‘ยศชนัน’ ย้ำจิตวิญญาณนักวิทยาศาสตร์ไม่เคยจางหาย แม้ลงการเมือง
‘ยศชนัน’ บอกจิตวิญญาณนักวิทยาศาสตร์ไม่เคยจางหาย แม้ลงการเมือง ชี้ไม่มีใครเก่งไปทุกเรื่อง และไม่มีฮีโร่คนไหนทำสำเร็จได้โดยลำพัง
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yodchanan Wongsawat – ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ผมตัดสินใจก้าวลงสู่สนามการเมือง มีกัลยาณมิตรที่ผมเคารพหลายท่านมีความห่วงใยว่า
“ประเทศไทยอาจกำลังเสียนักวิทยาศาสตร์ดี ๆ ไปหนึ่งคน เพื่อแลกกับนักการเมือง เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน”
ผมรับฟังทุกถ้อยคำ ทุกความห่วงใย ด้วยไมตรีและน้อมรับในความปรารถนาดีครับ แต่ผมขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายถึงเจตนารมณ์จากใจว่า จิตวิญญาณความเป็นนักวิทยาศาสตร์ในตัวผม ไม่เคยจางหายไปไหน
กลับกัน มันคือเข็มทิศที่ผมใช้เดินหน้า เพราะผมเชื่อในข้อมูล เชื่อในการตั้งคำถามและค้นคว้า ที่สำคัญที่สุด ผมเชื่อว่าเมื่อข้อเท็จจริงใหม่ ๆ ปรากฏ เราต้องยืดหยุ่นและกล้าปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการตั้งโจทย์ของเรา โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งอุดมการณ์
ทุกคนทราบดีใช่ไหมครับว่าวิกฤตของประเทศเราวันนี้ ซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ไขด้วย “ความรู้สึก” หรือ “วาทกรรม” ทางรอดเดียวของเราคือการยืนอยู่บนหลักทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้เรามั่นคงไม่หลงทาง
ทั้งชีวิตในการเป็นอาจารย์ นักวิจัย และผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผมได้เห็น “เพชร” ที่ซ่อนอยู่ในตัวคนไทยมากมาย เรามีบุคลากรที่มีศักยภาพระดับโลก มีงานวิจัยดี ๆ มากมายที่พร้อมจะพลิกฟื้นชีวิตผู้คน แต่สิ่งที่เราไม่มีคือเราขาด “สะพาน”
การจะนำ “ของดี” จากห้องแล็บไปให้ถึงมือเกษตรกร ถึงโรงงาน ถึงโรงเรียน และถึงปากท้องของพี่น้องประชาชนต้องมีสะพานครับ
นักวิจัยทุกคนทราบดีว่า กว่าจะได้นวัตกรรมสักชิ้น เราต้องฝ่าฟันอุปสรรคทั้งเรื่องทุนและระบบราชการ จนสุดท้ายผลงานเหล่านั้นอาจได้รับเพียงรางวัลการวิจัย แล้วก็ไม่ได้นำมาประยุกต์ใช้จริง
ดังนั้น การเมืองสำหรับผมไม่ใช่การทิ้งหลักการวิทยาศาสตร์ แต่คือการสร้าง “สะพาน” ที่จะพาความรู้ข้ามกำแพงอุปสรรค เปลี่ยนทฤษฎีให้กลายเป็นนโยบายที่ทำได้จริง เปลี่ยนความทุกข์ยากของคนไทยให้เป็นรอยยิ้ม
โจทย์ของประเทศไทยวันนี้ยากและท้าทายเกินกว่าคนคนเดียวจะแก้ได้ครับ ไม่มีใครเก่งไปทุกเรื่อง และไม่มีฮีโร่คนไหนทำสำเร็จได้โดยลำพัง “ปัญหา” ต้องอาศัยการประสานพลังจากความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย ความแตกต่างทางความคิดไม่ใช่อุปสรรค แต่คือกลไกหนึ่งที่ทำให้เรารอบคอบมากยิ่งขึ้น
วันนี้ผมและพรรคเพื่อไทยไม่ได้มองเห็นแค่ปัญหา แต่เรามองเห็นทางที่เราจะพาประเทศไปข้างหน้า เราพร้อมเป็น “สะพาน” เพื่อเชื่อมและดึงศักยภาพของคนไทยทุกภาคส่วนมาช่วยกันพาประเทศให้ก้าวพ้นความทุกข์ยาก ไม่ว่าท่านจะมีอาชีพใด สถานะใด เราจะสร้างสะพานแห่งความหวังร่วมกันครับ มาร่วมกันเป็น “ทีมประเทศไทย” เปลี่ยนความรู้ให้เป็นความกินดีอยู่ดี เปลี่ยนความหวังให้เป็นความจริง ขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านครับ