นายกฯ ยืนยันไม่เคยสั่งการให้ปลด ‘หมอสุภัทร’ ชี้ฝั่งตรงข้ามหวังโยงภูมิใจไทย ยัน มท.ตรวจสอบชื่อประชาชนตลอด หลังคนร้องชื่อผีโผล่ทะเบียนบ้าน โยน ‘พิพัฒน์’ แจงปมปลุกเลือกฝ่ายรักชาติ-ไม่รักชาติ ชี้ยังไม่พบเคลื่อนไหวผิดปกติ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่าควรถอยเรื่องการปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ออกจากราชการ เพื่อไม่ให้เสียคะแนนของพรรคภูมิใจไทย ว่าไม่ได้รับรู้รับทราบอะไรเรื่องพวกนี้
นอกจากรับทราบจากทางข่าวสารและการพูดถึง ผมออกจากกระทรวงสาธารณสุขมาหลายปีแล้ว ซึ่งเมื่อคืนนี้ได้พบกับนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในงานเจ้าฟ้ามหิดล ได้สอบถามนายพัฒนาก็บอกว่าเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย ไม่มีเรื่องของการเมือง
ส่วนที่นายปริญญาบอกให้พรรคภูมิใจไทยถอย แล้วพรรคเกี่ยวอะไร ท่านเป็นอาจารย์ก็น่าจะทราบมีความรู้เรื่องกฎหมายดีตรงไหนที่ฝ่ายการเมืองทำได้ทำไม่ได้
เมื่อถามต่อว่า นายปริญญามองว่าเป็นเรื่องของรัฐบาล นายอนุทินระบุว่า รัฐบาลยิ่งไปข้องแวะข้องเกี่ยวไม่ได้ใหญ่เลย ไม่เคยไปสั่งการใด ๆ ในเรื่องของงานประจำที่ไม่ใช่นโยบาย ซึ่งนโยบายที่จะให้ปลดข้าราชการจำเพาะเจาะจงให้ไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งนโยบายที่ให้ดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือประชาชนทั่วไป อันนี้เป็นนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาลผม
ถึงใช้คำว่าปิดชื่อถือพฤติกรรม ผู้สื่อข่าวต้องอย่าลืมด้วยนะว่าตอนดำเนินแนวทางนี้มาตลอด ถึงสามารถที่จะดำเนินคดีกับทุกคนที่ทำผิดกฎหมายได้ ล่าสุดก็เรื่องของการไปจับระดับผู้บริหารของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีส่วนร่วมกับการขุดบิตคอยน์ ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร รายงานมาก็รับทราบ ใครผิดใครถูกก็ดำเนินการเต็มที่
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีห่วงหรือไม่ ว่าจะทำให้คะแนนเสียงของพรรคภูมิใจไทยลดลงกับเรื่องนี้ นายอนุทินกล่าวว่าจะไปห่วงได้อย่างไร เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย มันมีความพยายามที่จะนำไปเกี่ยวโยงมากกว่า คนที่พยายามนำไปเกี่ยวโยงก็คือฝั่งตรงกันข้ามกับพรรคภูมิใจไทย
ซึ่งพรรคภูมิใจไทยไม่ได้คุมกระทรวงสาธารณสุขมาแล้ว 2 ปีกว่า เพิ่งเข้าไปแค่ 3 เดือน ถ้าว่ากันไปแล้วการสืบสวนสอบสวนข้าราชการที่กระทำความผิดที่ต้องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ อ.ก.พ. ต้องไปดูว่าเกิดขึ้นในสมัยไหน ไม่ใช่ทำได้ภายใน 3-4 เดือน แล้วจะมาบอกว่าอยู่ดี ๆ คนนี้จะต้องไปสั่งห้ามให้เข้าหรือไม่ให้เข้า เราจะไปรู้ได้อย่างไร เราไม่รู้หรอก อย่าพยายามเอามานับญาติ หรือมาข้องแวะอะไรกับตนเลย
แม้กระทั่งผมออกมาจากกระทรวงมหาดไทย 3 เดือน ถามปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีทั้งหลายได้ว่าเคยเห็นหน้าผมหรือไม่ เคยเข้ามารายงานหรือต้องติดต่ออะไรกับผมหรือไม่ ซึ่งก็ไม่มีเลย ตอนกลับมาอีกที 3 เดือนหลังจากนั้นก็เข้ามาทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมมืออาชีพอยู่แล้วไม่ต้องห่วง
นายอนุทินยังให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการร้องเรียนชื่อบุคคลอื่นเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านในหลายพื้นที่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง การเลือกจะตรวจสอบทะเบียนราษฎรว่าต้องมีอยู่แล้ว ตอนที่กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบก็ถูกกล่าวหาว่าตรวจสอบมากเกินไป และใช้เวลานานทำให้ประชาชนเดือดร้อน
