แพทองธาร แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย รับครอบครัวเป็นห่วง “ทักษิณ” กลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ล่าสุดกลับเดือนกรกฎาคมตามแผนเดิม ชี้ใครตัดสินใจของใครก็เป็นเรื่องของคนนั้น
วันที่ 14 มิถุนายน 2566 ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เบรกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศไทย ว่าจริง ๆ แล้วไม่มีมิติทางการเมืองอะไรเลย มีแต่มิติทางครอบครัว หากเรื่องนี้ซีเรียสขนาดนั้น เราคงไม่นัดกันทานข้าวนอกบ้าน คงคุยกันที่บ้านแล้วจบได้
ตนคิดว่าเป็นแค่ความห่วงใยของคุณแม่ (คุณหญิงพจมาน) ที่ตอนนี้เป็นเสาหลักของครอบครัว และห่างกับคุณพ่อมา 17 ปี ซึ่งคุณแม่ก็มีความเป็นห่วงทุกเรื่อง ไม่ว่าจะห่วงเรื่องของตน เวลาท่านพูดท่านก็พูดในฐานะแม่ของลูกสาวคนเล็ก ไม่ได้พูดในฐานะแม่ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ซึ่งท่านก็มีความเป็นห่วงแบบนี้เสมอมา ไม่มีมิติทางการเมืองด้านอื่นจริง ๆ ตนอ่านข่าวก็มีการวิเคราะห์ไปมากมาย และอยากต่อสายตรงมาว่าไม่มีอะไรเลย แค่มีความเป็นห่วงเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวเมื่อถามว่าด้วยสถานการณ์ทางการเมืองตอนนี้ ยังอยากให้นายทักษิณกลับมาหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า “เรื่องอยากให้กลับ ก็อยากให้กลับอยู่แล้ว แต่อิ๊งอยากให้คุณพ่อเป็นคนตัดสินใจเอง ว่าท่านอยากกลับมาตอนไหน อยากกลับมาอย่างไร เพราะท่านเองก็ออกไปนานมากแล้ว ก็คงมีความตั้งใจที่อยากจะกลับมา ท่านอยากกลับมาเลี้ยงหลาน ยิ่งตอนนี้เพิ่งจะมีหลานคนที่ 7 ก็ยิ่งอยากกลับ แต่ตรงนี้ก็ให้ท่านตัดสินใจเองดีกว่า”
เมื่อถามว่าทางครอบครัวได้มีการเบรกอย่างที่มีกระแสข่าวออกมาหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เราไม่มีการเบรก เราพูดแค่ว่าเป็นห่วง ดูข้อมูลให้ครบ ตัดสินใจให้ดี ซึ่งเป็นข้อความที่เราพูดเสมอ ไม่ได้มีการพูดว่าอย่ากลับมานะ ตอนนี้กลับไม่ได้ ตนคิดว่าจะไม่แฟร์กับคุณพ่อด้วย ท่านออกไป 17 ปี ท่านจะกลับมาตอนไหน ก็ให้เป็นเรื่องที่ท่านตัดสินใจเองดีกว่า
“ชีวิตก็เป็นของท่าน ซึ่งคุณพ่อเองก็รับฟังและเราฟังกันอยู่แล้ว แต่สุดท้ายแล้วการตัดสินใจของใครก็เป็นเรื่องของคนนั้น”
เมื่อถามว่า นายทักษิณยังยืนยันว่าจะกลับเดือนกรกฎาคมเหมือนเดิมใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า คุยล่าสุดก็ยังเป็นเช่นนั้น เมื่อพวกตนถามว่าได้ดูสถานการณ์ทางการเมืองหรือไม่ ท่านก็ตอบว่าดูอยู่แล้ว ท่านไม่อยากกลับมาแล้วเป็นความวุ่นวาย แน่นอนคุณพ่อมีความสำคัญทางการเมือง หากจะกลับมาก็ต้องดูเรื่องความเหมาะสม หากจะเปลี่ยนแพลนกลับ หรือไม่เปลี่ยนก็ต้องดูเรื่องความเหมาะสมด้วย
