เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ภูมิธรรม พบ 30 บริษัทระดับโลก ให้ความเชื่อมั่นลงทุน หลังสหรัฐปรับภาษีใหม่

06 ส.ค. 2568 | 11:28น.
ภูมิธรรม พบ 30 บริษัทระดับโลก ให้ความเชื่อมั่นลงทุน หลังสหรัฐฯ ปรับภาษีใหม่

ภูมิธรรม พบ 30 บริษัทระดับโลก ให้ความเชื่อมั่นลงทุน หลังสหรัฐฯ ปรับภาษีใหม่

ภูมิธรรม เปิดทำเนียบ หารือภาคเอกชนระดับโลก กว่า 30 บริษัท สร้างความเชื่อมั่นการลงทุนไทย พร้อมพัฒนระเบียบให้เอื้อ ยันเร่งปรับปรุงกลไกลดความเสี่ยงภาคธุรกิจ หลังสหรัฐประกาศอัตราภาษีใหม่

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการหารือระหว่างผู้นำรัฐบาล กับผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มบริษัทชั้นนำของโลกที่มีการลงทุนขนาดใหญ่ในประเทศไทย ในงาน “Prime Minister Meets Investors : Confidence in Thailand’s Future-Prime Minister’s Dialogue with Global Investors”

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การหารือดังกล่าวมีผู้บริหารกว่า 30 บริษัทชั้นนำระดับโลก เข้าร่วม จาก 4 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รวมถึงแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ดิจิทัล และอุตสาหกรรมอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ โดยทุกบริษัทมีการลงทุน รวมถึงการขยายการลงทุนขนาดใหญ่ในไทยช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5.5 แสนล้านบาท

โดยนายภูมิธรรมได้กล่าวต้อนรับนักลงทุนจากกลุ่มบริษัทชั้นนำของโลกที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย พร้อมยืนยันว่าไทยพร้อมรับมือความไม่แน่นอนจากอัตราภาษีสหรัฐ โดยสถานการณ์ล่าสุดจากการที่สหรัฐประกาศอัตราภาษีนำเข้าใหม่ ประเทศไทยถูกเรียกเก็บในอัตรา 19%

ซึ่งรัฐบาลไทยตระหนักถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และกติกาการค้าระหว่างประเทศ จึงมุ่งใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงกลไกต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสามารถลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ

นายภูมิธรรมเน้นย้ำว่า รัฐบาลมีความจริงใจและตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการรักษา และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจของทุกบริษัทสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

นอกจากนี้ ไทยจะเดินหน้าพัฒนากฎระเบียบที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ พัฒนาทักษะแรงงาน เตรียมความพร้อมด้านพลังงานสะอาด และเร่งเจรจาเปิดตลาดการค้ากับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันประเทศไทยมีความตกลงทางการค้า 17 ฉบับ กับ 24 ประเทศ และอยู่ระหว่างการเจรจาเพิ่มเติมกับอีกหลายประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความได้เปรียบให้กับผู้ประกอบการไทยในการส่งออกไปยังกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงการเดินหน้ากลไกพลังงานสะอาด รองรับแนวทาง ESG โดยรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG โดยได้เปิดให้บริการกลไก Utility Green Tariff (UGT1) ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดพร้อมเอกสารรับรองการใช้พลังงานหมุนเวียน มีบริษัทสนใจยื่นขอใช้บริการแล้วกว่า 40 ราย และมีแผนเปิดตัว UGT2 ซึ่งสามารถระบุแหล่งพลังงานที่มาได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างเตรียมเปิดกลไก Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) ที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถทำสัญญาซื้อพลังงานสะอาดโดยตรงจากผู้ผลิตผ่านสายส่งของรัฐ โดยในระยะแรกจะให้บริการกับกลุ่มธุรกิจ Data Center จำนวน 2,000 เมกะวัตต์ และหากประสบผลสำเร็จ จะขยายไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ ต่อไป โดยกลไกพลังงานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติ ซึ่งกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการปรับแผน เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจาก 26% เป็น 51% ภายในปี 2580

ที่สำคัญ รัฐบาลจะเร่งพัฒนาบุคลากรไทยให้มีทักษะตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินโครงการที่เน้นความร่วมมือกับภาคเอกชน

อนึ่ง การหารือระดับสูงในครั้งนี้ มีภาคเอกชนชั้นนำระดับโลกเข้าร่วม ทั้งในด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รวมถึงแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ดิจิทัล และอุตสาหกรรมอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ อาทิ บริษัท Sony Samsung Unimicron BYD Huyndai Google TikTok และ Nestlé

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การลงทุน ต่างชาติลงทุนไทย