Skip to content

ฉากประเทศไทย หลังเลือกตั้ง ไอเดีย 10 ตัวเต็งว่าที่นายกรัฐมนตรี

06 เม.ย. 2566 | 15:41น.
ฉากประเทศไทย หลังเลือกตั้ง ไอเดีย 10 ตัวเต็งว่าที่นายกรัฐมนตรี
คอลัมน์ : Politics policy people forum

อีกไม่ถึง 40 วัน การเลือกตั้งจะถึงวันดีเดย์ พรรคการเมืองตัวแปร-ตัวตึงทั้งหลาย เปิดตัวนโยบาย-ผู้สมัคร ส.ส. และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ครบถ้วน

ต่อไปนี้คือภาพการเมือง หากแคนดิเดตนายกฯ หน้าตาแบบนี้ เราจะได้การเมืองแบบไหน

รัฐบาลเพื่อไทย บันได 6 ขั้น

พรรคเพื่อไทย ชูแคนดิเดตนายกฯ 2 คนหลักคือ แพทองธาร ชินวัตร และ เศรษฐา ทวีสิน ส่วนแคนดิเดตคนที่ 3 แค่ตัวเสริม-เติมให้เต็ม แพทองธาร-เศรษฐา ฉายภาพว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล สิ่งที่จะทำ อาทิ

กระตุ้นเศรษฐกิจมหภาค ด้วยนโยบาย “กระเป๋าเงินดิจิทัล” ให้คนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ใช้สอยในชีวิตประจำวันใกล้บ้าน รัศมี 4 กิโลเมตร

ถ้าครอบครัวรายได้น้อยกว่า 2 หมื่นบาท จะมีการเติมเงินเข้าช่วยเหลือทันที

ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 600 บาทต่อวัน ภายในปี 2570 ปริญญาตรีเริ่มต้นที่ 2.5 หมื่นบาทต่อเดือน

นโยบายการเมืองตามแผนบันได 6 ขั้น ขั้นที่ 1 จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ขั้นที่ 2 อัพเกรดราชการ ให้เป็น Digital Government โปร่งใสตรวจสอบได้ ขั้นที่ 3 ยกเลิกกฎหมายที่ไร้ประโยชน์ ล้าสมัย

ขั้นที่ 4 ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระที่เป็นอิสระแท้จริง ขั้นที่ 5 ไม่บังคับการเกณฑ์ทหาร ขั้นที่ 6 ผลักดันการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ในจังหวัดนำร่อง และทั่วประเทศในอนาคต

ส่วนประเด็น “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศกลับบ้าน ยอมรับโทษ แคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 2 คน ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยวข้อง

ก้าวไกล เขย่าโครงสร้าง

พรรคก้าวไกล ชู “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่จับมือกับพรรคเผด็จการจำแลง ไม่ว่ากับพรรคพลังประชารัฐ หรือพรรครวมไทยสร้างชาติ มีนโยบายสำคัญใหญ่ ๆ ที่เขย่าโครงสร้าง อาทิ

ปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร แก้ไขกฎหมายที่ถูกนำมาใช้ปิดปากหรือทำลายผู้เห็นต่างทางการเมือง ทั้ง ม.112, 116, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และปฏิรูปสถาบันศาลให้ยึดโยงกับประชาชน ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯทุกจังหวัด

ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาททันที และปรับขึ้นตามเงินเฟ้อทุกปี ออกหวยใบเสร็จเพื่อช่วยเหลือ SMEs ไทย

จัดงบประมาณอุดหนุน 10,000 ล้านบาท ให้ประชาชนทุกเขตเมืองในไทยมีรถเมล์ไฟฟ้าใช้ในราคาถูกและเข้าถึงได้

ภท.เชื่อมทุกพรรค

พรรคภูมิใจไทย ที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรค เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ชูจุดแข็ง ทำเป็น-ทำได้ทันที และพูดแล้วทำ “เป็นพรรคขนาดประสานเชื่อมทุกพรรค ทำให้เกิดความสามัคคี ความสงบของคนในชาติ”

ส่วนนโยบายสำคัญ ๆ เช่น พักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 ปี สำหรับหนี้ในระบบที่มีการทำสัญญาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

มีเครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง ให้โรงพยาบาลทุกจังหวัด จังหวัดละ 1 เครื่อง ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ เดินหน้ากัญชาทางการแพทย์

-ฟรีหลังคาโซลาร์เซลล์ ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 100 บาท 60 งวด

ปชป.ตั้งกองทุน 3 แสนล้าน

พรรคประชาธิปัตย์ ชู จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มีแคมเปญ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” มีนโยบายหากเป็นรัฐบาล อาทิ

อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด ทุกชุมชนในเขตเมือง เขตเทศบาล เขตหน่วยการปกครองท้องถิ่น รวมทั้งในพื้นที่ชุมชนของกรุงเทพมหานครด้วย

ชมรมผู้สูงอายุรับ 30,000 บาท ทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน , ตั้งกองทุน 300,000 ล้านบาท ให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน

ปลดล็อก กบข. และกองทุนเลี้ยงชีพ ให้ซื้อบ้านได้, สนับสนุน 3 ล้านบาทต่อยอดเกษตรแปลงใหญ่, ให้ค่าตอบแทน อกม. (อาสาสมัครเกษตรประจำหมู่บ้าน) 1,000 บาทต่อเดือน