ส่วนมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเลื่อน น.ส.แพทองธารกล่าวว่า “ไม่ค่ะ ตอนนี้ยังไม่มี แต่ที่พูดหมายความว่าเราต้องดูใกล้ ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่นี่อิ๊งคิดแทนนะ คุณพ่อไม่ได้พูดกับอิ๊ง เรื่องวันที่เขาบอกจะให้อิ๊งประกาศเขาก็ยังไม่ได้บอกว่าจะเลื่อน”
เมื่อถามว่า กระแสข่าวการพูดคุยของครอบครัวชินวัตร ที่มีประเด็นที่ไม่อยากให้นายทักษิณกลับมาเพราะกลัวถูกหลอกนั้นหมายถึงอะไร น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ขยายความได้แน่นอน เพราะมันไม่มีอะไรเลย เรื่องถูกหลอกนั้นคำว่าถูกหลอกคืออะไร ตลอดเวลาที่คุณพ่อไม่อยู่ประเทศไทยมา 17 ปี แน่นอนว่ามีข้อมูลข่าวสารที่ท่านได้รับ ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นถูกบ้าง ผิดบ้าง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น
“เราไม่คิดว่าใครจะมาหลอกเรา หรืออะไรเป็นพิเศษ เป็นสิ่งที่ครอบครัวคุยกันว่าอยากให้ดูข้อมูลให้ดี ให้คิดให้ดีจะทำอย่างไร เป็นความห่วงใยที่เตือนสติกัน”
น.ส.แพทองธารกล่าวถึงกรณีรายงานข่าวว่าคุณหญิงพจมานบอกว่ายังไม่เหมาะเป็นนายกฯ ว่า ไม่ใช่เรื่องที่ทางครอบครัวเบรก แต่เป็นเรื่องที่คุณแม่พูดถึงลูกสาวคนเล็ก ซึ่งตนคิดว่าท่านก็คงมีความภูมิใจที่ตนมาอยู่ในจุดนี้ แต่ลึก ๆ ท่านก็คงเห็นว่าตนมีความเป็นเด็ก ซึ่งนี่เป็นแค่ในความรู้สึก แต่ในความเป็นจริงเราก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่เด็ก
ฉะนั้น เรื่องที่คุณแม่มีความเป็นห่วงเราก็เข้าใจอยู่แล้ว และไม่ได้โกรธอะไรด้วยซ้ำ ซึ่งคุณแม่ก็มีความเป็นห่วงตั้งแต่ที่ตนตั้งท้องและลงพื้นที่ ตนต้องพูดตลอดว่าตนโอเค หาหมอแล้ว ซึ่งจะบอกกับคุณแม่แบบนี้ทุกครั้ง และย้ำว่าไม่ได้มีมิติอื่นจริง ๆ
ถามต่อว่า ส่วนตัวพร้อมที่จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า “ถ้าไม่พร้อม อิ๊งคงไม่ให้ชื่อตัวเองไปลง ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ก้าวมาอยู่จุดนี้ ซึ่งอิ๊งรู้สึกว่าถ้าเราไม่พร้อม เราก็ต้องบอกคนในพรรคว่าเราไม่พร้อม”
เมื่อถามว่า แสดงว่าคุณแม่มีการมองข้ามชอตไปหรือไม่ที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ในใจมีคำอธิบายมากมาย และอยากอธิบายให้ฟังว่า สิ่งที่คุณแม่คิดตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ตนก็ต้องมีสิทธิใช่หรือไม่ เพราะตนเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย หากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ไม่ว่าตน นายเศรษฐา ทวีสิน และนายชัยเกษม นิติสิริ ก็มีสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ หากเราเป็นพรรคอันดับ 1
คุณแม่ก็คงจะมีการคิดถึงว่าจะมีสิทธิเป็นไปได้หรือไม่ ท่านก็คงมีความเป็นห่วงว่าหากพรรคเพื่อไทยได้อันดับ 1 จริง ๆ ตนต้องเป็นนายกฯหรือไม่ จะมีการคุยกันอย่างไรในพรรค ซึ่งคุณแม่มีความเป็นห่วงตรงนี้จริง ๆ และท่านพูดเสมอ ซึ่งมีแค่นั้นจริง ๆ ในมู้ดของคนเป็นแม่
