ทกม.ชูนโยบายรื้อระบบการศึกษา-ลงทุนสร้างคน เพื่อเป็นต้นน้ำเศรษฐกิจ
ไทยก้าวใหม่ชูนโยบายรื้อระบบการศึกษา-ทำได้จริง เรียนฟรีถึง ป.ตรี ไม่มีหนี้ เรียน AI ตั้งแต่ ป.1 นำเทคโนโลยีมาใช้ทุกระดับชั้น อัพสกิล-รีสกิล ทั้งเด็กและวัยทำงาน “สุชัชวีร์” มองภัยที่เลวร้ายที่สุดคือ ปัญญาภัย เชื่อต้นน้ำเศรษฐกิจคือการลงทุนสร้างคน
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ (ทกม.) แถลงถึงนโยบายด้านการศึกษาว่า ปัญหาทุกปัญหาที่เกิดขึ้นมนุษย์แก้ได้ ถ้าเรามีความรู้ มีปัญญา ซึ่งการบริหารโดยไม่ใช้ความรู้ ไม่ใช้ปัญญา หนักหนายิ่งกว่าคอร์รัปชั่น และถ้าประเทศไม่มีความรู้ ไม่บริหารด้วยปัญญา ปัญหาจะใหญ่ขึ้น และจะไม่น้อยลงโดยเฉพาะภัยธรรมชาติอุทกภัย หาดใหญ่ที่ว่าหนักแล้วกรุงเทพฯจะหนักกว่านี้ วาตภัยและอัคคีภัย
แต่ภัยที่น่ากลัวที่สุดคือ ภัยจากความไม่รู้ ภัยจากความไม่มีปัญญา ที่เรียกว่าปัญญาภัย ที่เป็นภัยที่ยิ่งใหญ่กว่าภัยทั้งมวล และวันนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้ว ลูกหลานหลายคนไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาที่ดีและมีคุณภาพได้
พรรคไทยก้าวใหม่จึงชูเรื่องการศึกษา เพราะการศึกษาคือการแก้จน คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงประเทศ และประเทศจะเปลี่ยนแปลงได้ต้องเริ่มต้นจากห้องเรียน วันนี้ที่ประเทศเต็มไปด้วยภัยทั้งหลาย ยาแก้เดียวคือเรื่องการศึกษา
จากนั้นนายวราวิช กำภู ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวเปิดนโยบายด้านการศึกษาว่า รัฐบาลแก้ปัญหาผิดวิธี เพราะเน้นผลประโยชน์ระยะสั้นเพื่อให้ได้คะแนนนิยม โดยการแจกเงิน เพื่อหวังจะได้คะแนน เป็นการซื้อเวลาแบบไม่สร้างอนาคต รัฐบาลเล่นง่าย แต่กำลังทำลายอนาคตของชาติ นโยบายของรัฐบาลไม่มีการลงทุนกับคนเลยแม้แต่บาทเดียว
นายวราวิชกล่าวต่อว่า พรรคไทยก้าวใหม่ เชื่อว่าคนไทยทุกคนคือต้นน้ำของเศรษฐกิจ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือ การลงทุนสร้างคน และคนเท่านั้นที่จะเป็นทางรอดทางเดียวของประเทศ เพราะเราไม่เคยลงทุนสร้างคนมาก่อนเลย เราจะสร้างทุนมนุษย์ สร้างคนไทยทุกคนให้มีขีดความสามารถสูงขึ้น เราจะทำทันที โดยแบ่งคนไทยออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มอนาคตที่กำลังเรียนอยู่ และกลุ่มคนปัจจุบันคือคนที่จบไปแล้ว
นายวราวิชกล่าวอีกว่า นโยบายที่จะนำไปช่วยกลุ่มคนปัจจุบันคือ ต้องเอาเทคโนโลยีไปช่วยคนตัวเล็ก เกษตรกร SMEs และมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ ดังนั้นจึงมีนโยบายคือ 1.ให้ทุนกับเกษตรกรที่มีบุตรหลานเป็นยุวเกษตรอัจฉริยะ โดยจะส่งอุปกรณ์และคนลงไปสอน 2.นโยบายพลิกชีวิต SMEs รายย่อย จะไม่สอน แต่จะส่งทีมไปช่วย และ 3.สกิลปังกระเป๋าตุง ด้วยการทำรีสกิล อัพสกิล