กรณ์ ชู เสรีประชาธิปไตย

พรรคชาติพัฒนากล้า ที่ชู “กรณ์ จาติกวณิช” เป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ “สำคัญคือทุกคนในพรรค มีความคิดตกผลึกในแนวเดียวกัน เสรีนิยมประชาธิปไตย เราอยากสร้างโอกาส เราอยากให้ทุกคนมีโอกาสที่แข่งขันได้ บางกรณีต้องให้แต้มต่อกับคนบางคน เพื่อแข่งขันได้ กติกาต้องแฟร์กับเราทุกคน”

สำหรับนโยบายสำคัญ ๆ อาทิ หาเงินใหม่ให้ประเทศ 5 ล้านล้านบาท ผ่านเศรษฐกิจเฉดสี นำเงินใต้ดินขึ้นมาบนดิน

ลดภาษีบุคคล เงินเดือน 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี, น้ำมัน แก๊ส ไฟฟ้า ต้องถูกลง รื้อโครงสร้างพลังงานยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร รื้อระบบสินเชื่อ, เพิ่มมูลค่าการเกษตร ด้วยเทคโนโลยี อุตสาหกรรม รวมถึงท่องเที่ยวนำไทย เพิ่มนักท่องเที่ยว 2 เท่า

รัฐบาลวราวุธ ต้อง WoW

ท็อป “วราวุธ ศิลปอาชา” คือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคชาติไทยพัฒนา ชูจุดขาย WoW Thailand

คือ W : Wealth ความมั่งคั่ง การที่ทำให้มีคาร์บอนเครดิต จะทำให้ประชาชนมีรายได้ O : Opportunity โอกาส คำว่าคาร์บอน เครดิต เซ็นเตอร์ จะเป็นทั้งโอกาส ความหวังของประเทศไทย W : Welfare ดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชนที่จะเดินหน้าไปด้วยกัน ทำให้ฝุ่น PM 2.5 หายไป นอกจากนี้ยังมีนโยบาย อาทิ

รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (บรรหารโมเดล ปี’40) ที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว, แจกพันธุ์ข้าวฟรีทั่วประเทศ 60 ล้านไร่, ขยายเขตไฟฟ้าการเกษตรทั่วประเทศหน่วยละ 2 บาท

งบฯลงทุนท้องถิ่น 10 ล้านบาท, สร้างงานสร้างรายได้แก่ผู้สูงอายุ-เบี้ยคนพิการเดือนละ 3,000 บาท, ขนส่งมวลชน เข้าถึง เท่าเทียม

ไทยสร้างไทย ไม่ร่วมเผด็จการ

ไทยสร้างไทย ชูแคนดิเดตนายกฯ เต็มโควตา 3 คน คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี และ น.ต.ศิธา ทิวารี แต่ยืนหนึ่งคือ “คุณหญิงสุดารัตน์”

เธอกล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยเป็นรัฐบาลจะไม่เป็นที่เหยียบยืนของพรรคเผด็จการ

และยอมเป็นฝ่ายค้าน ถ้าพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐจับมือกัน

ตั้งกองทุน ให้มีกองทุนฟื้นฟูหนี้เสีย “ปลดล็อกเครดิตบูโรให้ประชาชน” กองทุน SMEs เพื่อช่วยเหลือในการทำธุรกิจ และกองทุนเครดิตประชาชนเพื่อจะแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

ออกกฎหมายเพื่อพักใช้กฎหมาย 1,500 ฉบับ ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน ให้มีบำนาญประชาชน เดือนละ 3 พันบาท และก้าวข้ามความขัดแย้งสองขั้ว ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

ลุงตู่ ทำต่อ ทำเป็น

พรรครวมไทยสร้างชาติ มีแคนดิเดตนายกฯ 2 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา- พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค แต่เบอร์ 1 คือ พล.อ.ประยุทธ์

“อยู่มาหลายปีรู้ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ และที่สำคัญ ถ้าเราอยู่ต่อแล้วได้ทำต่อ เพราะเราทำเป็น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวข้อดีของตนเอง

ไฮไลต์นโยบายพรรครวมไทยสร้างชาติ อาทิ เพิ่มสิทธิ “บัตรสวัสดิการพลัส” เป็น 1,000 บาท/เดือน และสิทธิเบิกฉุกเฉิน 10,000 บาท

คืน 30% เงินสะสมชราภาพ ให้ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 โครงการ “ปลดหนี้ด้วยงาน” รื้อกฎหมายที่รังแกประชาชน และเป็นอุปสรรคการทำกิน

พรรคลุงป้อม 700

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ คนเดียว ชูคอนเซ็ปต์ “ก้าวข้ามความขัดแย้ง”

มีนโยบายสำคัญ อาทิ เพิ่มเบี้ยยังชีพสำหรับผู้สูงอายุแบบขั้นบันได 60 ปี 3,000 บาทต่อเดือน อายุ 70 ปีขึ้นไป 4,000 บาทต่อเดือน และอายุ 80 ปีขึ้นไป 5,000 บาทต่อเดือน และเพิ่มเงินสวัสดิการบัตรประชารัฐเป็น 700 บาท

นี่คือฉากประเทศไทยหลังเลือกตั้ง