นายกฯ นำถก สมช. จับตา ทบ.เสนอแผนผลักดันชาวกัมพูชา บ.หนองจาน-บ.หนองหญ้าแก้ว หลัง ผบ.เหล่าทัพอนุมัติให้ใช้กฎอัยการศึก ควบคู่กฎหมายปกติ ‘สีหศักดิ์’ ย้ำจุดยืนไทย 4 ข้อ หลัง ’ทรัมป์’ ขอเป็นตัวกลางเจรจา 2 ประเทศ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการทำหนังสือของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า นายโดนัลด์มีความปรารถนาในการมาช่วยสถานการณ์ระหว่างไทยและกัมพูชา ในขณะนี้
โดยไทยได้เน้นย้ำว่า ถ้าต้องการให้เกิดสันติภาพจริง ๆ ไทยมีแนวทาง 4 ข้อซึ่งนายกรัฐมนตรีได้พูดไปแล้ว
ส่วนหลังจากนี้จะต้องทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า มีการพูดคุยกันไปแล้ว และได้สื่อสารไปแล้วว่าให้ความสำคัญกับเรื่องใดบ้าง และไทยก็หวังว่าจะมีความคืบหน้า ขณะเดียวกัน ยังย้ำถึงบทบาทการพูดคุยของกระทรวงการต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ช่วงบ่ายวันนี้จะมีการพูดคุยกับภาคเอกชนไทยที่ลงทุนอยู่ในกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 10.00 น. นายอนุทินเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 13/2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายสีหศักดิ์, พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รวมทั้งหน่วยงานความมั่นคงเข้าร่วมประชุม
โดยก่อนเข้าประชุม นายกรัฐมนตรีเปิดเผยสั้น ๆ ว่าขอดูแผนที่กองทัพบกเสนอมาก่อน ส่วนจะแถลงเองหรือไม่ขอดูรายละเอียดเนื้อหาก่อน
สำหรับการประชุมวันนี้จะมีติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในภาพรวม รวมทั้งแผนบริหารจัดการสถานการณ์ชายแดนจังหวัดสระแก้ว ที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ภายหลังที่ประชุม สมช.ครั้งที่ผ่านมาได้มอบหมายให้กองทัพไทยไปดูเรื่องข้อกฎหมายในการดำเนินการ จนเป็นที่มาของ ผบ.เหล่าทัพมีมติเห็นชอบให้ใช้กฎอัยการศึก ควบคู่กับกฎหมายปกติ แต่มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกไปจัดทำแผนเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชน และนำมาเสนอ สมช.อนุมัติในวันนี้
ขณะเดียวกัน พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้วในวันนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์ในภาพรวม และการเก็บกู้ทุ่นระเบิด