นายวราวิชกล่าวด้วยว่า ขณะที่กลุ่มอนาคต เราต้องรื้อโครงสร้างการศึกษาทั้งระบบ เพราะมีความเหลื่อมล้ำ เด็กหลุดออกจากระบบจำนวนมาก เพราะฉะนั้นเด็กไทยต้องมีทักษะในอนาคต คนมาไม่ตรงปัญหา การศึกษาที่ผลิตคนไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ทั้งมหา’ลัยและอาชีวะ
ทำให้ต้องมี 5 นโยบายรื้อระบบการศึกษาคือ 1.Digital Transformation ทำแพลตฟอร์มสำหรับการศึกษาระดับชาติที่เป็น Big Data ที่ไม่ใช่แค่กระทรวงศึกษา อาชีวศึกษา แต่รวมถึงอุดมศึกษาด้วย, ต้องมีระบบการจัดการโรงเรียน ที่จะต้องไม่ใช่หน้าที่ของครู, ความรู้ที่ดีขึ้น ระบบออนไลน์ เพื่อให้ครูรุ่นใหม่ได้ศึกษา และจะต้องมีครูเพิ่มขึ้นจาก 4 แสนคนเป็น 8 แสนคน โดยใช้ AI เป็นครูผู้ช่วยในการทำการเรียนการสอน และจะนำงานวิจัยขึ้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์
2.Reengineering ต้องบริหารจัดการแบบกระจายอำนาจ, ยกเลิกภารกิจครูที่ไม่เกี่ยวกับการสอนโดยสิ้นเชิง, ยกเลิกระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนการสอน, เรียนรู้ได้จากผู้เชี่ยวชาญ, ครูครบชั้น ครูตรงวุฒิต้องมี, งบประมาณต้องมีการเสนอขึ้นมาจากเขต 3.Redesign เด็กวันนี้ต้องมีทักษะ 4C และเน้นการเรียนรู้แบบทำความเข้าใจ, จะต้องมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ต้องสอน AI ตั้งแต่ ป.1, เลิกฟัง จด ท่องสอบ และสร้างอาชีวะเฉพาะทาง และต้องเพิ่มสาขาในมหา’ลัยให้มากขึ้น
4.อัพสกิล รีสกิล ข้าราชการทุกระดับชั้นที่เกี่ยวกับการศึกษาต้อง Upskill ทั้งหมด ครูอาชีวะต้องไปทำงานตอนปิดเทอม และ 5.โรงเรียนดีใกล้บ้าน จะลดความเหลื่อมล้ำ มีครูตรงวุฒิครบชั้นและทันสมัยได้
“ฉะนั้นเราจะเลิกทน เลิกจน ลงทุนสร้างคนกับไทยก้าวใหม่ ถ้าเราเป็นรัฐบาล ปีหน้าเศรษฐกิจจะโตเป็น 2%”
นายวราวิชกล่าวว่า นโยบายสำหรับเด็ก 1.ต้องเรียนฟรีถึงปริญญาตรี ไม่มีหนี้ เรียน 3 ปีเพียงพอแล้ว ยกเว้นบางวิชาชีพ ต้องเพิ่มอาหารเช้า 5 วัน 5 หมู่ 10 มื้อ ส่งลูกเรียนได้เงิน นโยบายสำหรับคนเรียนจบแล้วคือ 1.เลิกทำงานไร้ประโยชน์ 2.เลิกทำงานที่เพิ่มภาระและไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง 3.เลิกทำวิทยฐานะแบบไร้เหตุผล 4.มีเงินใช้ระหว่างเรียน และ 5.Portfolio แบบดิจิทัลตลอดชีวิต
ด้านนายสุชัชวีร์กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายการศึกษาของรัฐบาลไทยก้าวใหม่เราต้องรื้อ และนี่คือสิ่งที่ทำได้จริง พรรคไทยก้าวใหม่ทำแล้ว และจะทำให้กับโรงเรียนทุกโรงเรียนในประเทศไทย
