‘อรรถกร’ เร่งแก้ไขงบแข่งกีฬาระดับนานาชาติไม่พอ หลังถูกตัดงบเหลือ 1.2 พันล้าน
อรรถกร ศิริลัทธยากร
รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา รับงบแข่งกีฬาระดับนานาชาติไม่เพียงพอส่งนักกีฬาเข้าร่วม หลังถูกตัดงบจาก 2 พันกว่าล้าน เหลือ 1.2 พันล้าน ลั่นพร้อมแก้ไขจัดงบส่งตรงถึงมือนักกีฬา โดยไม่ผ่านสมาคม หวังแก้ปัญหาได้ในระยะยาว
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า วานนี้ 2 ก.พ. 69 มีตัวแทนจากโอลิมปิกมาบอกกับผมว่ามีการตัดงบประมาณ ซึ่งผมได้เตรียมเอกสารบางส่วนเพื่อเตรียมชี้แจงต่อนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมและรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านการท่องเที่ยวและกีฬา หากต้องการสอบถามในประเด็นดังกล่าว
และวานนี้ได้มีการออกข่าว ผมจึงไม่สบายใจและเป็นผู้ใหญ่ที่ผมเคารพและทำงานร่วมกับท่านมาหลายเดือน ซึ่งท่านบอกว่ามีการตัดงบประมาณในส่วนของการสนับสนุนนักกีฬาให้ไปแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ จาก 2,000 กว่าล้านบาท เหลือ 1,200 ล้านบาท
ทั้งนี้ เอกสารที่ผมมีนั้น มีการวางแผนและมีกระบวนการขออนุมัติจากคณะกรรมการกองทุนก่อน โดยคณะกรรมการได้วางกรอบไว้ในปี 2569 ประมาณ 4,100 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้จะมี 12 แผนงาน และ 1 ในแผนงานนั้นคือ ประเด็น 1,200 ล้านบาท ในการส่งนักกีฬาไปแข่งขันกีฬาต่าง ๆ ฉะนั้นช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ที่ผ่านมามีการประชุม และขณะนั้นผมอยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และปลายเดือนกันยายน 2568 มีการตอบรับจากกระทรวงการคลังว่า เห็นชอบกับสิ่งที่คณะกรรมการได้นำเสนอไป
ดังนั้น กรอบที่ตัดออกไป ผมยืนยันว่าเท่าเดิม ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผมได้ทำงานร่วมกับผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทยมาโดยตลอด และยืนยันว่าพวกเราจำเป็นจะต้องแก้ไข แล้วต้องหาทางทำให้ประเทศไทยโดยการกีฬาแห่งประเทศไทยและกองทุนสามารถส่งนักกีฬาไปแข่งได้ด้วยจำนวนเงินที่สมเหตุสมผล ย้ำว่าไม่มีปัญหาอะไรและต้องขอบคุณโอลิมปิกที่เป็นห่วง ซึ่งทางโอลิมปิกก็เป็นหนึ่งในกรรมการในคณะที่เสนอ 1,200 ล้านบาทด้วย
ทั้งนี้ เมื่อผมเข้ามา อะไรที่สามารถแก้ไขทำให้ดีขึ้นได้ก็ยินดี นอกจากนี้ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนผมเป็นตัวแทนรองนายกรัฐมนตรีที่เป็นประธานในการประชุมบอร์ดกองทุนกีฬาในการมีความเห็นขอให้เราทำนำร่องการจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา เพราะที่ผ่านมานั้นมีปัญหามาโดยตลอด เช่น กรณีที่นักกีฬาออกมาร้องเรียนว่าเงินช้าได้เงินไม่ถึง
จึงอยากให้ดำเนินการจ่ายตรงไปที่นักกีฬาโดยไม่ผ่านสมาคม และเรามีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาไปได้ และอาจจะเป็นแนวทางที่หลายคนไม่คุ้นเคย แต่สุดท้ายแนวทางดังกล่าว เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไปได้ และขอเชิญชวนผู้บริหารโอลิมปิกมาร่วมทำงานกัน เพราะเราเชื่อว่าความโปร่งใสในการดูแลนักกีฬาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุด
นายอรรถกรเผยอีกว่า ผมทำงานตามกรอบในเอกสารที่ผมมาสานงานต่อ ซึ่งวันที่เข้ามารับในกรอบแผนงานดังกล่าวถูกอนุมัติมา 1,200 ล้านบาท แต่ความต้องการขณะนั้นขอมากว่า 10,000 ล้านบาท แต่การพิจารณาและการกลั่นกรองต่าง ๆ ที่ส่งไปยังกระทรวงการคลังอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท
เมื่อถามว่าจะเพียงพอต่อการส่งนักกีฬาไปแข่งเอเชียนเกมส์หรือไม่ นายอรรถกรกล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าหากพูดตามตรงก็อาจไม่เพียงพอ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของผมที่ยังรักษาการอยู่ที่จะหาทางทำให้ประเทศไทยสามารถส่งไปได้เพียงพอและมีความเหมาะสม