Skip to content

ดร.บัญญัติ ชี้ไทยของพร้อม แต่รัฐยังไม่หนุน ชงรัฐบาลใหม่เร่งปั้นฮาลาลสู่เวทีโลก

07 ม.ค. 2569 | 15:16น.
ดร.บัญญัติ ชี้ไทยของพร้อม แต่รัฐยังไม่หนุน ชงรัฐบาลใหม่เร่งปั้นฮาลาลสู่เวทีโลก

ดร.บัญญัติ ผู้บริหารแบรนด์จีระพันธ์ ชี้ไทยพร้อมทุกด้านแต่ยังขาดแรงหนุนจากรัฐ เสนอรัฐบาลใหม่ยกระดับฮาลาลเป็นวาระแห่งชาติ ต่อยอดสู่แนวคิด Muslim Friendly ดึงนักท่องเที่ยว-หนุนผู้ประกอบการ สร้างโอกาสส่งออกและบริการโตระยะยาว

ดร.บัญญัติ ทิพย์หมัด ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีระพันธ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดมุมมองกับประชาชาติธุรกิจ ว่า อาหารฮาลาลเป็นสินค้าอาหารประเภทเดียวที่สามารถส่งออกไปได้ทุกพื้นที่ทั่วโลกโดยไม่ติดข้อจำกัดด้านศาสนาหรือวัฒนธรรม ซึ่งทำให้ไทยมีโอกาสสร้างรายได้อย่างมหาศาล หากภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง

ดร.บัญญัติกล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านอาหารสูงมาก จากการเป็น “ครัวของโลก” (Kitchen of the World) อยู่แล้ว จึงควรต่อยอดด้วยการผลักดันแนวคิด “Halal Kitchen of the World” ซึ่งจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์และเพิ่มการยอมรับจากตลาดฮาลาลทั่วโลกอย่างกว้างขวาง พร้อมระบุว่า แม้ประเทศในภูมิภาคจะให้ความสำคัญกับฮาลาล แต่ด้านปริมาณผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้หลากหลายเท่าประเทศไทย โดยไทยมีสินค้าฮาลาลนับแสนรายการ (SKU) ในขณะที่ประเทศคู่แข่งมีสินค้าเพียงจำนวนน้อยกว่า แต่กลับโดดเด่นกว่าเพราะรัฐบาลของประเทศเหล่านั้นให้การสนับสนุนเต็มที่ ทั้งการโปรโมตและสร้างภาพลักษณ์ ทำให้ไทยเสียโอกาสทางการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย

เขาย้ำว่า “ประเทศไทยเรามีความพร้อมทุกอย่างในเรื่องอาหารฮาลาล แต่ยังขาดการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ หากรัฐบาลกำหนดเป็นนโยบายหลัก โอกาสของฮาลาลและของประเทศในการเพิ่มรายได้จากการส่งออกจะเติบโตอย่างมหาศาล”

ดร.บัญญัติยังชี้ว่า อีกแนวคิดสำคัญที่เชื่อมโยงกับตลาดฮาลาลคือ Muslim Friendly ซึ่งแตกต่างจากฮาลาลเต็มรูปแบบ โดยฮาลาลต้องถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม 100% ส่วน Muslim Friendly คือการทำให้ธุรกิจ “เป็นมิตรต่อผู้บริโภคมุสลิม” และสามารถปรับตัวเข้าหามาตรฐานฮาลาลในระดับเบื้องต้นได้ง่ายกว่า จึงเป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการทั่วไปสามารถนำไปใช้เพื่อขยายตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิม ซึ่งมีจำนวนมากถึงหลายพันล้านคนทั่วโลก

ตัวอย่างของแนวคิด Muslim Friendly คือ การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองวิถีชีวิตของชาวมุสลิม เช่น ติดตั้งสายฉีดในห้องน้ำแทนการใช้กระดาษทิสชู จัดพื้นที่และป้ายทิศกิบลัตสำหรับละหมาด หรืออบรมพนักงานให้รู้จักคำศัพท์และพฤติกรรมพื้นฐานของชาวมุสลิม เช่น เวลาละหมาด ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กน้อยที่ช่วยสร้างความคุ้นเคยและความสบายใจให้กับนักท่องเที่ยวมุสลิมที่มาใช้บริการในไทย

ดร.บัญญัติอธิบายว่า ความเข้าใจผิดของผู้ประกอบการหลายรายคือ เชื่อว่าต้องเป็นฮาลาลเต็มรูปแบบเท่านั้นจึงจะรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิมได้ ทั้งที่ในความเป็นจริง ผู้บริโภคมุสลิมจำนวนมากไม่ได้เคร่งศาสนาร้อยเปอร์เซ็นต์ และสามารถยอมรับร้านหรือสถานที่ที่เป็น Muslim Friendly ได้ เช่น การแจ้งลูกค้าว่าอาหารทะเลเป็นมุสลิมเฟรนด์ลี่ แม้ไม่ใช่ฮาลาลเต็มรูปแบบ ผู้บริโภคก็อยู่ในสถานะที่ “รับได้” หากผู้ประกอบการแจ้งข้อมูลอย่างจริงใจ

เขาย้ำว่าหากไทยขยายแนวคิด Muslim Friendly ในภาคบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากกลุ่มอาหรับ มาเลเซีย และประเทศมุสลิมอื่น ๆ ให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมองว่าตัวเลขการเติบโตของตลาดนี้จะ “ชัดเจนแน่นอน”

ดร.บัญญัติย้ำว่า การผลักดันฮาลาลและ Muslim Friendly ไม่เพียงแต่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังเสริมศักยภาพของประเทศในการแข่งขันกับตลาดโลก พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งวางนโยบายและสนับสนุนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ไทยสามารถใช้ฮาลาลเป็น Soft Power ที่ทรงพลัง และต่อยอดรายได้ทั้งในภาคอาหาร การท่องเที่ยว และธุรกิจบริการในระยะยาว