Skip to content

ณัฐพลยัน คลิปกัมพูชาวางระเบิดจริง กต.เร่งใช้กลไกทวิภาคีแก้ปัญหา

20 ส.ค. 2568 | 11:29น.
ณัฐพลยัน คลิปกัมพูชาวางระเบิดจริง กต.เร่งใช้กลไกทวิภาคีแก้ปัญหา

พลเอกณัฐพล​เผย คลิปหลักฐานทหารกัมพูชาวางทุ่นระเบิด​ กต.เตรียมส่งอนุกรรมการออตตาวา​ เร่งประสานญี่ปุ่น​ในฐานะประเทศปฏิบัติเข้ามา​ตรวจสอบ​ก่อนประชุมคณะใหญ่ปลายปี​ ย้ำ​นโยบายสมดุล​ จีน​-​สหรัฐ​เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์​ หลังยื่นมือช่วยกู้ทุ่นระเบิด ขอใช้กลไกทวิภาคีแก้ปัญหากันเอง​ มั่นใจในความพร้อมกองทัพ

พลเอกณัฐ​พล​ นาคพาณิชย์​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม​ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ กล่าวถึงกรณี​ภายหลังจากทหารไทยพบโทรศัพท์ปริศนาที่ภูมะเขือ เมื่อเปิดออกดูก็พบภาพและคลิปของทหารกัมพูชากำลังฝังทุ่นระเบิด PMN-2 นอกจากนี้ในคลิปยังมีการพูดเป็นภาษาเขมร คล้ายกำลังสาธิตทุ่นระเบิด PMN-2 ว่าไทยจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในการฟ้องนานาชาติ​ว่า​ เราจะทำ 2 อย่าง

ในแง่ของนานาชาติ เราจะเผยแพร่ เพื่อให้สังคมโลกได้รับทราบว่าห้วงเวลาที่ผ่านมา​ แม้ว่ารัฐบาลกัมพูชา​จะแสดงความจริงใจในการหยุดยิง​ แต่กำลังพลหน้างานยังปฏิบัติการยั่วยุ​ ฝ่าฝืน ทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ถ้ารัฐบาลกัมพูชามีความจริงใจ ก็แสดงว่าทหารไม่มีวินัย

ขณะนี้ตนมองอย่างนั้นก่อน แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่ารัฐบาลกัมพูชาไม่มีความจริงใจค่อยว่ากันอีกที ดังนั้นสิ่งที่ต้องดำเนินการในขณะนี้ คือต้องดำเนินการให้สังคมรับทราบทั้งในและต่างประเทศ พร้อมขอให้สื่อมวลชนเสนอข่าวให้ชัดเจนว่า คณะกรรมการอนุสนธิสัญญาออตตาวา​ คณะกรรมการใหญ่อยู่ที่กรุงเจนีวา ซึ่งไทยมีเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทย​ ประจำสหประชาชาติ​ ณ​ นครเจนีวา​ ก็จะคอยติดตามขับเคลื่อน ซึ่งตนเคยบอกแล้วว่าจะมีการประชุมประจำปีในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม

“แต่มีสื่อบางสำนักบอกให้รอเดือน พ.ย.-ธ.ค.​ ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่อย่างนั้น นั่นคือกลไกหลัก แต่ขณะเดียวกันเรามีหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งตนรับทราบจากกระทรวงการต่างประเทศว่า คณะอนุกรรมการออตตาวา ก็ได้ขอหลักฐานมาเรื่อย ๆ ดังนั้นกรณีที่พบหลักฐานเพิ่มเติม ก็จะส่งเพิ่มเติมไป” พลเอกณัฐพลกล่าว

ขณะเดียวกันนอกจากคณะกรรมการชุดใหญ่อยู่ที่นครเจนีวา​ยังมีคณะกรรมการปฏิบัติ​ตามกฎออตตาวาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น​ ซึ่งเราได้พยายามติดต่อประเทศญี่ปุ่นให้คณะกรรมการชุดนี้ลงมาดูก่อน ก่อนที่จะถึงการประชุมใหญ่ ซึ่งทางญี่ปุ่นก็ตอบรับ แต่ไทยยังรอขั้นตอนว่าจะลงมาได้เมื่อใด

