จุรินทร์ ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ ปักธง กทม.ล้านเปอร์เซ็นต์
จุรินทร์ ปราศรัยใหญ่ฝั่งธนบุรี ประกาศจุดยืน 4 ทำ 3 ไม่ ไม่หนีสภา ไม่เอากัญชา ไม่ยอมคดีทุจริตติดคุกที่บ้าน ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ ปักธง ส.ส.กทม.ล้านเปอร์เซ็นต์
วันที่ 23 เมษายน 2566 ที่เวทีปราศรัยใหญ่ที่บริเวณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวปราศรัย โดยมีแกนนำพรรค เข้าร่วมการปราศรัยเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค และอดีตประธานรัฐสภา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. พร้อมด้วยแกนนำและผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 33 เขต เข้าร่วมเวทีอย่างคับคั่ง
บรรยากาศรอบบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ มีประชาชนชาวกรุงเทพฯ ทั้งจากฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี รวมถึงบรรดาแฟนคลับและผู้สนับสนุนพรรคเดินทางร่วมรับฟังปราศรัยอย่างคับคั่งเต็มพื้นที่
นายจุรินทร์กล่าวว่า “การเลือกตั้งนับตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 14 พฤษภาคม ถ้าพี่น้องนับนิ้วก็จะพอนับได้สักประมาณ 21 นิ้ว เหลือเวลาอีกประมาณ 3 สัปดาห์ก็จะถึงวันเลือกตั้งที่จะมาถึง เลือกตั้งเที่ยวนี้ไม่เหมือนคราวที่แล้ว เลือกตั้งคราวนี้พี่น้องจะได้บัตร 2 ใบ สำหรับ ส.ส.เขตจะลงคะแนนเลือกผ่านบัตรสีม่วง ขอให้จำไว้ในหัวใจก็คือเบอร์อะไรก็ตามขอให้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์พี่น้องกาเบอร์นั้นทั้ง 400 เขตทั่วประเทศ บัตรใบที่ 2 เป็นบัตรสีเขียวมีไว้สำหรับลงคะแนนเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เที่ยวนี้ประชาธิปัตย์ส่งทั้งหมด 98 คน ความจริงเขามีไม่เกิน 100 แต่วันไปสมัครเกิดปัญหา 2 คน คือเอกสารไม่ครบ ก็เลยส่งได้แค่ 98”
“เพราะฉะนั้นการลงคะแนนบัตรไปที่ 1 กับใบที่ 2 ก็มีความสำคัญเหมือนกันถ้าพี่น้องลงคะแนนเลือกผู้แทนเขตมาเยอะ ๆ ประชาธิปัตย์ก็จะมีที่นั่ง 500 ที่นั่งรวมกันคือ 400 เขต และปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน เป็น 500 ก็จะมีที่นั่ง ส.ส. เขตเยอะประชาธิปัตย์ก็จะทำภารกิจได้เยอะในสภาผู้แทน และถ้าพี่น้องลงคะแนนบัตรใบที่ 2 เลือกบัญชีรายชื่อเยอะ ประชาธิปัตย์ก็มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไปนั่งในสภาเยอะขึ้น รวมแล้วทั้ง 2 ประเภท เราจะมีผู้แทนที่ทำหน้าที่ได้มากกว่าการเลือกตั้งคราวที่แล้วที่เรามีแค่ 52 คน”

“ถ้าพี่น้องให้โอกาสประชาธิปัตย์ เราไม่ได้มีแต่ทัพการเมือง แต่ก็มีทัพเศรษฐกิจ เลือกตั้งคราวที่แล้วยอมรับ ประชาธิปัตย์ไม่ได้ที่นั่ง ส.ส.เลยแม้แต่ที่นั่งเดียว แต่จากการทำงานหนักของทีมกรุงเทพฯประชาธิปัตย์ โดยต่อเนื่องแม้ในยามวิกฤตโควิด เราไม่เคยทิ้งคนกรุงเทพฯ” นายจุรินทร์กล่าวแล้วว่า
“ผมเชื่อมั่นเที่ยวนี้ประชาธิปัตย์ปักธงในกรุงเทพมหานครได้แน่นอน แล้วก็ไม่ใช่ปักธงเฉพาะเขตพระนคร แต่ประชาธิปัตย์ฝั่งธนบุรี เที่ยวนี้มีเฮ ล้านเปอร์เซ็นต์” นายจุรินทร์กล่าว
นายจุรินทร์กล่าวว่า จุดยืนสำคัญที่ว่าก็คือจุดยืนในการที่เราจะให้สัญญาประชาคมกับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร และคนไทยทั้งประเทศ เราจะเดินหน้ายุทธศาสตร์ 4 ทำ 3 ไม่ ถ้าประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล 4 ที่ประชาธิปัตย์จะต้องทำแน่นอน คือ
