นายกฯ ลงนามแต่งตั้ง “คกก.ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” พร้อมนั่งหัวโต๊ะคุมเอง อำนาจกำหนดมาตรการ-ป้องกันปราบปรามความผิดที่เกี่ยวข้องกับเงินที่ได้จากอาชญากรรม มอบ “เพิ่มพูน” นำทีมลุยปราบสแกมเมอร์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 341/2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
โดยที่การกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีความซับซ้อน และมีรูปแบบที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อาทิ การหลอกลวงประชาชนทางออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ การสร้างข่าวปลอมหรือเผยแพร่ข้อมูลเท็จผ่านสื่อออนไลน์ การพนันออนไลน์ รวมทั้งการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเงินที่ได้จากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟอกเงินโดยการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้าง รวมทั้งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ
เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเงินที่ได้จากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และทันต่อสถานการณ์ เพื่อลดความเสียหายและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีองค์ประกอบ และหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
1.นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ
2.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1
3.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 2
4.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 3
5.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 4
6.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 5
7.เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการ
8.ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการ
9.ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นกรรมการ
10.ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นกรรมการ
11.ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการ
12.ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นกรรมการ
13.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ
14.เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นกรรมการ
15.เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม
การทุจริตในภาครัฐ เป็นกรรมการ
16.ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ
17.เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นกรรมการ
18.เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์ เป็นกรรมการ
19.พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นกรรมการ
20.พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช เป็นกรรมการ
21.ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี เป็นกรรมการ
22.อธิบดีกรมการปกครอง เป็นกรรมการและเลขานุการ
23.ผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
โดยคณะกรรมการชุดนี้ มีหน้าที่และอำนาจกำหนดนโยบาย มาตรการ และแนวทางปฏิบัติในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเงินที่ได้จากอาชญากรรมทาง กำกับดูแลและบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย
ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติการป้องกัน และปราบปรามกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเงินที่ได้จากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรายงานนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีทราบอย่างต่อเนื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น และปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย


ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงนามคำสั่งสำนักสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 341 / 256 ในการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ว่า มีการตั้งคณะกรรมการไปแล้ว มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครบ ส่วนด้านปฏิบัติการได้มอบหมาย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพราะว่าเป็นตำรวจเก่า
เมื่อถามว่า มีการหวังผลหรือตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ความเดือดร้อนอะไรที่ผิดกฎหมายแล้วทำความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะอะไรที่ใช้กำลังไปกดดัน กดขี่ ข่มเหง
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า อยากให้ไทยร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ ปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์นั้น นายอนุทิน ระบุเพียงว่า เป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่ไทยเสนอให้กัมพูชา ต้องปฏิบัติอยู่แล้ว
ส่วนจะยืนยันว่าไทยเดินหน้าเรื่องนี้เต็มที่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินทางออกจากอาคารรัฐสภาทันที