“พวงเพ็ชร” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ คุมงาน พี.อาร์.รัฐบาล เร่งโฆษณานโยบายรัฐบาล ชี้อย่ามองด้านลบแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท จ่อถก TikTok ใช้เทคนิคเจาะกลุ่มเป้าหมาย
วันที่ 25 ตุลาคม 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสื่อ ให้สัมภาษณ์กรณีนายกรัฐมนตรีเรียกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย หารือเพื่อกำชับในการทำนโยบายเร่งด่วน (ควิกวิน) ว่า ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงสำคัญในการที่จะประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาล เพื่อให้นโยบายเข้าถึงประชาชนมากที่สุด
โดยชี้แจงว่านโยบายของรัฐบาลนั้นเป็นอย่างไร ต้องทำความเข้าใจให้เยอะ โดยเฉพาะเรื่องของนโยบายดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาทว่า เอาเงินมาจากไหน และไปที่ไหน ใช้จ่ายอย่างไร เป็นเรื่องที่เราต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ รวมถึงเรื่องของค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาท เรื่องการลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส หลายเรื่องที่เป็นนโยบายของรัฐบาลที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เราต้องพยายามชี้แจงให้ทั่วถึงในทุกกลุ่ม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้คนไม่เข้าใจถึงนโยบายดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท จะมีแนวทางชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจอย่างไร นางพวงเพ็ชรกล่าวว่า หน่วยงานหลักที่จะต้องชี้แจงคือกระทรวงการคลัง ในส่วนของตนจะช่วยนำการชี้แจงไปสู่ประชาชนในทุกกลุ่มเป้าหมาย เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาล
เมื่อถามว่าจะมีการใช้ช่องทางประชาสัมพันธ์ไหนบ้างในการประชาสัมพันธ์เชิงรุก นางพวงเพ็ชรกล่าวว่า จะเป็นสื่อทั่วไป รัฐบาลเองอยากให้สื่อได้ช่วยในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ อยากให้ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งสำคัญของประเทศ อย่าไปมองเรื่องของรายละเอียดที่บางทีเหมือนเป็นอีกด้านหนึ่ง อย่าไปมองเป็นด้านลบ อยากให้มองเป็นด้านบวกที่รัฐบาลพยายามจะทำให้ดี ให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ กระตุ้นเศรษฐกิจให้ต่อเนื่อง
เมื่อถามว่าทราบว่าทาง TikTok จะเข้ามาหารือด้วยในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ จะมีแนวทางพูดคุยอย่างไรบ้าง นางพวงเพ็ชรกล่าวว่า TikTok จะเป็นการอินเทรนด์ในเรื่องของมีเดีย เราพยายามทำในทุกสื่อ ทาง TikTok ไทยแลนด์ ก็จะมาสอนเทคนิคและวิธีการทำให้ดูทันสมัย เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกรุ่น ทุกวัย
ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชาสัมพันธ์นี้จะมีการใช้ไอโอ เข้ามาช่วยในการตอบโต้ไอโอที่จ้องดิสเครดิตนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ นางพวงเพ็ชรกล่าวว่า ไม่มี เราจะไม่มีการตอบโต้ในเรื่องของไอโอเลย ไม่เคยคิดทำเรื่องนี้ เราจะพยายามชี้แจงของเฟกนิวส์ต่าง ๆ มากกว่า ถ้าเราเจอเฟกนิวส์หรือข่าวปลอม จะมีทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้ามาช่วยเพื่อจะปิดเว็บไซต์ ปิดเฟกนิวส์ต่าง ๆ ขณะเดียวกัน จะมีหน่วยงานของกรมประชาสัมพันธ์ที่จะช่วยตรวจสอบด้วยว่าข้อมูลไหนเป็นข้อเท็จจริง ข้อมูลไหนเป็นข้อมูลเท็จ