นอกจากนี้ กลไกการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปหรือ​ GBC​ ก็พยายามจะพูดคุยกับกัมพูชา ด้วยสภาพแวดล้อมสังคมข้อมูลข่าวสาร ก็น่าจะมีความกดดันกับกัมพูชาได้พอสมควร

ดังนั้นในการประชุม GBC รอบหน้า จะยกเรื่องนี้มาหารืออีกว่าการเก็บกู้ทุ่นระเบิดจะทำอย่างไร​ ก็อยากจะให้สื่อมวลชนเข้าใจ​ว่า​ GBC​ หรือ​ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาหรือ​ ศบ.ทก.​ จะใช้กลไกการปฏิบัติการเก็บกู้ทุนระเบิดเพื่อมนุษยธรรม​ หรือ​ RMAC โดยเราจะทำในกรอบอาเซียนเอง แม้ประเทศอื่นจะเข้ามา​ ก็ขอในลักษณะการบริจาค หรือการสนับสนุนเครื่องมือ จะไม่เอากำลังจากนอกภูมิภาคอาเซียน

ดังนั้นแนวทางการทำงานของ GBC และ ศบ.ทก.​ จะเน้นในเรื่องทวิภาคี​ แต่ถ้าเป็นพหุภาคีก็ขอให้อยู่ในกรอบอาเซียน เราต้องทำให้เวทีโลกเห็นว่าอาเซียนเราดูแลกันเองได้เป็นสิ่งที่ตนได้เน้นย้ำกับหน่วยปฏิบัติ ดังนั้นจึงอยากให้สื่อมวลชนเห็นว่าการทำงานมันมีเรื่องต้องคิดมากมาย และความมั่นคง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องทหาร แต่ยังรวมถึง​สังคมจิตวิทยาเศรษฐกิจ​ การเมือง​ ไม่ใช่ดูเรื่องการทหารอย่างเดียว

“ในส่วนของการทหาร​ ผมสบายใจ​ ผมมั่นใจในความพร้อมของกองทัพ​ ว่าพร้อมตลอดเวลา​ สื่อไม่ต้องกังวลว่าเรามาแบบนี้เขาจะทำอะไรหรือเปล่า​ เราพร้อมขอให้ดูเวลานั้น​ จะไม่พูดก่อน” พลเอกณัฐพลกล่าว

ส่วนที่ทำประเทศจีนอาสาเข้ามาช่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งถือว่าเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ในอาเซียน จะเข้ามาได้หรือไม่ หรือจะแก้ไขปัญหากันเองในกรอบอาเซียน พลเอกณัฐพลยืนยันว่าใช่ ในวันที่ตนไปประชุม GBC ก่อนการประชุมได้พบกับนายอันวาร์​ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

ซึ่งเป็นประธานอาเซียนได้ยืนยันกับตนว่า จีนกับสหรัฐขอเป็นแค่ผู้สังเกตการณ์ เพราะฉะนั้นธรรมดาเรื่องการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นไทย​ กัมพูชา​ จีนหรือสหรัฐ​ การสื่อสารระหว่างกันของหน่วยงานภาครัฐ ยังไม่ชัดเจน

“แต่หลักของเราเมื่อผมรับผิดชอบ​ GBC และ ศบ.ทก.​ ไม่ว่าจะเป็นประเทศใหญ่อย่างไรก็ตาม ก็ถือหลักเดิมว่าขอแก้ปัญหาด้วยกลไกทวิภาคีเป็นหลัก หลังจากนั้นในส่วนของพหุภาคีขอให้อยู่ในอาเซียน ประเทศอื่นขอให้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์อย่างเดียว

