20 วันก่อนเลือกตั้ง “เครือมติชน” ระดมขุนพลการเมือง-เศรษฐกิจ 15 พรรค และวุฒิสมาชิก เปิด 4 เวทีดีเบต-โชว์วิสัยทัศน์ 8 ชั่วโมงเต็ม ครบจบในวันเดียว The Real Politics “ทางแพร่งประเทศไทย” ดึงนักการเมืองตัวกลั่นถกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจประเทศไทย 3 แคนดิเดตนายกฯ “ยศชนัน-อภิสิทธิ์-ณัฐพงษ์” ประชันนโยบายใหญ่ ระดับรองหัวหน้าขึ้นท้าชิงแก้สารพัดปัญหาปากท้อง พรรคใหญ่-พรรคใหม่-ตัวแปรชิงคะแนนโค้งสุดท้าย ตัดเชือกจัดตั้งรัฐบาลใหม่
ดันขุนพลทุกพรรคขึ้นเวทีดีเบต
นับถอยหลังไม่เกิน 20 วัน ก่อนการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทุกพรรคการเมือง ปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหารครั้งใหญ่ เพื่อกำหนดเกมชิงคะแนน สส. ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน และ สส.ระบบเขต 400 คน พรรคขนาดใหญ่-ขนาดกลาง และระดับพรรคตัวแปรอำนาจจัดตั้งรัฐบาล ใช้ทุกกลยุทธ์ในการรณรงค์หาเสียง ทั้งตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ใน จังหวัดที่มี สส.ระดับ 9-15 คน และเปิดเวทีชี้ขาดในพื้นที่กรุงเทพฯ ชิง 33 สส.เขต พร้อมเปิดเวทีย่อยระดับหัวเมือง
ในช่วงโค้งสุดท้าย ทุกพรรคต่างจัดสรรบุคลากรการเมือง ผู้มีอำนาจในการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และว่าที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ผลักดันขุนพลคนสำคัญของพรรคขึ้นเวทีดีเบต ประชันวิสัยทัศน์ และประกาศชุดนโยบาย ที่จะเตรียมเข้าบริหารประเทศ เพื่อชิงคะแนนของกลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจเด็ดขาด สัดส่วนเฉลี่ยหลายโพลประมาณ 20%
มติชนจัด 4 เวทีชี้อนาคตประเทศ
เครือมติชน ซึ่งเป็นสื่อหัวแถวด้านการเมือง ประกอบด้วยสื่อในเครือ ทุกแพลตฟอร์มสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ ยูทูบ จัดกิจกรรมถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ตลอดทั้งเดือนมกราคม 2569 ภายใต้แคมเปญ Matichon Thailand Election 2026 ทั้งเวที Ladies in Politics : พลังสู่การเปลี่ยนแปลง และฟังเสียงผู้สมัคร สส.รุ่นใหม่ ในหัวข้อ “The next wave : ฟังเสียง New Gen”
และในช่วงที่ร้อนแรงที่สุดในการรณรงค์หาเสียง 17 วันก่อนเลือกตั้ง เครือมติชน จัดเวทีใหญ่ประชันทุกวิสัยทัศน์ ทุกระดับ รวบรวมตัวแทนพรรคการเมือง 15 พรรค พร้อมตัวแทน วุฒิสมาชิก ไว้ในเวทีเดียว คือ The Real Politics “ทางแพร่งประเทศไทย” และปิดท้ายด้วยเวที “เลือกผู้นำ เลือกอนาคตเศรษฐกิจ” โดยประชาชาติธุรกิจ
สำหรับเวที The Real Politics “ทางแพร่งประเทศไทย” จัดขึ้นในวันที่ 21 ม.ค. 2569 ที่พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน ภายใต้หลักคิดอนาคตประเทศไม่ควรถูกกำหนดจากเสียงใดเสียงหนึ่ง ไม่ว่าพรรคใหญ่ พรรคใหม่ หรือพรรคตัวแปร ที่นี่คือเวทีของทุกเสียง ร่วมประชันวิสัยทัศน์ ผู้นำทุกระดับ 8 ชั่วโมง เปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้ฟังและตัดสินใจ ก่อนกากบาท 4 เวทีครบจบในวันเดียว
ตลอดทั้งวันที่ 21 ม.ค. จะเริ่มจากเวทีเบต “แก้ไขรัฐธรรมนูญ ถกวาระเปลี่ยนโครงสร้างการเมืองไทย” เป็นเวทีแรกที่มีการถกเถียงเรื่องรัฐธรรมนูญ อย่างทางการในการเลือกครั้งนี้ โดยมีนักการเมืองที่คร่ำหวอดในทุกบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 เข้าร่วมทั้งฝ่ายที่เห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาทิ พริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาชน, จาตุรนต์ ฉายแสง พรรคเพื่อไทย, นิกร จำนง พรรคภูมิใจไทย และพรรคที่ประกาศไม่เห็นชอบ อาทิ เจษฎ์ โทณะวณิก พรรครักชาติ, วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคไทยภักดี และพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ตัวแทนจากวุฒิสภา
