ศาลฎีกาฯยกฟ้อง”สมชาย-บิ๊กจิ๋ว-พัชรวาท-สุชาติ”สลายม็อบพันธมิตร ชี้ไม่มีเจตนาให้สูญเสีย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 สิงหาคม ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยนายธนสิทธิ์ นิลกำแหง ว่าที่รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีดังกล่าวและองค์คณะผู้พิพากษารวม 9 คน นัดฟังคำพิพากษา ภายหลังไต่สวนพยานนัดสุดท้ายเสร็จเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา

คดีนี้ ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้องเมื่อปี 2558 โดยยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 อายุ 70 ปี น้องเขยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี , พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือบิ๊กจิ๋ว อดีตรองนายกรัฐมนตรี อายุ 85 ปี นักการเมืองที่เคยร่วมทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านหลายสมัย , พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. อายุ 68 ปี น้องชายของ พล.อ.ประวิตร รองนายกรัฐมนตรี รัฐบาลปัจจุบัน , พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. อายุ 66 ปี เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีกล่าวหาว่าเมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 รัฐบาลนายสมชาย ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอคืนพื้นที่การชุมนุมจากกลุ่มพัธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ปิดล้อมทางเข้ารัฐสภา ภายหลังมีการสลายการชุมนุมโดยมิชอบ ไม่เป็นไปตามหลักสากล กระทั่งมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และผู้บาดเจ็บ 471 ราย จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

ศาลฎีกาฯ รับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อม.2/2558 เมื่อวันที่ 9 ก.พ.58 และให้ประกันตัวนายสมชาย จำเลยที่ 1 วงเงิน 9.5 ล้านบาท ส่วน พล.อ.ชวลิต จำเลยที่ 2 ได้ประกันตัววงเงิน 8 ล้านบาท และ พล.ต.อ.พัชรวาท กับ พล.ต.ท.สุชาติ จำเลยที่ 3-4 ได้ประกันวงเงินคนละ 6 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขด้วยห้ามจำเลยทั้ง 4 คน เดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่ได้รับการอนุญาตจากศาล

เมื่อเวลา 08.00 น. พล.อ.ชวลิต เดินทางมาฟังคำพิพากษา โดยมีพยาบาล ส่วนตัวเดินทางมาด้วย และงดให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ขณะที่นายสมชาย เดินทักทายมวลชน และเข้าไปทักทายนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อแกนนำ นปช. และ พล.ต.ท.สุชาติ ได้เดินทางมาถึงพร้อมกล่าวกับสื่อมวลชนว่า เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และเชื่อมั่นในคำพิพากษาของศาล ยืนยันทำดีที่สุดแล้ว ผลจะออกมาอย่างไรยินดีน้อมรับ ไม่มีปัญหาเพราะผ่านมานานพอสมควร ผลจะออกมาอย่างไรไม่สามารถตอบอะไรได้ อยู่ที่ดุลพินิจของศาล อยากให้จบ สาธารณชนจะได้รู้เสียที

ผู้สื่อข่าวถามว่า เตรียมใจมาเต็มที่หากผลออกมาเป็นผลเสียต่อตนเอง พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวว่า วันนี้เตรียมกระเป๋ามา 2 ใบ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการพูดคุยกับอดีตนายกฯสมชาย เมื่อว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ พล.ต.ท.สุชาติกล่าวว่า ไม่แล้ว เบื่อ

นอกจากนี้ยังมี นายตี๋ แซ่เตียว อายุ 77 ปี ผู้ที่ได้บาดเจ็บขาขวาขาด จากเหตุสลายการชุมนุม เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วย พร้อมกล่าวว่า ตนเองอยู่ในเหตุการณ์ได้รับบาดเจ็บหน้า บช.น. ปี 2551 ยืนยันเหตุการณ์ครั้งนั้นกระทำเกินกว่าเหตุ ไร้มนุษยธรรม แม้ที่ผ่านมาได้รับเงินเชย แต่ตลอด9 ปี ที่ผ่านมายังคงฝันร้าย ภาพเหตุการณ์ครั้งนั้นยังอยู่ในหัว

ทั้งนี้ ก่อนการอ่านคำพิพากษา องค์คณะผู้พิจารณาคดี ได้ประชุมเพื่อลงมติก่อนทำคำพิพาษากลาง

ต่อมาเวลา 11.00 น.เศษ ศาลอ่านคำพิพากษาโดยให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด เนื่องจากเห็นว่าไม่มีข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้ว่าจำเลยมีเจตนาก่อให้เกิดอันตราย หรือมีเจตนาพิเศษที่จะสลายการชุมนุมให้เกิดการสูญเสีย

 


ที่มา มติชนออนไลน์