พร้อมย้ำว่าฝ่ายความมั่นคงยึดถือนโยบายความสมดุลมาตลอด และที่เราอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะนโยบายความสมดุล​ สมมุติว่าถ้าจีนเข้ามา ต่อไปสหรัฐก็จะขอเข้ามา ต่อไปประเทศอื่นก็จะขอเข้ามา นี่คือกรอบที่เราใช้อยู่”

พลเอกณัฐพล​ยังกล่าวอีกว่า ขอให้สื่อช่วยอธิบายกับสังคมและนักวิชาการ เข้าใจความคิดของ ศบ.ทก.และ GBC เราคิดเยอะคิดทุกด้าน

ส่วนที่ทางกัมพูชา​ออกมาระบุว่าเป็นการสร้างหลักของฝ่ายไทย โดยอ้างว่า ชุดทหารในคลิปเป็นชุดจากทหารเชลยศึกทั้ง 18 คน​ พลเอกณัฐ​พล​ยืนยันว่า​ ตราบใดที่ยึดมั่นในความจริง เครดิตเป็นสิ่งที่สังคมเชื่อถือ หลักฐานที่มีชาวโลกจะเชื่อถือใคร​ เราหรือกัมพูชา ตนจึงบอกว่าเราต้องไม่ไปสู้กับเฟกนิวส์​ เพราะเราจะเสียเครดิตไปด้วย​ ตามที่ตนเคยบอกว่า ศีลเสมอกัน ตราบใดที่เราหลักความจริงอาจช้าไปบ้าง​ ก็ต้องขออภัยสื่อ​ เพราะเราต้องตรวจสอบเราไม่สามารถสวนได้ทันที แต่ถ้าเป็นเฟกนิวส์ เราสวนได้หมด พร้อมยกตัวอย่างถ้าตนเป็นลุง​ ตนสวนได้ทันที​ เพราะข้อมูลมีอยู่แล้วสวนได้​ หรือนักวิชาการต่าง ๆ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์​ ก็สวนได้ทันที​ จะพูดอะไรก็ได้

แต่ตนเป็น ผอ.ศบ.ทก. ประธาน GBC และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม จะพูดอย่างนั้นไม่ได้ ต้องตรวจสอบก่อน การใช้ความจริงสู้กับเฟกนิวส์ นั่นคือเครดิตในระดับประเทศหรือแม้แต่พวกเราเอง​ สื่อหากช่องไหนบิดเบือนจะเชื่อเขาหรือไม่​ และเรามีดุลพินิจ​ไม่ใช่บิดเบือนง่าย ๆ​ เพียงแต่อาจจะชอบหรือสะใจเท่านั้น จึงเออออไปด้วย ดังนั้นหลักของศบ.ทก. คือยึดความจริงไปสู้กับเฟกนิวส์​

พลเอกณัฐพล​ยังย้ำว่า จะส่งหลักฐานที่พบ กระทรวงการต่างประเทศจะส่งหลักฐานที่พบใหม่ให้กับประเทศที่ให้เงินทุนสนับสนุนในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดกับประเทศกัมพูชา และขณะนี้เรามีรายชื่อประเทศที่ให้การสนับสนุนทั้งหมดแล้ว ดังนั้นแต่ละประเทศ จะตัดสินอย่างไรก็ต้องรอฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน ตนมั่นใจว่าข้อมูลของเรามีความน่าเชื่อถือ​ ความจริงอย่างไรก็บิดเบือนไม่ได้อยู่แล้ว

เมื่อถามย้ำว่า RMAC มีกัมพูชาเป็นประธาน จะให้ความร่วมมือหรือไม่ พลเอกณัฐพลกล่าวว่า กัมพูชาเป็นประธาน แต่อีก 9 ประเทศสมาชิก คงไม่ถูกครอบงำ​ได้ทั้งหมด​ พร้อมย้ำคำเดิมว่า​ เราต้องค่อย ๆ การสู้ด้วยความจริง​กฎหมาย สู้ด้วยความถูกต้อง​ มันก็ยากแต่ยั่งยืน​