Skip to content

เปิดประวัติ โตโต้ สส.พรรคก้าวไกล อดีตการ์ดวีโว่ แฉตลาดนัดแฝงบ่อน

17 ต.ค. 2566 | 18:02น.
เปิดประวัติ โตโต้ สส.พรรคก้าวไกล อดีตการ์ดวีโว่ แฉตลาดนัดแฝงบ่อน

รู้จักปิยรัฐ จงเทพ-โตโต้ อดีตการ์ดวีโว่ สส.ก้าวไกล แฉตลาดนัดแฝงบ่อน วอน “ชาดา” เข้าจัดการ หวั่นผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง

วันที่ 17 ตุลาคม 2566 นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ สส.เขตพระโขนง-บางนา พรรคก้าวไกล เผยแพร่คลิปวิดีโอพร้อมระบุข้อความผ่านเพจ “โตโต้ ปิยรัฐ – Piyarat Chongthep” เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ระบุว่า “‘สุดจะทนคนอย่างเธอ’ — โตโต้สุดกลั้น โดนลากเอี่ยวมีส่วนเกี่ยวกับบ่อนพนัน บุกปราศรัยหน้าตลาดนัดแฝงบ่อน ขอร้องดีดีแล้วไม่ชอบกัน ลั่นไม่ต้องเอาเงินมาให้ เพราะไม่รับเงินแบบนี้!”

ในคลิปเป็นภาพที่ “โตโต้” นั่งรถกระบะบุกไปปราศรัยตลาดนัดแห่งหนึ่ง ย่านถนนลาซาล-แบริ่งตัดใหม่ ที่แฝงบ่อน

โดย “โตโต้” อ้างว่าได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ว่ามีการเปิดบ่อนพนันในตลาด คือมีการตั้งตลาดนัดที่แฝงเล่นการพนัน และมีการหลอกล่อประชาชนด้วย พบว่ามีประชาชนเสียหายตั้งแต่ 20,000-300,000 บาท

ทั้งนี้ “โตโต้” ระบุว่า เคยยื่นเรื่องไปที่กรมการปกครอง ให้ศูนย์ดำรงธรรมดำเนินการแต่เรื่องก็เงียบ ร้อง สน.ในพื้นที่ ตร.ก็บอกยังไม่เห็นพฤติกรรมการเล่นพนัน พร้อมกับตั้งกระทู้ถามในสภาไปแล้วด้วย แต่ยังมีการละเล่นที่แอบแฝงการพนันอยู่

ทั้งนี้เคยทำหนังสือถึงสำนักงานเขต แต่ทางสำนักงานเขตบอกว่าทำได้แค่ปรับวันละ 500 จึงหมดหนทางแล้ว เลยใช้เสียงของตนนี่แหละมาเตือนประชาชน

ทั้งนี้ “โตโต้” ฝากถึง นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ช่วยมาตรวจสอบด้วยว่ามีคนมีสี มีคนมีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หรือไม่ เพราะพฤติกรรมแบบนี้โจ่งแจ้ง ไม่เกรงกลัวกฎหมาย

สำหรับลักษณะการเล่นที่แอบแฝงการพนันนั้น “โตโต้” ระบุว่า จะมีลักษณะหลอกให้ประชาชนเข้าไปเล่น เมื่อเข้าไปแล้วจะมีคนมาล้อมหน้าล้อมหลัง คอยชักจูงหลอกล่อ ถ้าเสียไปแล้วจะออกจากวงไม่ได้

ทั้งนี้ โตโต้ระบุว่า และแจ้งความไปตำรวจก็ไม่ทำอะไร โทรไปหาผู้กำกับ ให้ผู้กำกับมาลงพื้นที่ แต่ผู้กำกับก็ติดภารกิจที่ต่างจังหวัด ระหว่างที่ “โตโต้” ขึ้นพูดนั้น ไฟที่ตลาดได้ปิดไปด้วย

ประวัติ

โตโต้ ปิยรัฐ อายุ 32 ปี เป็นคนจังหวัดกาฬสินธุ์ เคยเล่าว่าเกิดมาในครอบครัวชนชั้นกลางในเมืองต่างจังหวัด คุณพ่อประกอบธุรกิจส่วนตัวเป็นผู้รับเหมาเกี่ยวกับที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ เช่น รับปรับที่ดิน ถมที่ดิน

