เปิดประวัติผลงาน ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ผู้ต่อต้านการล้มล้าง ม.112

เปิดประวัติ ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ผู้ต่อต้านการล้มล้าง ม.112

เปิดประวัติผลงาน ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ พยานปากเอก และผู้ร้องให้ยุบพรรคก้าวไกล พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ยุติการหาเสียงด้วยการแก้ไข ม.112 อันเป็นการกระทำที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ผลงานของ ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ล่าสุดวันนี้ (1 กุมภาพันธ์ 2567) คือหอบเอกสารจำนวน 100 กว่าหน้า ยื่นเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ดำเนินการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคก้าวไกลหรือไม่

และในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 เตรียมยื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการเอาผิดจริยธรรมร้ายแรงต่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ 44 สส.พรรคก้าวไกล ที่ร่วมเสนอชื่อแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกระทำเข้าข่ายฝ่าฝืน และไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ซึ่งเป็นผลผูกพันจากคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้ (31 มกราคม 2567) ที่สั่งให้นายพิธา และพรรคก้าวไกล เลิกการกระทำ เลิกการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์​ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น เพื่อให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อีกทั้งไม่ให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วยวิธีการซึ่งไม่ใช่กระบวนการทางนิติบัญญัติโดยชอบที่จะเกิดต่อไปในอนาคตด้วย

อันเป็นการกระทำที่ถือว่าเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง

ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ระบุอาชีพตัวเองว่าเป็น “ทนายความอิสระ” แต่โด่งดังเป็นที่รู้จักในวงสังคมการเมือง เพราะเป็นอดีตทนายความประจำ “พระพุทธะอิสระ” หรือปัจจุบันคือนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบันก้าวขึ้นปีที่ 9

เส้นทางก่อนเป็น “ทนายประจำพระพุทธะอิสระ” ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยไว้ว่า เข้าสู่เส้นทางธรรมด้วยการเข้าร่วมโครงการอุปสมบทหมู่ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม โดยมีพระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาส (ชื่อและตำแหน่งขณะนั้น) เป็นองค์บรรยายธรรม เมื่อครบกำหนด 2 เดือนก็ลาสิกขา แล้วกลับสู่ชีวิตฆราวาส-ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการว่าความดังเดิม

ประวัติการศึกษาของธีรยุทธ สุวรรณเกษร ระบุว่าเขาเป็นลูกพ่อขุน จบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำมาหากินด้วยอาชีพทนายความมา 24 ปี

ผลงานด้านการเป็นทนายความของนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ในฐานะ “ทนายความอิสระ” เขายังมี “ลูกความ” ที่ชื่อ “ปารีณา ไกรคุปต์” อดีต สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในคดีที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น ในความผิดฐานหมิ่นประมาท และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และฟ้อง อัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ถือว่าเป็น “ตัวพ่อ” ในวงการทนายความ ที่จัดการกับผู้ที่รณรงค์แก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 แทบทุกกลุ่ม และส่วนใหญ่คู่กรณีมักไม่รอดคดี

ผลงานในการจัดการกับกลุ่มที่รณรงค์ แก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ในฐานะทนายประจำ ได้รับมอบหมายจาก “พระพุทธะอิสระ” หรือ “สุวิทย์ ทองประเสริฐ” ให้มีการแจ้งคววามดำเนินคดีกับนักการเมืองและนักกิจกรรมการเมืองนับไม่ถ้วน บีบีซีไทย รวบรวมไว้ ดังนี้

1.แจ้งความดำเนินคดีกับ 3 แกนนำคณะก้าวหน้า ได้แก่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ พรรณิการ์ วานิช กรณีบรรยายเรื่องงบประมาณของสถาบันพระมหากษัตริย์ ปิยบุตร แสงกนกกุล กรณีไลฟ์เฟซบุ๊กพูดถึง 3 ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมการเมืองเมื่อปี 2563 ในความผิดฐานร่วมกันยุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

2.แจ้งความดำเนินคดีกับนักเรียนชั้น ม. 6 อายุ 18 ปี (ขณะนั้น) สมาชิกกลุ่ม “คะน้าราดซอส” จากการปราศรัยที่ห้าแยกลาดพร้าว เมื่อ 2 ธันวาคม 2563 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116 และอื่น ๆ รวม 8 ข้อหา


3.แจ้งความดำเนินคดีกับ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” แกนนำกลุ่มราษฎร กับพวกอีก 5 คน กรณีตั้งโต๊ะแถลงข่าว “ต้านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีล้มล้างการปกครอง” เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2564 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 113, 116