มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดเวที“The Choice เลือกตั้ง 2569 @CMU” รวม 8 พรรคการเมืองโชว์วิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจ การศึกษา ยกระดับคุณภาพชีวิต หวังครองใจคนรุ่นใหม่
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดเวทีเสวนาทางการเมือง “The Choice เลือกตั้ง 2569 @CMU” ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 อาคาร 50 ปี คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเป็นเวทีการเรียนรู้ประชาธิปไตย เปิดพื้นที่กลางให้ผู้แทนพรรคการเมืองแลกเปลี่ยนนโยบาย ตอบคำถามอย่างตรงประเด็น และสะท้อนวิสัยทัศน์ต่ออนาคตประเทศไทย ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
เวทีดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมเสวนา ประกอบด้วย 5 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และผู้แทนพรรคการเมือง รวม 8 พรรค ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับนักศึกษา บุคลากร และประชาชน โดยเน้นการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมตั้งคำถามและรับฟังแนวคิดเชิงนโยบายอย่างรอบด้าน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของสังคมอย่างสร้างสรรค์
นายภาณุวิชญ์ สายหมอก จากพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวว่า นโยบายเรือธงของพรรคคือ “ธนู 4 ดอก” มุ่งปรับโครงสร้างประเทศให้เข้มแข็ง (Strong) โดยเน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และคุณภาพชีวิต พร้อมย้ำแนวคิด “คนไทยไม่ตายฟรี และเรียนฟรีตลอดชีวิต” เพื่อพลิกโฉมประเทศไทย ทั้งนี้ นโยบายธนู 4 ดอก ประกอบด้วย การแก้หนี้เพื่อลดภาระหนี้สินประชาชน การเพิ่มรายได้ผ่านการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การปฏิรูปการศึกษาให้เรียนฟรีตลอดชีวิต และการปฏิรูประบบสาธารณสุขและความปลอดภัยพื้นฐาน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย New S Curve และการปราบปรามคอรัปชั่น
นายอลงกรณ์ พลบุตร จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคมุ่งแก้โจทย์ใหญ่ของประเทศที่เผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมสู่อนาคต โดยยึดหลักการเมืองสุจริต ใช้อำนาจรัฐอย่างโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และยึดคุณธรรมเป็นฐาน ขณะที่นโยบายด้านเศรษฐกิจจะขับเคลื่อนผ่าน Green Economy และเศรษฐกิจดิจิทัล
นายนราพัฒน์ แก้วทอง จากพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า พรรคมีจุดยืนเด็ดขาดในการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นและปัญหายาเสพติด โดยเสนอให้เพิ่มบทลงโทษขั้นสูง ขณะเดียวกัน ด้านเศรษฐกิจจะมุ่งลดต้นทุนพลังงานซึ่งเป็นต้นทุนชีวิตของประชาชน ผ่านการปรับโครงสร้างพลังงานและยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน เพื่อให้ราคาพลังงานลดลง รวมถึงดูแลผู้สูงอายุให้ได้รับเงินสนับสนุนเดือนละ 1,500 บาท
นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย จากพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า พรรคจะผลักดันเศรษฐกิจเชียงใหม่ให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้บัณฑิตจบใหม่สามารถทำงานใกล้บ้าน พร้อมเดินหน้าเมกะโปรเจ็กต์ทั่วประเทศภายใน 2 ปี และปรับเปลี่ยนโมเดลการพัฒนาประเทศ โดยตั้งเป้าปลดหนี้และเติมทุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ภายในระยะเวลา 1 ปี
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร จากพรรคประชาชน ระบุว่า การแก้ปัญหาเชียงใหม่ต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาประเทศ ทั้งปัญหาฝุ่นควันและสารพิษในแม่น้ำกก ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยมุมมองเชิงวิชาชีพ (Professional View) เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน พร้อมเสนอให้การแก้ปัญหาอยู่บนฐานข้อมูลและมี War Room ที่ชัดเจน
นางสาวกชพร เวโรจน์ หรือมาดามหยก จากพรรคก้าวอิสระ กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานจิตอาสาและพัฒนาประเทศมากว่า 28 ปี การเข้ามาทำงานทางการเมืองจะผลักดันร่างพระราชบัญญัติจิตอาสา รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดเชียงใหม่ และปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งสามารถแก้ไขได้ภายใน 90–100 วัน ด้วยมาตรการทางกฎหมายที่จริงจัง
ขณะที่ นายคริส โปตระนันท์ จากพรรคเศรษฐกิจ กล่าวว่า นโยบายสำคัญของพรรคเน้นการปราบปรามการทุจริตอย่างเด็ดขาด ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเสนอให้จัดการงบประมาณอย่างโปร่งใส ลดการทุจริตในโรงเรียน และให้เงินอุดหนุนเด็กนักเรียนจ่ายตรงถึงผู้ปกครอง
นายแพทย์ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล จากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายเรือธงของพรรคคือ “ลดรายจ่าย สร้างรายได้” พร้อมเปลี่ยนประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการผลักดันร่างพระราชบัญญัติเชียงใหม่มหานคร และร่างพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (NEC) เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ทำงานใกล้บ้าน
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่คาดหวังว่า เวที “The Choice เลือกตั้ง 2569 @CMU” จะเป็นพื้นที่การเรียนรู้ทางการเมืองที่เปิดกว้าง เป็นกลาง และส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตย ภายใต้แนวคิด “ฟังให้ครบ คิดให้รอบ ก่อนตัดสินใจเลือกอนาคตของประเทศ”