ส่วนคุณแม่มีอาชีพข้าราชการครู ตำแหน่งครูชำนาญการอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์ และมีน้องชายหนึ่งคนทำธุรกิจส่วนตัวเช่นเดียวกับคุณพ่อ

โตโต้ หลงใหลในการเมืองมาตั้งแต่ยังเด็ก เนื่องจากเช้าก่อนไปเรียนหนังสือ คุณพ่อมักจะเปิดดูข่าวการเมืองอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะรายการที่คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นผู้ดำเนินรายการ

คุณพ่อของเขาทำหน้าที่เล่าข่าว วิเคราะห์ข่าวให้ฟังเสมอ พร้อมเปิดโอกาสให้ตนเองได้ตั้งคำถามด้วย

เขาเรียนหนังสืออยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์จนถึงอายุ 15 ปี แล้วเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ ในสายอาชีพแทนสายสามัญ เนื่องจากคุณแม่มีความเชื่อว่าหากส่งเสียให้เรียนสายสามัญจะยิ่งสนใจการเมืองมากขึ้นไปอีก

จึงให้เรียนสายอาชีพในระดับ ปวช. สาขาวิชาการช่างไฟฟ้า เมื่อจบการศึกษาระดับ ปวช. ซึ่งเทียบเท่ามัธยมศึกษาปีที่ 6 “โต้โต้” ได้เลือกเรียนต่อ ปวส.ภาคค่ำ ควบคู่ไปกับการเรียนปริญญาตรีคณะวิศวกรรมไฟฟ้า ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

จุดเริ่มต้นปลุกไฟทางการเมือง

เดือนเมษายน 2553 โตโต้ ซึ่งในขณะนั้นเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าการชุมนุมเป็นอย่างไร จึงเดินทางไปสังเกตการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะอยากเห็นเหตุการณ์จริง แทนการติดตามข่าวสารผ่านทางโทรทัศน์ เมื่อเดินทางไปถึงสิ่งที่เขาพบเห็น คือความรุนแรงที่เกิดกับผู้คน มีเสียงระเบิด เจ้าหน้าที่ใช้แก๊สน้ำตำกับผู้ชุมนุม มีผู้คนบาดเจ็บ มีกองเลือดอยู่ตามถนน วันนั้นเขารู้สึกหดหู่มากกับภาพเหตุการณ์ที่พบเห็น จึงตัดสินใจในทันทีว่าจะเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มคนเสื้อแดง

19 พฤษภาคม 2553 “โตโต้” เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดง เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุม เขาจึงเข้าไปหลบอยู่ที่วัดปทุมวนาราม และตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะทิ้งทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือคน

“วันนั้นเป็นวันที่ผมอยู่ในวัดปทุมวนาราม ผมเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด อยู่ในช่วงที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เราเห็นคนที่ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดแต่ก็ไม่รอดกับตา ภาพนั้นมันติดตาผม แล้วผมก็รู้สึกว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมตัดสินใจทิ้งทุกอย่างแล้วบอกกับตัวเองว่าไม่อยากเห็นลูก-หลานหรือคนที่ผมรักต้องมาคลานตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดจากคมกระสุนของเจ้าหน้ารัฐแบบนี้ ผมก็เลยตัดสินใจสู้”

“จนทุกวันนี้เลยมาอยู่ในจุดที่อยากดูแลความปลอดภัยให้คน อยากช่วยเหลือคน”

ทำงานที่การไฟฟ้านครหลวง

หลังจากเหตุการณ์ความรุนแรงผ่านไป โตโต้ กลับไปเรียนหนังสือ พร้อมกับความทรงจำอันเลวร้าย และเมื่อเรียนจบ เขาก็สามารถสอบเข้าทำงานที่การไฟฟ้านครหลวง ในตำแหน่งนายช่างออกแบบ และประเมินราคา โดยได้รับเลือกเป็น 1 ใน 140 คน ที่สอบผ่านจากผู้สมัครหลายพันคน และได้บรรจุเข้าทำงาน

การทำงานที่การไฟฟ้านครหลวง “โตโต้” เล่าว่า เป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขมาก มีอิสระในการคิด การสร้างสรรค์ การออกแบบงาน ให้โอกาสเด็กใหม่ได้มีส่วนร่วมควบคุมดูแลงานตั้งแต่งานหลักหมื่นบาท หลักร้อยล้านบาท จนไปถึงหลักหมื่นล้านบาท

โดยในปี 2557 เกิดรัฐประหารในประเทศไทย โตโต้ ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในนามของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และเคยแสดงออกทางการเมืองด้วยการฉีกบัตรลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่ยอมรับการลงประชามติที่ปราศจากความชอบธรรมภายใต้การใช้อำนาจการควบคุมการแสดงออกของ คสช.

