ผลเจรจายุติหยุดยิง ‘ไทย-กัมพูชา’ นานาชาติพอใจ ไร้คุยปมแผนที่-เปิดด่าน
‘ภูมิธรรม’ เผยการเจรจา ‘ฮุน มาเนต’ ข้อยุติหยุดยิง นานาชาติพอใจ หวังยุติความสูญเสีย ย้ำจะไม่ให้ใครรุกรานอธิปไตย เผยไร้คุยปมแผนที่-เปิดด่าน ด้าน ‘รมช.กลาโหม’ คุยกองทัพปฏิบัติตามข้อตกลง
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุมเจรจาหาข้อยุติการพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา ว่า การเดินทางมาเจรจาของทีมไทยแลนด์ หัวใจสำคัญคือเราได้รับการประสานงานจากทุกฝ่ายประชาคมโลก มหาอำนาจ ทั้งสหรัฐอเมริกา จีนและอาเซียนทั้งหมด รวมทั้งประชาคมโลกส่วนต่าง ๆ ที่อยากเห็นการยุติความรุนแรง เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้มีการสูญเสียชีวิตพลเรือน
และจากการได้หารือคิดว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้น คือประชาคมโลกเข้าใจเรา และรู้ว่าเราเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำโดยที่เราพยามแสวงหาสันติวิธี และพยามทำให้ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามกฎหมาย
สำหรับการประชุมวันนี้มีตัวแทนของไทยและกัมพูชา รวมถึงมีมาเลเซีย ในฐานะเจ้าภาพ โดยมีสหรัฐอเมริกาและจีน เข้ามาเป็นผู้สังเกตการณ์ ซึ่งผลการพูดคุยเราบรรลุข้อตกลง ตามที่เรียนในที่ประชุมว่าการจะยุติใดๆ ต้องยึดมั่นในผลประโยชน์ของประชาชนไทย และเอกราชของประเทศไม่ให้สูญเสีย และไม่มีอะไรกระทบกระเทือนในเรื่องของเขตแดนหรืออธิปไตยของประเทศ โดยเราได้เล่าถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า บ้านเมืองเราที่อยู่มาโดยสงบ แต่มาเกิดขึ้นจากความขัดแย้งตรงนี้และมันลุกลามบานปลายทั้งที่เราพยายามจะหาข้อยุติ
แต่เราได้ข้อยุติกันว่า จะไม่พูดในเรื่องที่เกิดขึ้นก่อน เราจะพูดในเรื่องการหยุดยิงร่วมกันเพื่อที่จะไม่ให้พลเรือนไทยและพลเรือนต่างๆ เกิดความสูญเสีย ซึ่งการเจรจาทั้งหมดการหยุดยิงโดยเร็วจะทำให้ประชาชนของเราไม่เผชิญความยากลำบาก ซึ่งสิ่งสำคัญการดำเนินการครั้งนี้เราพูดคุยกับกองทัพด้วย ว่า เหตุต่างๆที่เกิดขึ้นถ้าไม่มีอะไรสูญเสียเราก็ยินดี และขณะนี้อยู่ในจุดที่เราปกป้องอธิปไตยของเราได้
และคิดว่าการยุติสงครามโดยเร็วมันจะช่วยให้ชีวิตประชาชนอย่างน้อยที่สุด 1.6 แสนคน ที่กำลังระเหเร่ร่อน จึงได้ข้อสรุปว่าเราจะหยุดทันที และได้หารือกับกองทัพด้วยว่าภายในเที่ยงคืนนี้เราจะหยุดยิง ซึ่งเป็นที่น่าพอใจของทุกฝ่าย รวมถึงวันพรุ่งนี้ กองทัพภาคที่ 2 และกองพลของกัมพูชา จะเจรจากันซึ่งหากได้ข้อยุติก็จะมีการประชุมร่วมกันกับนานาชาติ เพื่อเป็นสักขีพยานพยานในแกนแก้ปัญหาต่อเนื่อง
นายภูมิธรรม เปิดเผยว่า การหารือไม่ได้มีการคุยเรื่องแผนที่ 1:200,000 หรือ 1:50,000 รวมถึงการเปิดด่าน ซึ่งวันนี้เป็นการพูดคุยเรื่องการหยุดยิงและลดความเสียหายของพลเมือง และจากนี้ไปก็จะเข้าสู่กลไก การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เพื่อหาทางออก เพราะในอดีตทหารไทยกับกัมพูชา ก็มีความสัมพันธ์กันดี
ทั้งนี้ผลสรุปออกมาโดยรวมฝ่ายคนกลาง นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ก็แจ้งทางอาเซียนซึ่งทุกฝ่ายก็ดีใจ รวมถึงจีน สหรัฐก็พึงพอใจ และเราเองก็คิดว่าได้ยุติปัญหาในเรื่องพลเมืองและความสูญเสีย และในเรื่องอธิปไตยของประเทศเราไม่ให้ใครรุกรานเข้ามาได้
ส่วนเรื่องที่ต้องพูดคุยกันต่อไปก็ต้องดูว่าจะได้ข้อสรุปอย่างไร ซึ่งเราให้ฝ่ายทหารเป็นฝ่ายนำในการหาข้อสรุปเรื่องนี้

ขณะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพานิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพปัจจุบัน มีกำลังกองทัพภาคที่ 2 และกองทัพภาคที่ 1 รักษาอธิปไตยได้เรียบร้อย โดยไม่มีพื้นที่ใดถูกรุกล้ำดินแดนเข้ามา
ขณะนี้ได้ขอความร่วมมือกองทัพ ให้ปกป้องไว้จนกว่าจะถึงเวลา 24.00 น. และปฏิบัติตามข้อตกลงของนายภูมิธรรม ที่ได้พูดคุยกับทางกัมพูชาในวันนี้ เพื่อแสดงถึงความเป็นประเทศที่เจริญ และหลังจากนั้นกลไกที่จะทำต่อไป
ตนเองก็จะกำกับกลไกตามขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) และต่อด้วยการประชุมการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (RBC) ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาอีกระยะหนึ่ง และยืนยันต่อพี่น้องประชาชนคนไทยว่า กองทัพพร้อมปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มขีดความสามารถ
