ประวิตร ไม่ง้อ เศรษฐา ไม่จับมือ ท้าเปิดความจริงคดีนาฬิกาเพื่อน

ประวิตร รถไฟ โคราช พปชร
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นั่งรถไฟครั้งแรกในรอบ 50 ปี ไปโคราช ปราศรัยหาเสียง 22 เม.ย.2566

ประวิตร นั่งรถไฟครั้งแรกในรอบ 50 ปี ไปโคราช ปราศรัยหาเสียง ไม่ง้อ เศรษฐา ไม่จับมือ พลังประชารัฐ-รวมไทยสร้างชาติ ท้า เปิดความจริง นาฬิกายืมเพื่อน-คืนแล้ว สันติ ตั้งเป้าปักธงโคราช 16 เขต

วันที่ 22 เมษายน 2566 เวลา 07.00 น. ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมผู้บริหารพรรค พปชร. อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค พปชร. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรค พปชร. นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค พปชร.

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา พรรค พปชร. พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ นายทะเบียนพรรค ออกเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ด้วยขบวนรถเร็ว 135 กรุงเทพมหานคร – อุบลราชธานี เพื่อปราศรัยใหญ่บริเวณตลาดเซฟวัน อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ภายในโบกี้รถไฟ ว่า เป็นครั้งแรกที่นั่งโดยสารทางรถไฟในรอบ 40-50 ปี นานแล้ว พร้อมกับถามผู้สื่อข่าวว่า มานั่งด้วยกันสนุกไหม

ด้านผู้สื่อข่าวถามว่า ร้อนหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนกลับมาว่า “คุณร้อนไหมล่ะ”

วิรัช สันติ ประวิตร รถไฟ พปชร โคราช

เมื่อถามว่าจะพัฒนาอีสานในด้านใดบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็บอกไปแล้วว่าเราจะพัฒนาอีสาน เราจะใช้รถไฟนี่แหละพัฒนาภาคอีสาน เปิดอุตสาหกรรมเป็นเลิศ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอะไรก็แล้วแต่ แล้วก็โรงเรียนที่จะช่วยสร้างงานในภาคอีสานโดยเฉพาะ สร้าง 12 โรงเรียน เพื่อที่จะสร้างนักเรียนอาชีวะให้มีงานทำ จะได้ไม่ต้องออกมานอกพื้นที่”

เมื่อถามว่า จังหวัดนครราชสีมาคาดหวังไว้อย่างไรบ้าง ตั้งเป้าในการเลือกตั้งไว้กี่ที่นั่ง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “พี่วิรัชเขาเป็นหัวหน้าทีม ผมไม่ได้เป็นหัวหน้า (ทีม) หัวหน้าพรรคไม่ได้ดู ดูพื้นที่เมื่อไหร่ล่ะ”

นายสันติกล่าวเสริมขึ้นมาว่า พรรค พปชร.ก็อยากได้ทั้ง 16 เขตนั่นแหละ

เมื่อถามว่านอกจากโครงการอีสานประชารัฐแล้วจะมีโครงการอื่นเพิ่มเติมอื่น ๆ หรือไม่ พล.อ.ประวิตกล่าวว่า “เราจะทำโครงการอีสานประชารัฐให้ได้ก่อน ยังไม่ต้องเอาอย่างอื่น เพื่อเชื่อมต่อภาคตะวันออกไปจนถึงเมืองกาญจน์ ซึ่งจะทำให้ภาคอีสานหลาย ๆ จังหวัดมีความเจริญ คนที่อยู่ในภาคอีสานก็จะมีงานทำ เป็นการสร้างงานโดยเฉพาะ”

เมื่อถามว่าอย่างนี้พรรค พปชร.หวังว่าจะปักธงภาคอีสานเป็นอันดับหนึ่ง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็อยากดิครับ แหม่ ไม่น่าถามเลยนะ”

วิรัช สันติ ประวิตร รถไฟ พปชร โคราช

เมื่อถามย้ำว่า ตั้งเป้าว่าจะได้ที่ 1 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “อยากน่ะอยาก แต่จะได้หรือเปล่า ก็ช่วยเลือกผมนะครับ ผมก็จะได้ที่ 1”

เมื่อถามว่า ได้เป็นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ด้วยใช้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “เป็นนายกฯก็ต้องไปเลือกกันในสภา ไม่ใช่เลือกกันตรงนี้”

เมื่อถามว่านายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยประกาศหลังเลือกตั้งไม่จับมือพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็ไม่เป็นไร ก็ว่ากันไป ผมก็ไม่ได้ประกาศว่าผมจะจับมือนี่ ผมประกาศป่าว”

เมื่อถามว่า ก้าวข้ามความขัดแย้ง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมบอกแล้วไง ก้าวข้ามความขัดแย้ง อยากให้ประชาชนทั้งประเทศเป็นหนึ่งเดียว ทำงานร่วมกันได้ ส่วนความคิดทางการเมืองใครจะคิดยังไงก็คิดไป ผมยังบังคับคุณไม่ได้เลย แล้วคุณจะมาถามผมทำไมครับ”

เมื่อถามว่า แนวทางก้าวข้ามความขัดแย้งจะเดินอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “แนวทางนี้ไง แนวทางที่ให้ประชาชนได้รู้ว่า คนไทยต้องร่วมมือกัน จะต้องร่วมมือกัน จะต้องอยู่ร่วมกัน อาศัยแผ่นดินเกิดที่จะทำให้แผ่นดินเกิดมีความเจริญ จะต้องทำยังไง ต้องร่วมมือกัน”

เมื่อถามว่า บรรยากาศเอื้อหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “เอื้อ ๆ ๆ เอื้อตลอด ประเทศเพื่อนบ้านออกเป็น 4 ฝ่าย 5 ฝ่าย เขายังร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวได้ เขานำความเจริญมาสู่ประเทศของเขาได้ แล้วเราล่ะครับ เรายังไม่มีความแตกแยกมากขึ้นถึงขนาดนั้นเลยนะ เรายังไม่มีสถานการณ์สู้รับถึงขนาดนั้น ต้องทำให้รู้ว่า เราเป็นคนไทย เราต้องตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน ก็โอเคแล้ว แล้วคุณไม่ตอบแทนเหรอ คุณเกิดมาไม่ตอบแทนคุณแผ่นดินเหรอ คุณเป็นนักข่าวอย่างเดียวเลยเหรอ คุณไม่ต้องทำอะไรเลยหรอ”


เมื่อถามว่า ศาลปกครองมีคำสั่งให้ ป.ป.ช.เปิดเผยผลการตรวจสอบคดีนาฬิกายืมเพื่อน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “โอ้โห้ อยากให้เปิดความจริง ความจริงเป็นยังไง จะได้รู้ว่าความจริงเป็นยังไง ไม่มีปัญหาเลย ผมอยากให้เปิดนานแล้ว ผมไม่ได้เอาของใครมา ผมยืนเขามา ผมก็เอาไปคืนเขาแล้ว”