ข้อ 1 ประชาธิปัตย์จะทำประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้มีความเข้มแข็งยั่งยืนต่อไป ประชาธิปัตย์พร้อมสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น เพื่อเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยเต็มใบ เพราะถ้าครึ่งใบก็กระท่อนกระแท่นต่อแรงเสียดทานไม่จบสิ้นอยู่เหมือนอย่างทุกวันนี้ ประชาธิปไตยเต็มใบจึงเป็นทางรอด แต่การแก้รัฐธรรมนูญไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ ต้องมีเงื่อนไขคือ ต้องไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ที่ว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์
ข้อ 2 คนเป็นนายกรัฐมนตรีเที่ยวหน้าต้องมีเงื่อนไข 2 ข้อ ข้อ 1 นอกจากต้องได้รับเสียงข้างมากในที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภารวมกัน คือได้เสียงเกิน 376 เสียง จาก 750 เสียงแล้ว ยังจะต้องมีข้อ 2 กำกับด้วย ข้อเดียวไม่พอ ข้อ 2 ที่ว่า ก็คือจะต้องมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนด้วย เพื่อให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

“ถ้าได้เป็นนายกฯ ในที่ประชุม 2 สภาแต่มามีเสียงน้อยในสภาผู้แทน ก็กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย สุดท้ายบริหารไม่ถึง 2 ยก จอดครับ ประเทศก็จะไปไม่รอด เพราะฉะนั้น 2 ข้อนี้ ต้องไปด้วยกัน” นายจุรินทร์กล่าวและว่า
“และข้อ 3 ที่ขอกราบเรียน นายจุรินทร์ พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีผมพร้อมที่จะเป็นผู้นำประเทศในระบบรัฐสภา พร้อมที่จะใช้เวทีสภาเป็นเวทีแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และไม่หนีสภาและพร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนประชาธิปไตยรัฐสภาเต็มใบต่อไป ถ้าได้มีโอกาสเป็นผู้นำประเทศ” นายจุรินทร์กล่าว
นายจุรินทร์กล่าวว่า นอกจากต้องทำประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เข้มแข็งแล้ว เรายังจะต้องเดินหน้าประชาธิปไตยสุจริต หรือประชาธิปไตยไม่โกง ไม่เอาการซื้อสิทธิขายเสียง การประมูลตัวผู้แทนราษฎร เพราะการซื้อสิทธิขายเสียงการประมูลตัวผู้แทนราษฎรนำมาซึ่งการลงทุนมหาศาลไปมีอำนาจเมื่อไหร่ก็จะกลับมาถอนทุนคืนคือการทุจริตคอร์รัปชั่น
“ที่สำคัญ คดีทุจริตคอรัปชั่น ต้องไม่มีอายุความต่อไป ไม่แก้ไขเรื่องนี้ คดีทุจริตคอร์รัปชั่นต้องไม่ไปลดโทษเหมือนกับคดีทั่วไป ติดคุกไม่กี่ปีออกมายืนยิ้มเยาะเย้ยคนไทยทั้งประเทศ คดีทุจริตติดคุกที่บ้านได้ ประชาธิปัตย์ไม่เอา ประชาธิปไตยไม่โกงจึงเป็นเรื่องจำเป็น พรรคไหนโกง พรรคไหนทุจริต พี่น้องต้องจำไว้ และต้องไม่เลือกกลับเข้ามามีอำนาจเพื่อกลับมาโกงเราอีก” นายจุรินทร์กล่าว
นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า ข้อ 4 ที่ประชาธิปัตย์จะทำ คือ จะจัดการกับปัญหายาเสพติดที่คุกคามสังคมไทยและคุกคามชุมชนพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครอยู่วันนี้ให้สิ้นซากโดยเร็วที่สุด ด้วยยุทธศาสตร์ตาต่อตาฟันต่อฟัน กัญชา ประชาธิปัตย์สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ แต่ประชาธิปัตย์ไม่เอากัญชาเสรี
“นี่คือ 4 ทำ ของประชาธิปัตย์”
“3 ไม่ สั้น ๆ ที่ขอประกาศตรงนี้ว่าประชาธิปัตย์ไม่เอา คือ ประชาธิปัตย์ไม่เลิกมาตรา 112 ประชาธิปัตย์ไม่เอายาเสพติด และประชาธิปัตย์ไม่เอาทุจริตคอร์รัปชั่น” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว