เกมชิงเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นเกมต่อรองทางการเมือง ระหว่างพรรคก้าวไกล-เพื่อไทย ยกแรก กว่าจะถึงจุดลงตัว ทำเอาสองพรรคแยกเขี้ยวใส่กัน แม้จะบอกว่า “จบสวย”
เพราะกว่าจะตกลงเจรจายอมความกันได้ ต้องมีการประชุมเคลียร์ใจทั้งในรอบ-นอกรอบ และใต้ดิน มีการปล่อยข่าวลือ ต่อรอง กดดันถึงฝ่ายตรงข้ามถึง 7 ครั้ง จนกระทั่งมีการเสนอชื่อ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” หัวหน้าพรรคและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ วัย 79 ปี เป็นประธานสภา
นี่คือ 24 ชั่วโมง กว่าจะลงตัว ที่ 3 ชื่อ
วันที่ 3 กรกฎาคม 2566
09.00 น. คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย จัดประชุมภายในเพื่อชงชื่อ วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เป็นประธานสภา
ย้อนไปก่อนหน้านั้น ในวันที่ 2 กรกฎาคม ภายหลังแถลงข่าวพรรคร่วมรัฐบาล 8 พรรค ที่พรรคก้าวไกล ทั้งนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค ได้นั่งประกบ “วันนอร์” และพูดคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ช่วงค่ำของวันที่ 2 กรกฎาคม พรรคเพื่อไทย ได้ชงชื่อ “วันนอร์” ให้พรรคก้าวไกลพิจารณาตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 2 กรกฎาคม แกนนำพรรคก้าวไกล โดยชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ได้ไปคุยรายละเอียดกับ “วันนอร์” ถึงบ้านพรรค จนเกือบเที่ยงคืน
ตัดกลับที่ห้องประชุมพรรคเพื่อไทย ในเช้าวันที่ 3 กรกฎาคม บรรดา ส.ส.ได้รับการแจ้งข่าวว่าพรรคจะเสนอชื่อ “วันนอร์” เข้าชิงประธานสภา ส.ส.พรรคเพื่อไทย หารือกันนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะได้ข้อสรุปเป็น “เสียงส่วนใหญ่” เห็นด้วยที่จะเสนอ “วันนอร์” ชิงเก้าอี้ประธานสภา นอกจากนี้ ยังมีมติเสนอชื่อ “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” เป็นรองประธานสภา คนที่ 2
ในเวลาเดียวกันนั้น ที่ตึกไทยซัมมิท ที่มี ตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” เป็นเจ้าของ พรรคก้าวไกล นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และแกนนำคนสำคัญหลายคน มาปักหลักรอข้อสรุปของพรรคเพื่อไทย และมี 2 แกนนำ คือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล รอฟังคำตอบจากพรรคเพื่อไทยด้วย

11.00 น. ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทยอยออกจากห้องประชุม และเปลี่ยนชุดปกติขาว เพื่อเดินทางไปร่วมรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ขณะนั้น การเจรจายังไม่สะเด็ดน้ำ
11.30 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นายภูมิธรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รวมถึง แพทองธาร ชินวัตร ได้นำข้อสรุปของพรรคเพื่อไทย ไปหารือที่พรรคก้าวไกล พร้อมกับแจ้งว่ามีสื่อมวลชนรอปักหลักทำข่าวอยู่บริเวณชั้นหนึ่งอาคารไทยซัมมิทอยู่เป็นจำนวนมาก แกนนำพรรคเพื่อไทยจึงเข้าทางหลังตึก ผู้สื่อข่าวประจำพรรคเพื่อไทยสังเกตเห็นจึงวิ่งตามไป
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ แพทองธาร นำคนในตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ และแกนนำสายตรงลอบเข้าตึกไทยซัมมิท ได้มีการต่อสายข้ามประเทศกับหลังบ้านก้าวไกล ส่งผลต่อการเจรจา สะเทือนทั้งสองตึก
แม้ว่าระหว่างนั้น พรรคเพื่อไทยมีแผนรองรับ 2 แผน แผนแรก หากทั้ง 2 พรรคตกลงกันได้ จะมีการแถลงร่วมกันภายหลังจบรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา เวลา 17.00 น. โดยจะกำหนดสถานที่แถลงร่วมกันภายหลัง แต่หากทั้ง 2 พรรคไม่สามารถตกลงกันได้ พรรคเพื่อไทยจะกลับมาแถลงฝ่ายเดียว ณ พรรคเพื่อไทย
13.00 น. ทั้งสองพรรคตกลงกันได้ โดยพรรคก้าวไกลยินยอมข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย พร้อมกับนัดแถลงข่าวร่วมกัน เวลา 19.00 น. ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์
14.00-17.30 น. ส.ส.ทำรัฐพิธีเปิดประชุมสภาที่อาคารรัฐสภา
18.00 น. ก่อนการแถลงข่าวเคลียร์เก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคก้าวไกล ประมาณ 1 ชั่วโมง แกนนำพรรคเพื่อไทยได้ตรวจสอบเพจของพรรคก้าวไกล ได้พบว่า
พรรคก้าวไกลได้ลงภาพกราฟิกเชิญชวนให้ประชาชนติดตามการแถลงข่าว 8 พรรคร่วมรัฐบาล กรณีประธานสภา เวลา 19.00 น. อีกทั้งในไลน์กรุ๊ปสื่อมวลชนของพรรคก้าวไกล ยังแจ้งกำหนดการแถลงข่าวของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล
ทำให้แกนนำพรรคเพื่อไทยไม่พอใจอย่างมาก ได้ต่อสายสอบถามข้อเท็จจริงกันว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากช่วงเช้าได้มีการเคลียร์กับแกนนำพรรคก้าวไกล 2 ราย ที่มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ แล้ว ว่าเป็นการแถลงข่าวเพียงแค่ 2 พรรคเท่านั้น พร้อมทั้งยื่นคำขาดว่า หากมีการเชิญพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลพรรคอื่นมา ทางพรรคเพื่อไทยไม่สามารถยอมรับได้ เนื่องจากผิดข้อตกลง และมองว่าจะให้พรรคร่วมอีก 6 พรรคมากดดันพรรคเพื่อไทยหรือไม่
ขณะเดียวกัน พรรคก้าวไกล ที่เป็นเจ้าภาพในการแถลงข่าว และเป็นฝ่ายจองห้องแถลงข่าวที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ ได้แจ้งไปยังโรงแรมให้ตั้งป้ายแถลง 8 พรรคการเมือง โดยติดต่อไปยังพรรคการเมืองอื่น ๆ พร้อมทั้งมีการยืนยันในช่วงบ่ายว่าเป็นการแถลงของ 8 พรรคร่วม อย่างไรก็ตาม ภายหลังแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่หารือกันอย่างเคร่งเครียดภายหลังเดินทางจากการประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมสภา ได้ต่อสายไปยังแกนนำพรรคก้าวไกล เพื่อยืนยันว่าการแถลงข่าวต้องเป็นการแถลงของ 2 พรรคเท่านั้น
18.45 น. แกนนำพรรคก้าวไกลจึง โทร.หาแกนนำพรรคอื่น ๆ แจ้งยกเลิกการแถลงข่าวของ 8 พรรค โดยเหลือเพียงแค่พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่โรงแรมได้มาเก็บป้ายพรรคอื่น ๆ เหลือแค่พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกลเท่านั้น
ขณะที่แกนนำพรรคเพื่อไทยทยอยมาถึงที่โรงแรม นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และนั่งล้อมวงหารือกันอย่างเคร่งเครียด ส่วนพรรคก้าวไกล มีนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคมาคอยต้อนรับ ส่วนแกนนำพรรคอื่น ๆ ก็ทยอยมาถึงเช่นกัน อาทิ นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม
19.15 น. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมด้วย ชัยธวัช ตุลาธน และแกนนำพรรคก้าวไกลคนอื่น ๆ มาถึงยังโรงแรม
19.40 น. พิธา แถลงข่าว พร้อมอ่านบันทึกข้อตกลง 4 ข้อ 1.เสนอชื่อ นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย เป็นรองประธานสภาคนที่ 2 โดยพรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเป็นธรรม พรรคเพื่อไทยรวมพลัง และพรรคพลังสังคมใหม่ พร้อมให้การสนับสนุนตามข้อตกลงนี้
2.บุคคลที่จะปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมผลักดันวาระที่ทำให้รัฐสภาไทยก้าวหน้า ให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพ และเป็นของประชาชน
3.ข้อตกลงเรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพระหว่าง 8 พรรคในการจัดตั้งรัฐบาล เสนอและสนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี อย่างสุดความสามารถ โดยดำเนินการตามข้อตกลง MOU ที่ได้แถลงร่วมกันเมื่อ วันที่ 22 พฤษภาคม 2566
4.พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยยืนยันร่วมกันให้ความเห็นชอบกฎหมายสำคัญเพื่อประชาชน ซึ่งรวมถึงการนิรโทษกรรมคดีแสดงออกทางการเมือง และการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ร่างพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก และร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามที่พรรคก้าวไกลเสนอ
20.30 น. ภูมิธรรม กล่าวถึงรองประธานสภาคนที่ 2 ของเพื่อไทย ว่า ยังไม่ได้ข้อสรุป พรรคเพื่อไทยต้องกลับไปประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคอีกครั้ง
จากนั้นช่วงดึกมีรายงานว่า พรรคเพื่อไทยเสนอนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เป็นรองประธานสภาคนที่ 2
ส่วนพรรคก้าวไกล เสนอนายปดิพัทธ์ สันติภาดา เป็นรองประธานคนที่ 1
4 กรกฎาคม 2566
09.30 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการประชุมเพื่อเลือกประธานสภา และรองประธานสภา 2 ตำแหน่ง
10.15 น. พิธา ลุกขึ้นเสนอชื่อ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” เป็นประธานสภา โดยไม่มีพรรคอื่นเสนอชื่อประกบ จึงได้เป็นประธานสภา ตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ 6 วรรค 3
10.35 น. ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล เป็นรองประธานสภาคนที่ 1 ขณะที่ อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เสนอชื่อ วิทยา แก้วภราดัย ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นรองประธานสภาคนที่ 1
ที่ประชุมใช้เวลาลงคะแนนโดยวิธีลับ และนับคะแนนกว่า 3 ชั่วโมง
13.30 น. ที่ประชุมมีมติ 312 เสียง เลือก ปดิพัทธ์ เป็นรองประธานสภาคนที่ 1 ส่วน วิทยา ได้ 105 คะแนน งดออกเสียง 77 เสียง จากสมาชิกทั้งหมด 496 คน และมีบัตรเสีย 2 ใบ
13.45 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เสนอชื่อนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นรองประธานสภาคนที่ 2 โดยไม่มีใครเสนอชื่อแข่ง ทำให้นายพิเชษฐ์ ได้เป็นรองประธานสภาคนที่สอง ตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ 6 วรรค 3
14.00 ปิดประชุมสภา
เปิดประวัติ 3 ประมุขนิติบัญญัติ
สำหรับประวัติประธานสภาผู้แทนราษฎร : วันมูหะมัดนอร์ มะทา อายุ 79 ปี เข้าสู่สนามการเมืองตั้งแต่ปี 2522 ในนามพรรคกิจสังคม เป็นแกนนำกลุ่มวาดะห์ ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ กระทั่งเกิดกลุ่มกบฏ “กลุ่ม 10 มกรา” ได้แตกตัวออกมาตั้งพรรคประชาชน นำพรรคประชาชนยุบรวมกับพรรคก้าวหน้า พรรคกิจประชาคม และพรรครวมไทย เป็นพรรคเอกภาพ เข้าร่วมก่อตั้งพรรคความหวังใหม่ และพรรคไทยรักไทย ร่วมก่อตั้งพรรคประชาชาติ ในปี 2562
