พลเอกณัฐพลเผย คลิปหลักฐานทหารกัมพูชาวางทุ่นระเบิด กต.เตรียมส่งอนุกรรมการออตตาวา เร่งประสานญี่ปุ่นในฐานะประเทศปฏิบัติเข้ามาตรวจสอบก่อนประชุมคณะใหญ่ปลายปี ย้ำนโยบายสมดุล จีน-สหรัฐเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ หลังยื่นมือช่วยกู้ทุ่นระเบิด ขอใช้กลไกทวิภาคีแก้ปัญหากันเอง มั่นใจในความพร้อมกองทัพ
พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีภายหลังจากทหารไทยพบโทรศัพท์ปริศนาที่ภูมะเขือ เมื่อเปิดออกดูก็พบภาพและคลิปของทหารกัมพูชากำลังฝังทุ่นระเบิด PMN-2 นอกจากนี้ในคลิปยังมีการพูดเป็นภาษาเขมร คล้ายกำลังสาธิตทุ่นระเบิด PMN-2 ว่าไทยจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในการฟ้องนานาชาติว่า เราจะทำ 2 อย่าง
ในแง่ของนานาชาติ เราจะเผยแพร่ เพื่อให้สังคมโลกได้รับทราบว่าห้วงเวลาที่ผ่านมา แม้ว่ารัฐบาลกัมพูชาจะแสดงความจริงใจในการหยุดยิง แต่กำลังพลหน้างานยังปฏิบัติการยั่วยุ ฝ่าฝืน ทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ถ้ารัฐบาลกัมพูชามีความจริงใจ ก็แสดงว่าทหารไม่มีวินัย
ขณะนี้ตนมองอย่างนั้นก่อน แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่ารัฐบาลกัมพูชาไม่มีความจริงใจค่อยว่ากันอีกที ดังนั้นสิ่งที่ต้องดำเนินการในขณะนี้ คือต้องดำเนินการให้สังคมรับทราบทั้งในและต่างประเทศ พร้อมขอให้สื่อมวลชนเสนอข่าวให้ชัดเจนว่า คณะกรรมการอนุสนธิสัญญาออตตาวา คณะกรรมการใหญ่อยู่ที่กรุงเจนีวา ซึ่งไทยมีเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทย ประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ก็จะคอยติดตามขับเคลื่อน ซึ่งตนเคยบอกแล้วว่าจะมีการประชุมประจำปีในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม
“แต่มีสื่อบางสำนักบอกให้รอเดือน พ.ย.-ธ.ค. ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่อย่างนั้น นั่นคือกลไกหลัก แต่ขณะเดียวกันเรามีหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งตนรับทราบจากกระทรวงการต่างประเทศว่า คณะอนุกรรมการออตตาวา ก็ได้ขอหลักฐานมาเรื่อย ๆ ดังนั้นกรณีที่พบหลักฐานเพิ่มเติม ก็จะส่งเพิ่มเติมไป” พลเอกณัฐพลกล่าว
ขณะเดียวกันนอกจากคณะกรรมการชุดใหญ่อยู่ที่นครเจนีวายังมีคณะกรรมการปฏิบัติตามกฎออตตาวาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเราได้พยายามติดต่อประเทศญี่ปุ่นให้คณะกรรมการชุดนี้ลงมาดูก่อน ก่อนที่จะถึงการประชุมใหญ่ ซึ่งทางญี่ปุ่นก็ตอบรับ แต่ไทยยังรอขั้นตอนว่าจะลงมาได้เมื่อใด
นอกจากนี้ กลไกการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปหรือ GBC ก็พยายามจะพูดคุยกับกัมพูชา ด้วยสภาพแวดล้อมสังคมข้อมูลข่าวสาร ก็น่าจะมีความกดดันกับกัมพูชาได้พอสมควร
ดังนั้นในการประชุม GBC รอบหน้า จะยกเรื่องนี้มาหารืออีกว่าการเก็บกู้ทุ่นระเบิดจะทำอย่างไร ก็อยากจะให้สื่อมวลชนเข้าใจว่า GBC หรือศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาหรือ ศบ.ทก. จะใช้กลไกการปฏิบัติการเก็บกู้ทุนระเบิดเพื่อมนุษยธรรม หรือ RMAC โดยเราจะทำในกรอบอาเซียนเอง แม้ประเทศอื่นจะเข้ามา ก็ขอในลักษณะการบริจาค หรือการสนับสนุนเครื่องมือ จะไม่เอากำลังจากนอกภูมิภาคอาเซียน
ดังนั้นแนวทางการทำงานของ GBC และ ศบ.ทก. จะเน้นในเรื่องทวิภาคี แต่ถ้าเป็นพหุภาคีก็ขอให้อยู่ในกรอบอาเซียน เราต้องทำให้เวทีโลกเห็นว่าอาเซียนเราดูแลกันเองได้เป็นสิ่งที่ตนได้เน้นย้ำกับหน่วยปฏิบัติ ดังนั้นจึงอยากให้สื่อมวลชนเห็นว่าการทำงานมันมีเรื่องต้องคิดมากมาย และความมั่นคง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องทหาร แต่ยังรวมถึงสังคมจิตวิทยาเศรษฐกิจ การเมือง ไม่ใช่ดูเรื่องการทหารอย่างเดียว
“ในส่วนของการทหาร ผมสบายใจ ผมมั่นใจในความพร้อมของกองทัพ ว่าพร้อมตลอดเวลา สื่อไม่ต้องกังวลว่าเรามาแบบนี้เขาจะทำอะไรหรือเปล่า เราพร้อมขอให้ดูเวลานั้น จะไม่พูดก่อน” พลเอกณัฐพลกล่าว
ส่วนที่ทำประเทศจีนอาสาเข้ามาช่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งถือว่าเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ในอาเซียน จะเข้ามาได้หรือไม่ หรือจะแก้ไขปัญหากันเองในกรอบอาเซียน พลเอกณัฐพลยืนยันว่าใช่ ในวันที่ตนไปประชุม GBC ก่อนการประชุมได้พบกับนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย
ซึ่งเป็นประธานอาเซียนได้ยืนยันกับตนว่า จีนกับสหรัฐขอเป็นแค่ผู้สังเกตการณ์ เพราะฉะนั้นธรรมดาเรื่องการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นไทย กัมพูชา จีนหรือสหรัฐ การสื่อสารระหว่างกันของหน่วยงานภาครัฐ ยังไม่ชัดเจน
“แต่หลักของเราเมื่อผมรับผิดชอบ GBC และ ศบ.ทก. ไม่ว่าจะเป็นประเทศใหญ่อย่างไรก็ตาม ก็ถือหลักเดิมว่าขอแก้ปัญหาด้วยกลไกทวิภาคีเป็นหลัก หลังจากนั้นในส่วนของพหุภาคีขอให้อยู่ในอาเซียน ประเทศอื่นขอให้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์อย่างเดียว
พร้อมย้ำว่าฝ่ายความมั่นคงยึดถือนโยบายความสมดุลมาตลอด และที่เราอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะนโยบายความสมดุล สมมุติว่าถ้าจีนเข้ามา ต่อไปสหรัฐก็จะขอเข้ามา ต่อไปประเทศอื่นก็จะขอเข้ามา นี่คือกรอบที่เราใช้อยู่”
พลเอกณัฐพลยังกล่าวอีกว่า ขอให้สื่อช่วยอธิบายกับสังคมและนักวิชาการ เข้าใจความคิดของ ศบ.ทก.และ GBC เราคิดเยอะคิดทุกด้าน
ส่วนที่ทางกัมพูชาออกมาระบุว่าเป็นการสร้างหลักของฝ่ายไทย โดยอ้างว่า ชุดทหารในคลิปเป็นชุดจากทหารเชลยศึกทั้ง 18 คน พลเอกณัฐพลยืนยันว่า ตราบใดที่ยึดมั่นในความจริง เครดิตเป็นสิ่งที่สังคมเชื่อถือ หลักฐานที่มีชาวโลกจะเชื่อถือใคร เราหรือกัมพูชา ตนจึงบอกว่าเราต้องไม่ไปสู้กับเฟกนิวส์ เพราะเราจะเสียเครดิตไปด้วย ตามที่ตนเคยบอกว่า ศีลเสมอกัน ตราบใดที่เราหลักความจริงอาจช้าไปบ้าง ก็ต้องขออภัยสื่อ เพราะเราต้องตรวจสอบเราไม่สามารถสวนได้ทันที แต่ถ้าเป็นเฟกนิวส์ เราสวนได้หมด พร้อมยกตัวอย่างถ้าตนเป็นลุง ตนสวนได้ทันที เพราะข้อมูลมีอยู่แล้วสวนได้ หรือนักวิชาการต่าง ๆ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ก็สวนได้ทันที จะพูดอะไรก็ได้
แต่ตนเป็น ผอ.ศบ.ทก. ประธาน GBC และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม จะพูดอย่างนั้นไม่ได้ ต้องตรวจสอบก่อน การใช้ความจริงสู้กับเฟกนิวส์ นั่นคือเครดิตในระดับประเทศหรือแม้แต่พวกเราเอง สื่อหากช่องไหนบิดเบือนจะเชื่อเขาหรือไม่ และเรามีดุลพินิจไม่ใช่บิดเบือนง่าย ๆ เพียงแต่อาจจะชอบหรือสะใจเท่านั้น จึงเออออไปด้วย ดังนั้นหลักของศบ.ทก. คือยึดความจริงไปสู้กับเฟกนิวส์
พลเอกณัฐพลยังย้ำว่า จะส่งหลักฐานที่พบ กระทรวงการต่างประเทศจะส่งหลักฐานที่พบใหม่ให้กับประเทศที่ให้เงินทุนสนับสนุนในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดกับประเทศกัมพูชา และขณะนี้เรามีรายชื่อประเทศที่ให้การสนับสนุนทั้งหมดแล้ว ดังนั้นแต่ละประเทศ จะตัดสินอย่างไรก็ต้องรอฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน ตนมั่นใจว่าข้อมูลของเรามีความน่าเชื่อถือ ความจริงอย่างไรก็บิดเบือนไม่ได้อยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่า RMAC มีกัมพูชาเป็นประธาน จะให้ความร่วมมือหรือไม่ พลเอกณัฐพลกล่าวว่า กัมพูชาเป็นประธาน แต่อีก 9 ประเทศสมาชิก คงไม่ถูกครอบงำได้ทั้งหมด พร้อมย้ำคำเดิมว่า เราต้องค่อย ๆ การสู้ด้วยความจริงกฎหมาย สู้ด้วยความถูกต้อง มันก็ยากแต่ยั่งยืน