เลือกตั้ง 2566 : กกต.รับประกัน รู้ผลผู้ชนะ เที่ยงคืนวันเลือกตั้ง

แสวง บุญมี กกต. การเลือกตั้ง

แสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ยันประชาชนตรวจผลเลือกตั้งในเว็บ กกต. รู้ผลแพ้-ชนะ ตอนเที่ยงคืน ด้าน สมชัย โผล่แย่งซีน ขู่ดำเนินคดี กกต. ปมตีตกคำร้อง รทสช.ขนคนเปิดตัว ประยุทธ์

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ว่า กกต.มีระบบการรายงานผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ แต่เนื่องจากเราเห็นว่ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ซึ่งต้องปฏิบัติงานเลือกตั้งยาวนานถึง 18 ชั่วโมง อาจมีความผิดพลาดถ้าหากยังต้องมากรอกผลคะแนนลงในระบบเหมือนที่เกิดขึ้นในครั้งที่แล้ว จึงมีการแก้ไขให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน จะมีความถูกต้องมากกว่า

ส่วนจะมีการรายงานผลจะเป็นรูปแบบเรียลไทม์หรือไม่นั้น นายแสวงกล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าเรียลไทม์คืออะไร แต่เมื่อตรวจสอบใบรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หรือ ส.ส.5/18 จะมีข้อมูลจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง บัตรดี บัตรเสีย และคะแนนของผู้สมัครในหน่วยเลือกตั้งนั้นแล้วว่าถูกต้องก็จะติดที่หน้าหน่วย และสำเนาก็จะเผยแพร่ในเว็บไซต์ กกต. เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้

โดยนำรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการมากรอกที่ ECT Report โดยประชาชนจะไม่สามารถเข้าถึงระบบนี้โดยตรง แต่ กกต.จะให้สื่อมวลชน มาเชื่อมข้อมูลและนำเสนอต่อประชาชนต่อไป ซึ่งจะเป็นข้อมูลเดียวที่มีความถูกต้อง

ทั้งนี้ สื่อจะได้รับตั้งแต่คะแนนแรกของหน่วยเลือกตั้งที่นับคะแนนเสร็จก่อนและเข้ามา จากนั้นก็จะให้สื่อทราบผลคะแนนที่เข้ามาเป็นระยะ ๆ จนกว่าจะนับคะแนนเสร็จสิ้น

Advertisment

“โดยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการสำนักงานตั้งเป้าที่จะรายงานผลให้ครบ 100% และคิดว่าในคืนของวันเลือกตั้งประชาชนก็น่าจะได้ทราบผลว่าใครเป็นผู้ชนะ” นายแสวงกล่าว

ไม่เกิดกรณีบัตรนิวซีแลนด์ซ้ำสอง

นายแสวงยืนยันว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เป็นปัญหาเรื่องการนับคะแนนนอกราชอาณาจักรอย่างที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมิติชี้มูลความผิดอดีตรองเลขาธิการ กกต. ฐานละเว้นไม่รับมอบติดตามถุงเมล์การทูตบรรจุซองใส่บัตรเลือกตั้ง ส.ส.นอกราชอาณาจักรปี 2562 โดย กกต. ได้เตรียมแผนบริหารความเสี่ยงถุงเมล์การทูตไว้แล้ว

“เรียกได้ว่าไม่ให้คลาดสายตา เราจะตามตลอดว่าทำอย่างไรถุงเมล์จึงจะมาถึงก่อนวันเลือกตั้ง และเมื่อมาถึงประเทศไทยแล้วจะมีการคัดแยกลงคะแนนส่งไปนับคะแนนยังสถานที่นับคะแนนของผู้ใช้สิทธิที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องความสูญเปล่าอีก”

ส่วนในเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง กกต.ก็ได้มีการเตรียมการไว้แล้วกรณีหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในวันที่ 3 มี.ค. 2566 ว่าการคำนวณจำนวน ส.ส.ที่แต่ละจังหวัดพึงมี และการแบ่งเขตเลือกตั้งไม่สามารถนับรวมราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยได้

Advertisment

ขอให้สบายใจได้ทุกอย่างยังเป็นไปตามเวลาและแผนงานที่วางไว้ อาจจะมีขยับบ้าง แต่เราจะเร่งเวลาในส่วนของ กกต. ที่เหลือ ให้เหลือเวลาตามกฎหมายเท่านั้น แต่ในส่วนพรรคการเมืองที่ทำไพรมารีโหวต ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10 วัน จึงคิดว่าหากเป็นกรณีที่สภาอยู่ครบวาระ กกต.น่าจะประกาศเขตเลือกตั้งได้ภายใน 10 วันก่อนสภาครบวาระ

นายแสวงกล่าวถึงการทำผลสำรวจความนิยมประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่า สามารถทำได้ แต่อย่าไปชี้นำให้สำคัญผิดหรือจูงใจ และอย่าเปิดเผยในช่วง 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง

สมชัย ขโมยซีน เลขาฯ กกต.

