Skip to content

ไชยชนก เล็งชงซูเปอร์บอร์ดปรามสแกมเมอร์ เปิดช่องสู้กลับภัยไซเบอร์

16 ต.ค. 2568 | 15:13น.
ไชยชนก เล็งชงซูเปอร์บอร์ดปรามสแกมเมอร์ เปิดช่องสู้กลับภัยไซเบอร์

รมว.ดีอี ยันรัฐบาลไม่นิ่งเฉยปราบสแกมเมอร์ เล็งเสนอซูเปอร์บอร์ดเปิดช่องโจมตีกลับภัยไซเบอร์ หลังญี่ปุ่น-เวียดนามประกาศใช้แล้ว เตรียมบิน UN ลงนามความร่วมมือ โอดตั้งแต่เปิดตัวโดนทุกทาง แต่พร้อมเดินหน้าต่อ ส่วนเรื่องสินบน 40 ล้านขอให้รอชมเร็ว ๆ นี้

ที่รัฐสภา นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงการเดินหน้าปราบสแกมเมอร์หลังมีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งถูกตั้งคำถามว่ารัฐบาลนิ่งเฉย โดยยืนยันว่าไม่ได้นิ่งเฉย เพราะเรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่กระทรวงดีอี เดินหน้ามาเยอะมาก

ส่วนการตั้งคณะกรรมการโดยนายกฯ เป็นสิ่งที่ดีที่ทุกองคาพยพทำงานร่วมกัน ทำให้การแก้ไขทรงพลัง และหากดูจากรายชื่อของคณะกรรมการ จะพบว่ามีหลายหน่วยงาน รวมถึงหน่วยงานทหาร สำหรับเป้าหมายปราบเรื่องนี้ ใน 4 เดือนตั้งใจจะปราบให้หมดเลย หรือจะต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง นายไชยชนกกล่าวว่ามีปัจจัยหลายอย่าง มีปัจจัยด้านการต่างประเทศมาเกี่ยวข้องในกัมพูชา ซึ่งมันมีข้อจำกัดระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ มิจฉาชีพ หากเกิดในประเทศไทย ตำรวจมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบเต็มที่ แต่หากข้ามแดนเราไป ตำรวจและทหารของไทยจะไม่สามารถทำอะไรได้

แต่ตอนนี้มีสิ่งหนึ่งที่ได้สั่งการให้ศึกษาแล้ว และเตรียมจะเสนอให้คณะกรรมการ นั่นคือการศึกษากฎหมายใหม่ “Active Cyber Defence 2025” ที่ประเทศญี่ปุ่นเพิ่งออกมา ซึ่งมีหลายประเทศทำในลักษณะคล้ายกัน เป็นกฎหมายที่ตอบโต้ทางไซเบอร์ได้ ยกตัวอย่างการคุกคามเราทางไซเบอร์ เราสามารถมีทีมงานเฉพาะ หรือคณะกรรมการอนุมัติเรื่องต่อเรื่องและแฮกกลับได้ ไม่ได้ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ เวียดนามก็ทำ ญี่ปุ่นก็ทำ โดยปลายเดือนนี้ตนจะลงนามความร่วมมือที่สหประชาชาติด้วย

เมื่อถามว่ากรณีที่ฝ่ายค้านมีการเปิดตัวละครอย่างนายเบน สมิธ มีความสัมพันธ์กับคนในรัฐบาลอย่างร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายไชยชนกกล่าวว่า ในเชิงลึกแบบนี้คงตอบไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร สิ่งที่ทำได้คงต้องรับไปตรวจสอบ แต่เมื่อนายกฯได้ตั้งคณะกรรมการแล้ว ทุกคนต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงดำเนินการ อาจจะไม่ใช่แค่กระทรวงดีอี แต่รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ทำให้การแก้ปัญหาสแกมเมอร์ล่าช้าสะดุดลง นายไชยชนกกล่าวว่าตอบไม่ได้ แต่ที่ผ่านมาเดินเต็มที่มาโดยตลอดและจะเดินเต็มที่ต่อไป

“ถามว่ามีอุปสรรคไหม ตั้งแต่ผมประกาศตัวมาเจออุปสรรครุมเร้ามาก ผมก็สงสัยเหมือนกัน คนคิดดีทำดี ทำงานเต็มที่กลายเป็นว่าโดนหมดทุกทางมากกว่าเดิม เป็นเรื่องที่น่าคิด แต่ก็สรุปอะไรไม่ได้ เราไม่มีหลักฐาน แต่ถ้ามีหลักฐานยังไงก็ดำเนินการเต็มที่ และกลุ่มที่ตั้งข้อสังเกตและนำเสนอ หากมีหลักฐานก็ควรนำมาให้ชัดเจน ช่วยกันดำเนินการเร็วขึ้น”

เมื่อถามว่าตอนนี้สหรัฐยึดทรัพย์นักธุรกิจบิตคอยน์ ประเทศไทยจะดำเนินการด้วยหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่าก็เดินไปให้สุดทุกทาง และการที่นายกฯตั้งคณะกรรมการก็คงจะเดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ

ส่วนความคืบหน้าตรวจสอบเงินสินบน 40 ล้าน แลกกับการไม่เดินหน้าปราบปรามสแกมเมอร์ นายไชยชนกกล่าวว่า เพื่อความชัดเจน ตอนนี้สแกมเมอร์หรือไม่ ไม่แน่ใจ แต่เว็บที่ตรวจสอบพบถือว่าใช่ จะโยงสแกมเมอร์หรือไม่ ต้องแยกกันก่อน โดยขอให้รอชมความคืบหน้าในการตรวจสอบ

ทั้งนี้ ที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ทวงถามว่าตรวจสอบถึงไหนแล้ว นายไชยชนกกล่าวว่ารอชม ตอนแรกคิดว่า 30 วัน แต่ตอนนี้ทราบข้อมูลว่าเร็วกว่านั้น จึงขอให้รอชมเร็ว ๆ นี้