มีตำแหน่งทางการเมือง ทั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก่อนจะกลับมาเป็นประธานสภาอีกครั้งในวัย 79 ปี
รองประธานสภาคนที่ 1 ปดิพัทธ์ สันติภาดา อายุ 42 ปี จบคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนทำงานเป็นนายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 2 ปีได้ กระทั่งลงเล่นการเมือง จนฉายา “หมอหมา ชนะหมอคน” หลังจากชนะหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ แชมป์เก่า 3 สมัย ในสนามเลือกตั้งพิษณุโลก เมื่อ 24 มีนาคม 2562
ได้รับคะแนนเสียง 35,579 คะแนน ชนะ นายเศรษฐา กิตติจารุรักษ์ จากพรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนน 23,682 คะแนน และชนะ นายแพทย์วรงค์ จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้คะแนน 18,613 คะแนน
ขณะที่การเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 “ปดิพัทธ์” ได้ 40,842 คะแนนอันดับ 2 นายอดุลวิทย์ วิวัฒน์ธนาฒย์ จากพรรคพลังประชารัฐ 19,096 และอันดับ 3 นางสาวณัฐทรัชต์ ชามพูนท จากพรรคเพื่อไทย ได้ 18,180 คะแนน
ถามคนในพรรคก้าวไกล ถึงเหตุผล ที่ “ปดิพัทธ์” สมควรเป็นที่เชิดหน้าชูตา เพราะมีผลงานในสภา ทำหน้าที่อย่างกล้าหาญ
เป็นผู้อภิปรายประเด็น รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา เอื้อหมูเจ้าสัว ปกปิดการระบาดของโรค ASF ปล่อยเกษตรกรรายย่อยสูญพันธุ์ และทำให้ “หมูแพง”
อภิปรายปมเครือข่าย “ตู้ห่าว” โยงกับบริษัท บริษัท คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น อันเป็นบริษัทของหลานชายของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีที่ตั้งอยู่ในค่ายทหาร และยังประกอบกิจการหลักคือรับประมูลงานจากภาครัฐ
นอกจากนี้ ยังอภิปรายกรณีทุจริตบ้านพักสวัสดิการทหาร ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งนำไปสู่เหตุกราดยิงโคราชเมื่อปี 2563 ซึ่งทุจริตบ้านพักสวัสดิการทหาร มีการเรียกรับสินบน 5% และอมส่วนต่างค่าบ้าน ยังได้เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาผลกระทบของมาตรา 112 ที่มีต่อสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชน
รองประธานสภาคนที่ 2 : พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน พิเชษฐ์ ส.ส.เชียงราย 5 สมัย อายุ 60 ปี เป็นมืออภิปรายคนหนึ่งของพรรคเพื่อไทย เคยดำรงตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 2 สมัย และเคยเป็นที่ปรึกษา รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้คุณพิเชษฐ์ยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน
อาจกล่าวได้ว่า ในสนามเลือกตั้งเชียงราย “พิเชษฐ์” ไม่ได้อยู่ใต้สังกัด “ติยะไพรัช” หรือ “เตชะธีราวัฒน์” 2 ตระกูลการเมืองในพรรคเพื่อไทย แต่ยังฝ่าดงเลือกตั้ง จนกระทั่งครองเก้าอี้ ส.ส. 5 สมัย ถือว่าไม่ธรรมดา
- รวมไทยสร้างชาติ พร้อมยืนตรงข้ามก้าวไกล วันนอร์-เพื่อไทยพวกเดียวกัน
- ไม่พลิกโผ ปดิพัทธ์ นั่งรองประธานสภา คนที่ 1-พิเชษฐ์ นั่งรองฯ คนที่ 2
- เปิดประวัติ “ปดิพัทธ์ สันติภาดา” ผู้ท้าชิงประธานสภา จากพรรคก้าวไกล
- วันนอร์ นั่งประธานสภา วิทยา พรรคประยุทธ์-ก้าวไกล ชิงโหวตรองประธาน
- เปิดประวัติ วันนอร์ หัวหน้าพรรคประชาชาติ เพื่อไทย เสนอนั่งประธานสภา