Skip to content

เศรษฐาหารือจัสติน ทรูโด เจรจา FTA อาเซียน-แคนาดา ถือเป็นโอกาสดี

17 พ.ย. 2566 | 12:27น.
เศรษฐาหารือจัสติน ทรูโด เจรจา FTA อาเซียน-แคนาดา ถือเป็นโอกาสดี

เศรษฐาหารือกับนายกฯแคนาดา 2 ชาติ พร้อมร่วมมือทวิภาคี เซ็น FTA อาเซียน-แคนาดาถือเป็นโอกาสดี

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 เวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครซานฟรานซิสโก ที่ศูนย์ประชุมมอสโคนีเซ็นเตอร์ ฝั่งทิศใต้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พบหารือทวิภาคีกับนายจัสติน ทรูโด (The Right Honourable Justin Trudeau) นายกรัฐมนตรีแคนาดา ในระหว่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 30 โดยนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้

ผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายต่างหวังที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือในระดับทวิภาคีอย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น โดยมีความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ระหว่างประเทศ เชื่อว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ถือเป็นกรอบความร่วมมือที่สำคัญที่จะทำให้เกิดโอกาสมากมาย และการประชุมในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ผู้นำเขตเศรษฐกิจจากทั่วโลกจะได้ใช้โอกาสนี้พบกัน

นายกฯกล่าวว่า การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ มาเพื่อประกาศให้ทราบว่า ประเทศไทยเปิดแล้ว และพร้อมรับการลงทุน การเกิดสถานการณ์ระหว่างประเทศทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตมาภูมิภาคอาเซียน อาทิ ไทยและเวียดนามมากขึ้น โดยมีภาคเอกชนชั้นนำต่างประเทศเข้ามาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมากขึ้น

ในครั้งนี้มีโอกาสได้พบหารือกับภาคเอกชนชั้นนำหลายรายที่กำลังพิจารณาใช้ไทยเป็นฐานการผลิต โดยไทยมีสิทธิประโยชน์และมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับภาคเอกชนจำนวนมาก ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ภาคเอกชนต้องการ

นายกฯแคนาดากล่าวว่า แคนาดาพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลของไทย ทั้งในระดับทวิภาคีและภูมิภาค เพื่อสานต่อพลวัตความสัมพันธ์ และความร่วมมือสาขาต่าง ๆ ทั้งนี้แคนาดามียุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกที่หวังจะร่วมมือกับไทย ซึ่งด้วยสถานการณ์ระหว่างประเทศ ทำให้ภาคเอกชนจะต้องเพิ่มศักยภาพความยืดหยุ่นในภาคการผลิตมากขึ้น รวมทั้งกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นด้วย ไทยถือเป็นประเทศคู่ค้ารายสำคัญของแคนาดา

อย่างไรก็ดี ไทยและแคนาดายังไม่มีเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างกัน ซึ่งทั้ง 2 เห็นพ้องหากดำเนินการได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อไทยและแคนาดามาก โดยทั้ง 2 ฝ่ายเห็นว่า ความตกลง FTA ระหว่างอาเซียน-แคนาดา ซึ่งกำลังเจรจากันอยู่น่าจะเป็นโอกาสที่ดีให้ทั้ง 2 ฝ่ายใช้ประโยชน์จาก FTA ดังกล่าว