รัฐสภาเริ่มถกแก้ รธน. วาระ 2 ‘ภราดร’ เสนอญัตติทำคำถามที่ 1 ส่งให้รัฐบาลทันที เจอ ‘จุลพันธ์’ สวน ครม.มีอำนาจทำไมไม่ทำเอง ด้าน ‘วันนอร์‘ ให้วิป 3 ฝ่ายไปตกลงกัน
ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ…. ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาเรียงรายมาตรา ในวาระ 2

นายวันมูหะมัดนอร์ชี้แจงว่า การเปิดวิสามัญเราเปิดเป็นการประชุมพิเศษ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 256 โดยให้เพิ่มมาตรา 15/1 ซึ่งก็ไม่ได้มีมาตราอะไรมากมาย และก็มีการสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ แต่ถ้าสามารถจะรวบรวมเป็นหมวดหมู่ ซึ่งประธาน กมธ.คงจะชี้แจงได้ และอภิปรายกันไม่ยืดเยื้อ โดยเราจะดูหน้างาน และวันนี้เราสามารถพิจารณาได้ถึงเวลา 24.00 น. แต่ถ้าเห็นหน้างานว่าเราไปได้สวย ไปได้มาก การพิจารณากก็อาจจะไม่จำเป็นต้องถึงเวลา 24.00 น.ก็ได้
ดังนั้น ขึ้นอยู่กับสมาชิกและการอภิปราย แต่เนื่องจากการลงมติแต่ละมาตราองค์ประชุมต้องอยู่ครบ จึงขอความร่วมมือสมาชิกที่มาประชุมอย่างน้อย 2 วันนี้ ขอให้อยู่ใกล้ ๆ ห้องประชุม เพื่อที่จะลงมติได้เร็ว เพื่อที่เราจะได้ไปเร็ว หากต้องรอลงมติก็จะเสียเวลา
“ดังนั้น หน้างานผมอยากให้ประธานวิป 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล และวุฒิสภา หารือได้ตลอดเวลา เพื่อที่การอภิปรายได้ไปเร็ว หากมีปัญหาจะได้แจ้งมาที่ประธานได้” ประธานรัฐสภากล่าว
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย หารือว่า การกำหนดช่วงเวลาของประธานที่ได้ระบุว่าวันที่ 10 ธ.ค. ให้ถึงเวลา 24.00 น. ผมคิดว่าให้ดูหน้างานว่าองค์ประชุมจะสามารถเดินหน้าไปได้หรือไม่ เพราะหากวันนี้เราเดินหน้าไปได้เร็วก็ไม่จำเป็นต้องถึงเวเลา 24.00 น. และไปต่อในวันที่ 11 ธ.ค. ก็สามารถจบได้
อย่างไรก็ตาม วันนี้พวกตนจะยื่นญัตติด่วนต่อประธานด้วย เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับการพิจารณา คือญัตติด่วนเพื่อให้รัฐสภาให้มีมติเพื่อยื่นไปที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องการทำประชามติครั้งที่ 1 เพื่อไม่ต้องเสียเวลาไปรอการลงมติในวาระที่ 3
นั่นคือเมื่อพิจารณาวาระที่ 2 เสร็จแล้ว จึงอยากขอความกรุณาให้เพื่อนสมาชิกร่วมพิจารณาญัตติด่วนเพื่อที่ทำคำถามที่ 1 ส่งไปที่รัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลทำคำถามประชามติในครั้งที่ 1 เสียก่อน ส่วนหลังจากที่ลงมติในวาระที่ 3 เรียบร้อย ประธานอาจจะให้สภาพิจารณาในเรื่องคำถามเพื่อที่ส่งไปให้รัฐบาล เพื่อทำคำถามประชามติในคำถามที่ 2 ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็สามารถทำได้ ทั้งนี้ พวกตนได้เสนอญัตติกับรัฐสภาไว้แล้วและรอประธานบรรจุระเบียบวาระ หากไม่ขัดข้องเราจะได้พิจารณาในญัตติด่วนหลังจากที่พิจารณาวาระที่ 2 เสร็จ
ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า จริง ๆ แล้วข้อเรียกร้องของนายภราดรตรงกับพรรคเพื่อไทย ที่เรียกร้องให้สร้างหลักประกันให้กับสังคมไทย ด้วยการให้รัฐบาลส่งคำถามประชามติคำถามที่ 1 ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในทันที เพื่อยื่นยันว่าไม่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เรากำลังพิจารณากันอยู่จะสะดุด ติดขัด หรือจะเดินหน้าอย่างไร
สุดท้ายวันที่มีการเลือกตั้งจะต้องมีคำถามที่ 1 ถามประชาชนว่าต้องการให้มีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หากในวันที่มีการลงมติประชาชนเห็นชอบ สิ่งที่ประชาชนจะได้คือ หลักประกันว่าหลังจากมีรัฐบาลชุดใหม่ มีสภาชุดใหม่แล้ว ยืนยันว่ากระบวนการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน เพราะมีประชามติของประชาชนเป็นหลังพิง
นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยไม่ขัดข้องที่นายภารดรเสนอว่าหลังพิจารณาจบวาระ 2 จะขอให้มีการพิจารณาเป็นญัตติด่วนเพื่อส่งคำถามที่ 1 ไปยังรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลส่งต่อ แต่เห็นว่าเป็นการทำงานเกินความจำเป็นหรือไม่ เพราะอำนาจของ ครม.มีอยู่แล้วในกรณีที่ต้องการส่งคำถามประชามติ ครม.ไม่ต้องมาถามรัฐสภา สามารถส่งคำถามประชามติคำถามที่ 1 ไปที่ กกต.ได้เลย
ซึ่งการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ก็ดำเนินการได้ แต่ไม่ดำเนินการ เพราะฉะนั้นจะมาผลักภาระให้รัฐสภา ซึ่งไม่ติดขัด แต่ทำไม่ท่านไม่ดำเนินการเอง เพราะกฎหมายเปิดช่องอยู่แล้ว
ทำให้นายภราดรอภิปรายว่า ผมไม่ได้เห็นต่างจากนายจุลพันธ์ แต่เรื่องการทำประชามติครั้งที่ 1 ซึ่งเคยหารือกับนายกรัฐมนตรีแล้ว เห็นตรงกันว่า ครม. สามารถดำเนินการตั้งคำถามประชามติครั้งที่ 1 ได้ เพียงแต่ได้สอบถามไปยังกฤษฎีกา โดยทางกฤษฎีกาได้มีคำตอบและแนวทางตอบกลับนอกรอบกับ ครม. ซึ่งตัวหนังสือกำลังได้สรุปและส่งให้ในวันที่ 15 ธ.ค.
ฉะนั้น วันนี้ผมไม่สามารถเอาหลักฐานหนังสือจากกฤษฎีกามายืนยันในสภาแห่งนี้ได้ แต่เป็นแนวทางเดียวกัน และคิดตรงกันว่า ครม.สามารถดำเนินการกับคำถามครั้งที่ 1 ได้ แต่เมื่อกฤษฎีกาทักท้วงว่าอาจจะขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ แม้ว่ากฎหมายประชามติจะอนุญาตให้
ครม.ทำได้ แต่เมื่อกฤษฎีกาทักท้วงว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มต้นที่รัฐสภา ก็ควรที่จะให้รัฐสภานั้นเสนอคำถามต่อ ครม. เพื่อให้ ครม.ดำเนินต่อไป และส่งให้ กกต.เพื่อให้เกิดความรอบคอบ และความถูกต้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ได้ชี้แจงว่า เราจะดำเนินการต่อไป และจะต้องมีการหารือระหว่างวิปทั้ง 3 ฝ่ายด้วย เพราะหลักใหญ่ค่อนข้างจะเห็นตรงกันแล้ว
จากนั้นนายณัฐวุฒิ บัวประชุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธาน กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ รายงานผลการพิจารณาของ กมธ.ต่อที่ประชุม