นายแสวงให้สัมภาษณ์กรณี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเสรีรวมไทย และอดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า กกต. ยกคำร้องกรณีที่ยื่นร้องขอให้ตรวจสอบการจัดประชุมใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และการเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

กรณีเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มาเป็นสมาชิกพรรค ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เข้าข่ายทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 เนื่องจากเข้าข่ายขนคนมาประชุม แจกเสื้อ แจกหมวก จัดมหรสพ และมีการปราศรัยหยาบคาย

ทั้งนี้ นายแสวงกล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบรายละเอียด จึงขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เพราะน่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการร้องในช่วง 180 วันก่อนสภาครบวาระ ซึ่งมีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายที่นายแสวงกำลังชี้แจงต่อประเด็นคำถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง นายสมชัย ได้ปรากฏตัวขึ้นกลางวงสัมภาษณ์ของสื่อมวลชนที่มาร่วมงาน เนื่องจากนายสมชัยไม่ได้ระบุแจ้งหมายว่าจะเดินทางมาแต่อย่างใด โดยระบุว่าติดตามผลการแถลงข่าวของ กกต.ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์

เมื่อรู้ว่าจัดงานที่ใด จึงมาให้กำลังใจการทำงานของ กกต. และต้องการมาสอบถามเหตุผลที่ยกคำร้องการตรวจสอบพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะไม่ถนัดส่งจดหมาย จึงตัดสินใจเดินทางมานัดวันเพื่อขอคำชี้แจงด้วยตัวเอง

3 มีนา ประกาศบุก กกต.

จากนั้น นายสมชัยให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังที่ตนไปร้องให้ กกต. ตรวจสอบพรรครวมไทยสร้างชาติว่า ที่ประชุม กกต.ได้ตีตกคำร้องดังกล่าว โดยได้มีหนังสือแจ้งไปยัง นายวีระ สมความคิด ซึ่งเป็นผู้ร้องร่วมอีกราย ที่อยู่ต่างจังหวัด โดยให้เหตุผล 2 ประการ 1.คำร้องขาดรายละเอียด ไม่ระบุสถานที่ บุคคล รวมถึงไม่มีพยานหลักฐาน ซึ่งไม่เข้าองค์ประกอบการร้องเรียน แต่ความจริงตนได้ยื่นรายละเอียดไปทั้งหมด

2.กกต.ให้เหตุผลว่า ผู้ร้องไม่ใช่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าว ซึ่งตนเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองกระทำความผิดกฎหมาย จะมาอ้างว่าตนในฐานะผู้ร้องไม่ใช่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้

ฟังเหตุผลปัดตกคำร้อง รทสช.

นายสมชัยกล่าวว่า ตนจะนัดเข้าไปขอรับฟังเหตุผลในการยกคำร้องดังกล่าว ในวันศุกร์ที่ 3 มีนาคม 2566 เวลา 11.00 น. ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของสำนักงาน กกต. แต่เป็นเรื่องที่ผ่านการเห็นชอบของ กกต.ไปแล้ว โดยมี กกต. 6 คน ลงมติให้คำร้องดังกล่าวตกไป จึงต้องไปขอเหตุผลว่าเหตุใดจึงยกคำร้อง

“ต้องดูว่า กกต.ทั้ง 6 คน จะมาชี้แจงผมหรือไม่ หรือจะส่งเจ้าหน้าที่มาชี้แจงกับผม เพราะสำนักงาน กกต.ที่มีเจ้าหน้าที่อยู่ 800 คน ถ้าผมไปแล้วมีการปิดประตู สัปดาห์ถัดไปก็จะขอสงวนสิทธิดำเนินคดีกับ กกต.ทั้งชุด อย่างถึงที่สุด เพราะถ้าไม่คุยก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลางทางการเมือง แต่ถ้าได้พูดคุยกันแล้วชี้แจงเคลียร์ก็จะไม่ดำเนินคดี” นายสมชัยกล่าว

5 ข้อฟ้องประยุทธ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำร้องของนายสมชัย และนายวีระ มีการยื่นคำร้อง 5 ข้อ เอาผิดพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2566 ประกอบด้วย

  1. เอารถบัสเป็นร้อยคัน ขนคนข้ามจังหวัดมาฟังปราศรัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
  2. แจกเสื้อ หมวก ธง กว่า 4,000 ชุด มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท เพื่อเป็นอุปกรณ์ในช่วงการฟังปราศรัย แม้จะระบุว่าเป็นสมบัติของพรรคการเมือง แต่ก็ไม่ได้เรียกคืน
  3. มีการพาศิลปินระดับประเทศ หรั่ง ร็อคเคสตร้า มาร้องเพลงบนเวทีเปิดตัวนายกฯ แม้จะเป็นเพลงของพรรค แต่ก็ต้องตรวจสอบว่าเข้าข่ายจัดมหรสพหรือไม่
  4. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ขึ้นปราศรัยเกี่ยวกับสถาบันและใช้ถ้อยคำที่หยาบคาย
  5. จัดประชุมใหญ่ แต่ไม่ได้ให้ผู้เข้าร่วมเซ็นชื่อประชุม จึงมองว่าเป็นการใช้การประชุม เป็นการบังหน้าจัดงานต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์