จากนั้นเป็นเวที “พลังพรรคตัวแปร” เป็นการดีเบตหวังชิงคะแนน สส.ระบบบัญชีรายชื่อ ส่งแคนดิเดตนายกฯ เข้าสู่สภา บนเวทีจะวัดพลังตัวแปร 8 พรรค อาทิ พรรคเศรษฐกิจ, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคโอกาสใหม่, พรรคไทยสร้างไทย, พรรคเป็นธรรม และพรรคปวงชนไทย
3 แคนดิเดตนายกฯตรึงเวที
ในช่วง 12.00-15.00 น. จะเป็นเวทีหัวใจสำคัญของ 3 พรรคใหญ่ ยืนยันส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หมายเลข 1 ขึ้นประกาศ ประชันวิสัยทัศน์ ที่จะเปลี่ยนประเทศไทย ให้พ้นปัญหาและกับดักทุกด้าน ประกอบด้วยตัวเต็ง ตัวแปร ตัวชี้ขาด ในการจัดตั้งรัฐบาล ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์
ปิดท้ายด้วยเวที “ดีเบตนโยบายครบทุกมิติ” ทั้งด้านเศรษฐกิจปากท้อง ความมั่นคง สังคมและคุณภาพชีวิต และเทคโนโลยี มีผู้สมัคร สส. เข้าร่วม 7 พรรค ประกอบด้วย วรภพ วิริยะโรจน์, เพียงพนอ บุญกล่ำ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการปฏิรูปรัฐ
พรรคเพื่อไทย ส่ง นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรค ขึ้นเวที ร่วมกับ ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค, พงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ และธีราภา ไพโรหกุล ผู้สมัคร สส.
พรรคประชาธิปัตย์ ส่ง วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรค ร่วมกับ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค และจิรวัฒน์ จังหวัด รวมทั้ง พรชัย มาระเนตร์ กรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายพรรค
ส่วนพรรคกล้าธรรม ยืนยันชื่อ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ขึ้นเวทีกับ ไชยา พรหมา ผู้สมัคร สส.หนองบัวลำภู, พรรคประชาชาติ ส่งหัวหน้าพรรคขึ้นสู้ในเวทีนี้ด้วยตัวเอง คือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
ด้านพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่ง อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค มาประชัน และพรรคพลวัต ส่งขุนพลสำคัญคือ สรยุทธ เพ็ชรตระกูล เลขาธิการพรรค
เลือกตั้ง-เลือกอนาคตเศรษฐกิจ
ในช่วง 1 สัปดาห์สุดท้ายก่อนลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า การประชันวิสัยทัศน์ชิงคะแนนด้านเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่จะตัดเชือก อนาคตเศรษฐกิจประเทศไทย บนเวทีประชาชาติธุรกิจ หัวข้อ “เลือกผู้นำ เลือกอนาคตเศรษฐกิจ” ในวันที่ 26 ม.ค. ตั้งแต่เวลา 09.30-12.00 น. โดย “เจาะลึก 5 สมรภูมิเศรษฐกิจ” ประกอบด้วย ปัญหาปากท้อง/ค่าครองชีพ-โครงสร้างราคาที่ต้องรื้อ, สงครามหนี้-จากกับดัก…สู่ทางรอด, แรงงาน/SME-ทางตันหรือทางไป และเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่-ไทยจะยืนและไปตรงไหนในโลก รวมทั้งประเด็น การค้าชายแดน-ขุมทรัพย์หน้าบ้าน
ผู้เข้าร่วมจาก 4 ขุนพลเศรษฐกิจของพรรคการเมือง ได้แก่ เผ่าภูมิ โรจนสกุล พรรคเพื่อไทย, สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ พรรคภูมิใจไทย, วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร พรรคประชาชน และวีระพงษ์ ประภา พรรคประชาธิปัตย์
บิ๊ก 4 ภท.ลุย กทม.-ภาคใต้