พอมีชื่อผีเข้ามาในทะเบียน ก็เรียกร้องว่าทำไมมหาดไทยไม่ตรวจสอบ ซึ่งเรามีไทม์ไลน์เรื่องนี้และมีรายชื่ออยู่แล้ว เช่น กรณีที่จะต้องจ่ายเงินเยียวยาประชาชน ต้องตรวจสอบรายชื่อ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะมี 5% ที่ตกหล่นไปบ้าง หรือประเมินความเสียหายไม่เสร็จ โดยกระทรวงมหาดไทยติดตามอยู่ตลอด
เมื่อถามว่า ชื่อผีที่เข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านคนอื่นอยู่ในช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง นายอนุทินกล่าวว่าเป็นการผูกเรื่องกันไปเองทั้งนั้น ผมทำงานในฐานะนายกฯ และ รมว.มหาดไทย แยกแยะเรื่องพวกนี้ได้ ไม่มีคำว่าเลือกตั้งหรือหาคะแนน ไม่มีคำว่าพวกเราหรือพวกเขา ผมไม่มีนับญาติ ใครเคยเห็นว่านับญาติกับใครบ้าง ไม่ว่าจะกับคนไทยหรือคนต่างชาติ เวลาทำงานตามหน้าที่
เมื่อถามว่าช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พบมีเรื่องใดที่เคลื่อนไหวผิดปกติหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าไม่มี ทุกคนทำตามหน้าที่และบทบาทของตัวเอง และการลงพื้นที่หาเสียงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ลาราชการระหว่างเดินหาเสียง พบนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ยังทักทายกันดี ซึ่งทุกคนต้องทำตามบทบาทหน้าที่กันไป เรื่องส่วนตัวไม่มีอะไร และต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน
ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิไทย ดูแลการหาเสียงภาคใต้ เชิญชวนประชาชนให้เลือกพรรคที่รักชาติ เช่น พรรคภูมิใจไทย ฝ่ายไหนที่ไม่รักชาติไม่จำเป็นต้องเลือก จะถูกทำให้มองว่าเป็นการแบ่งฝ่ายหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้ยินอย่างนั้น ให้ถามนายพิพัฒน์ที่อยู่ระหว่างไปช่วยหาเสียงในพื้นที่รับผิดชอบ จึงยังไม่ได้คุยกัน
เมื่อถามย้ำว่าจะกำชับแกนนำพรรคภูมิใจไทยให้ระวังการออกแคมเปญรณรงค์หาเสียงโค้งสุดท้ายหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกคนทราบกรอบกฎหมาย ไม่ใช่แค่การประชุมพรรค แต่ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ย้ำให้ทุกคนแยกบทบาทหน้าที่ให้ดี เพราะยังมีความเป็นรัฐมนตรีอยู่ ไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองต้องทำหน้าที่ให้ดี จนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่
ส่วนรัฐมนตรีคนไหนจะไปหาเสียงเลือกตั้งในเวลาราชการต้องลาราชการถูกต้อง ไม่ใช้ทรัพย์สินของราชการ ไม่ใช้รถประจำตำแหน่ง รถนำขบวน ไม่นำข้าราชการประจำไปเพื่ออำนวยความสะดวกหรือประสานงาน
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยจะถูกดิสเครดิตในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง นายอนุทินกล่าวว่าอยู่ที่มุมมองของแต่ละคน คิดว่าถ้าเราไม่ใช่คู่แข่งที่มีศักยภาพ เหมือนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 และ 2566 คงไม่โดนกระแสดิสเครดิต หรือต่อต้านจากฝ่ายตรงข้ามแรงขนาดนี้ เราทราบอยู่ว่ากำลังทำอะไรและต้องทำต่อไป
พร้อมยอมรับว่ามีกังวลบ้างว่า สส.จะสอบผ่าน เพราะเวลาที่ไปปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส.หาเสียง แล้วประชาชนไม่รู้จัก แสดงว่าขยันไม่จริง หรือผู้สมัครยังลงพื้นที่ไม่เต็มที่ ต้องเรียกมากำชับให้ลงพื้นที่ให้ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น