทำลายพรรค ?

เมื่อไรก็ตามที่สื่อติดต่อผมให้ไปคุยเกี่ยวกับการวิจารณ์พรรคก้าวไกล ผมปฏิเสธทุกครั้ง เพราะไม่ต้องการให้บานปลาย ถือเสียว่าผมเป็น “คนนอก” วิจารณ์เข้าไป (ซึ่งวัฒนธรรมการเมืองในต่างประเทศ ปัญญาชนที่เคยร่วมพรรคกันมา พอออกมา เขาก็วิจารณ์กันเป็นเรื่องปกติ) ก็ใช้เพจของผม เขียนไปเรื่อย ๆ ไม่ขยายความดราม่าผ่านสื่อต่าง ๆ

แต่นับแต่วันนี้ ผมจะเขียนอธิบายยาว ๆ ไปเรื่อย ๆ และพร้อมจะไปออกสื่ออธิบายทั้งหมดครับ ว่า “คุณพิธา” ทำอะไรบ้าง

ผมยืนยันว่า ผมรักและสนับสนุนพรรคก้าวไกล

พรรคก้าวไกลเป็นพรรคที่จำเป็นในสถานการณ์ระยะเปลี่ยนผ่านเช่นนี้ ผมมีเพื่อนพ้องน้องพี่มากมายที่ยังทำงานอยู่ที่นี่ ลงสมัคร ส.ส.ที่นี่ และผมให้กำลังใจสนับสนุนพวกเขา พร้อมที่จะช่วยพวกเขาเสมอ ผมรักเพื่อนของผมที่ร่วมก่อตั้งพรรคกันมา

แต่ด้วยความรักพรรคก้าวไกลเช่นนี้ เห็นพฤติกรรมของ “คุณพิธา” แบบนี้ ผมคงปล่อยผ่านไม่ได้ครับ มิเช่นนั้นผมจะทำบาปต่อพรรคก้าวไกลและประเทศชาติ ถ้าคิดถึงความถูกต้องและการต่อสู้ระยะยาว พรรคก้าวไกลและเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ด้วยกันมาตั้งแต่ยังเป็นวุ้น ปล่อย “คุณพิธา” แบบนี้ต่อไปไม่ได้ครับ

ขณะที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ทวีตข้อความถึงกรณีการถูกยุบพรรค พร้อมแนบภาพ และยืนยันเจตนารมณ์หนุนพรรคก้าวไกลส่ง “พิธา” เป็นนายกฯคนต่อไป

สถานการณ์ที่พรรคก้าวไกลต้องฝ่าฟันช่วงก่อนเลือกตั้ง ไม่ใช่เพียงคู่แข่งในสนาม แต่เป็นความขัดแย้งภายใน “พวกเดียวกันเอง”