พรรคภูมิใจไทย ที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นแม่ทัพค่ายน้ำเงิน มีแม่เหล็กดึงคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ อย่าง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และหัวหอกทีมเศรษฐกิจ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เน้นปักหลักที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองภูมิภาคต่าง ๆ ช่วงโค้งสุดท้าย 30 ม.ค. ทีมใหญ่จะเดินสายหาเสียงภาคใต้ ภูเก็ตและพังงา ต่อด้วยเวทีนครศรีฯ และปิดท้ายปราศรัยใหญ่ กรุงเทพฯ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ธนาธร ขนพิธา ขึ้นรถแห่
สำหรับพรรคประชาชน (ปชน.) หลังจากเปิดตัว “ทีมบริหารประชาชน” The Professional 40 ชีวิต รวมถึงชุดนโยบายหากได้เป็นรัฐบาล “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 เปิดเผยว่า จะมีการจัดคาราวานที่กระจายตัวทั่วประเทศ ให้ครบ 77 จังหวัด และจะปิดปราศรัยใหญ่ ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 6 ก.พ. ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. เปิดเผยว่า กลยุทธ์หนึ่งที่ถือเป็นไฮไลต์การหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันที่ 8 ก.พ. จะดึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ขึ้นเวทีหาเสียงด้วยในพื้นที่หลายจังหวัด รวมทั้งเวทีใหญ่ปิดท้ายที่กรุงเทพฯ ซึ่งในขณะนี้นายพิธาอยู่ระหว่างช่วยหาเสียงกับคนไทยที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไว้หลายแสนคน
“จากสหรัฐอเมริกา พิธา จะออนทัวร์ไปยังยุโรปตะวันออก จากอังกฤษ ข้ามช่องแคบไปฝรั่งเศส ปิดท้ายด้วยกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี แล้วบินกลับสู่ประเทศไทย ร่วมขบวนคาราวานสีส้ม สร้างกระแสปลุกโหวตเตอร์ ขณะที่ 3 แคนดิเดตนายกฯ ณัฐพงษ์-ศิริกัญญา ตันสกุล-วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร จะแบ่งสายขึ้นเวทีดีเบต และรุกพื้นที่รายการวัยรุ่นในสื่อโซเชียลมีเดีย อันเป็นช่องทางสื่อสารถึงโหวตเตอร์คนรุ่นใหม่” ธนาธรกล่าว
พท.จัดอีเวนต์ใหญ่ 23 ม.ค.
โค้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย วางคิว “ยศชนัน-จุลพันธ์” เดินสายปราศรัยทั่วอีสาน ทั้งอีสานเหนือ-อีสานกลาง-อีสานใต้ ไล่ตั้งแต่ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และจะมีอีเวนต์ใหญ่เปิดนโยบาย ที่เป็นปัจจัยเรียกคะแนน ในวันที่ 23 ม.ค.
ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยไม่ละเลยเวทีดีเบตใหญ่ โดยยศชนันไปทุกเวที คู่ขนานกับจุลพันธ์ ชิงพื้นที่หน้าสื่อทุกแพลตฟอร์ม จนถึงช่วงโค้งสุดท้าย ร่วมช่วยผู้สมัครหาเสียงเมืองหลวงและปริมณฑล ปราศรัยใหญ่ในวันที่ 6 กพ. ซึ่งคาดว่าจะได้ที่นั่งในเมืองหลวงกลับคืนมาไม่น้อยกว่า 7-8 ที่นั่ง
ปชป.ระดมทุนสีขาว
ด้านพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ถูกจับตามองว่าจะเป็น “พรรคตัวแปร” เปิด “แผนปฏิบัติการ 90 วัน” 10 ภารกิจเร่งด่วน ทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แก้กฎหมายและกฎระเบียบ เพิ่มการบังคับใช้ กฎหมาย Super Act บรรจุโครงการที่ต้องใช้งบประมาณปี 2570 เช่น ประกันรายได้เกษตรกร จัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินแห่งชาติ และเปิดเสรีติดตั้ง Solar Cell ต่ออายุการใช้งานโรงไฟฟ้าที่หมดสัมปทาน
พรรค ปชป. จัดงานระดมทุนผู้สนับสนุนพรรค หรือระดมทุนสีขาว ในวันที่ 17 ม.ค. ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์ โดยจัดปราศรัยใหญ่ พื้นที่ภาคใต้ ที่ อ.หาดใหญ่ 2 ก.พ. และปราศรัยปิดท้ายพื้นที่ กทม. วันที่ 6 ก.พ. ที่ลานคนเมือง