พงศกร ชี้ ถ้าประธานสภาไม่ใช่ก้าวไกล จะโหวตพิธาได้รอบเดียว

พล.ท.พงศกร รอดชมภู

พงศกร ชี้ ถ้าประธานสภาไม่ใช่ก้าวไกล ไม่ทันได้กดดัน ส.ว. ถามตรง ๆทำไมไม่ปล่อยไปตามครรลอง

วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก มีความว่า วันพรุ่งนี้ไม่ว่าการเจรจาระหว่างสองพรรคใหญ่จะออกมาอย่างไร ขอให้คิดไว้เสมอว่า ที่ประชาชนลงคะแนนให้จนชนะฝ่าย 2 ลุงมาได้อย่างเด็ดขาดนั้น ก็เพื่อให้มาช่วยกันถอนราก ถอนโคน เครื่องมือ กลไก ในการครองอำนาจของฝ่ายอำนาจนิยม

พรรคการเมืองที่อนุรักษนิยมจนออกนอกหน้าแทบไม่มีใครเลือก ไม่มีผู้แทนเข้ามาได้เลยเป็นส่วนใหญ่ พรรคการเมืองฝ่ายอำนาจนิยมสนับสนุน คสช. หรือเป็นนั่งร้านให้แทบหมดจากเวทีการเมือง เรื่องนี้เป็นเจตจำนงของประชาชน ควรเอาตรงนี้เป็นตัวตั้ง และเข้าใจความจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกัน แม้นโยบายและแนวทางของสองพรรคจะแตกต่างกัน เป็นฝ่ายขวาและฝ่ายซ้ายก็ควรมาแข่งกันในการเลือกตั้งรอบหน้า รอบนี้เอาประชาชนก่อน

ในส่วนของพิธา ถ้าประธานสภาไม่ใช่ของก้าวไกล คงมีโอกาสเสนอเพียงครั้งเดียว ไม่มีโอกาสที่ประชาชนจะแสดงเจตจำนงที่หนักแน่นสนับสนุนจน ส.ว.เปลี่ยนใจได้เพราะยังไม่มีเหตุ

ซึ่งเข้าใจได้ถึงการชิงเหลี่ยมทางการเมืองแบบคนเก๋าเกมเขาทำกันในการเมืองแบบที่ผ่าน ๆ มา คำถามคือประชาชนอยู่ตรงไหน เพราะโพลที่ถามว่าคนไม่เอาพิธามีน้อยที่สุด และต้องการพิธาก็มาอันดับหนึ่ง ปล่อยไปตามครรลองจะดีกว่าไหม เพราะไม่ว่าใครจะมาแทนพิธาก็จะปกครองด้วยความยากลำบากทั้งนั้น

ในฝั่งของพี่ป้อมถ้ารวบรวมเสียงได้ ก็ต้องเอาจากฝั่งที่ประชาชนเลือกให้มาเลิกระบอบ คสช. หากฝืนเข้ามาจะอลหม่านหนัก

ในฝั่งกันเอง ถ้าให้พิธารอบเดียว ในเวลานั้นหากบังเอิญพี่ป้อมยังไม่ผ่านซึ่งเป็นไปได้ยาก ขั้นที่สามนี้จะกลับมาที่ฝั่ง 8 พรรคก็ต้องเป็นเพื่อไทย เกิดทางผู้มีอำนาจต้องการทำลายพรรคเพื่อไทยก็ง่าย แค่ให้ ส.ว.และบางส่วนในพรรคฝ่ายรัฐบาลที่เป็นของ 2 ลุงมาลงคะแนนให้ก็แก้ตัวลำบาก ให้เก่งอย่างไรก็สู้การไม่ยอมรับได้ยาก


ปล่อยตามเส้นทางประชาธิปไตย รีบแก้รัฐธรรมนูญแล้วเลือกตั้งใหม่เร็ว ๆ ทนมา 9 ปี ไม่หือ ไม่อือ ทนอีก 1 ปีกับ ส.ว. หรือทนอีก 4 ปี แก้รัฐธรรมนูญเสร็จก็ไม่นาน จากนั้นจะพ้นจากกับดักของอำนาจนิยมตลอดกาล ฉลองชัยชนะร่วมกับประชาชนจะดีกว่าไหมครับ