เมื่อถามว่าขณะนี้นายพิธามีคดีเข้ามาจำนวนมาก น.ส.แพทองธารกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเคยผ่านกระบวนการถูกยุบพรรคมาแล้วถึง 2 ครั้ง จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีความหนักแน่นในประชาธิปไตย เคารพเสียงของประชาชน เมื่อประชาชนเลือกแล้วก็อยากจัดตั้งรัฐบาลเร็วที่สุด เพื่อแก้ปัญหาประเทศ สำหรับกระบวนการยุติธรรมต่าง ๆ ขอให้พิจารณาตามข้อมูลหลักฐาน ตนขอส่งกำลังใจให้นายพิธาด้วย เพราะประเทศรอการขับเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ไหวแล้ว เราต้องมีการเมืองแบบใหม่
เมื่อประชาชนเลือกตั้งมา เคารพเสียงประชาชนแล้วมุ่งไปข้างหน้าต่อ สิ่งที่พรรคเพื่อไทยหรือครอบครัวของตนเคยเจอ ก็อยากให้ยุติลง อยากให้มีการเมืองสร้างสรรค์
เมื่อถามว่า มีการประเมินสถานการณ์หรือไม่หากเกิดอุบัติเหตุกับนายพิธา รูปแบบการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นอย่างไร น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตอนนี้ไม่อยากให้พูดถึงเหตุการณ์สมมติ โจทย์ที่ตนและพรรคเพื่อไทยมีอยู่คือพรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับหนึ่ง เราจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกัน เราจะทำตรงนี้ให้เต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากปมหุ้นของนายพิธาส่งผลกระทบกับการเลือกนายกรัฐมนตรี แนวทางการจัดตั้งรัฐบาลจะยังเป็นปัจจุบันใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า แน่นอน ฝ่ายประชาธิปไตยต้องจับมือกันให้แน่น เราเคารพเสียงของประชาชน ไปตามนั้น กระบวนการที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ
ยืนยันว่าตนขอปฏิเสธกระแสข่าวการพลิกขั้วในช่วงที่ผ่านมา เราไม่มีแผนที่จะพลิกขั้วใด ๆ ทั้งสิ้น ตนงงข่าวดีลลับที่ออกมาจำนวนมาก คงลับมาก เพราะตนไม่รู้เรื่อง ซึ่งมันไม่ใช่ อยากให้หนักแน่นไว้ พรรคเพื่อไทยที่คุยกับพรรคก้าวไกลไว้อย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เมื่อถามว่า หากเกิดอุบัติเหตุแล้วพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 60 กว่าเสียงที่ยังขาดอยู่จะหาจากที่ไหน น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องกรรมการบริหารพรรคจะดีกว่า เพราะเขาได้คุยกับพรรคก้าวไกลด้วย คำถามนี้ลงรายละเอียดเกินไปที่ตนจะตอบ
เมื่อถามถึงกระแสข่าวโผรัฐมนตรีต่าง ๆ ที่มีชื่อ น.ส.แพทองธารนั้น น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตนเห็นโผออกมาหลายครั้ง ขอบคุณสำหรับทุกตำแหน่ง แต่ไม่ใช่เลย ยังไม่ทราบเลย ตนเห็นพร้อมกับคนที่ดูโซเชียล เมื่อถามว่า หากจัดตั้งรัฐบาลจะเข้าไปรับตำแหน่งฝ่ายบริหารหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่าขอรอดูก่อน และต้องรอดูผู้มีประสบการณ์หลายท่านที่ต้องตกลงกัน รวมถึงต้องพูดคุยกับพรรคร่วมด้วย