ต่อมา โตโต้ ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ทำมานานกว่า 4 ปี มาทำธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าจากต่างประเทศ

เส้นทางการเมือง

โตโต้ ลงสู่สนามเลือกตั้งครั้งแรกในสังกัดพรรคอนาคตใหม่ ชิงเก้าอี้ สส. กาฬสินธุ์เขต 1 ในการเลือกตั้งปี 2562 เพื่อขอโอกาสเข้าไปแก้รัฐธรรมนูญ แม้จะไปไม่ถึงฝัน แต่ก็สามารถเก็บคะแนนไปได้ 17,750 คะแนน

ในปี 2563 เกิดการชุมนุมของนิสิต-นักศึกษาที่ออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลาออกจากตำแหน่ง โดยมีประเด็นสำคัญคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

“โตโต้” ได้รวมตัวกับกลุ่มเพื่อนอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือน้อง ๆ นักศึกษาในนามกลุ่ม We Volunteer มวลชนอาสา ในช่วงเริ่มแรกพวกเขาทำหน้าที่สตาฟฟ์ ขนอุปกรณ์เครื่องเสียง ดูแลอาหารการกิน การจราจร จัดหารถห้องน้ำ โดยไม่ได้คิดว่าจะทำหน้าที่การ์ด

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2563 ผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปทำเนียบองค์มนตรีเพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึก กลุ่ม WeVo จึงทำหน้าที่ควบคุมทิศทางการเดิน และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกเรียกว่า “การ์ด WeVo”

ในการเลือกตั้ง 2566 โตโต้ ได้ลงสมัครเลือกตั้งอีกครั้ง ในเขตพระโขนง บางนา กรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก และได้รับคะแนนเป็นอันดับ 1 จนได้เป็น สส.ในที่สุด

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สิน รวย 6.5 ล้าน มีรถยนต์ 5 คัน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ “โตโต้ การ์ดวีโว่” สส.กทม. พรรคก้าวไกล กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 6,599,577.02 บาท มีหนี้สินจากเงินกู้ธนาคารกรุงไทย และสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้านครหลวง จำกัด รวม 3,410,171.88 บาท ดังนี้

ทรัพย์สินของนายปิยรัฐ ประกอบด้วย เงินฝาก 3 บัญชี 22,577.02 บาท ที่ดิน 1 แปลง โฉนดเลขที่ 985 จ.กาฬสินธุ์ เนื้อที่ 1 งาน 8.2 ตารางวา ซื้อมาวันที่ 12 ตุลาคม 2560 มูลค่า 3,000,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ตึกแถว 3 ชั้น 1 หลัง ซ.จรัญสนิทวงศ์ 95/1 แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 2,500,000 บาท ซื้อมาวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564

ยานพาหนะ รถยนต์ 5 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน มูลค่ารวม 1,077,000 บาท ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ยี่ห้อ VOLKSWAGEN แบบ CAEAVF.I.I.E ได้มาวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อ TOYOTA แบบ LN90rcrmsst ได้มา 5 มกราคม 2564 รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ MINI COOPER S COUNTRYYMAN ได้มาวันที่ 19 มิถุนายน 2566

รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ TOYOTA HIACE ได้มา 13 กันยายน 2564 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ TOYOTA ได้มา 14 ธันวาคม 2563 รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA AIR BLADE ได้มา 10 กันยายน 2564 รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA CLICK ได้มา 12 กรกฎาคม 2553

นายปิยรัฐแจ้งต่อ ป.ป.ช.ว่า มีสถานภาพโสด มีรายได้ต่อปี จากรายได้ประจำ เงินเดือน 498,610 บาท เงินเพิ่ม สส. 296,310 บาท

ประวัติการทำงานย้อนหลัง 5 ปี 2557-2561 ช่างเทคนิคสายอากาศ การไฟฟ้านครหลวง ปี 2562-2563 ผู้ชำนาญประจำตัว สส. ปี 2562-2563 ผู้ประสานงาน ฝ่ายเครือข่าย อดีตพรรคอนาคตใหม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคก้าวไกล ส.ส.