‘สุริยะ’ เคลียร์ซื้อจาก เบน สมิธ ปี 67-แจง ป.ป.ช.ครบ ปัดขนเงิน ใช้ครั้งสุดท้ายปีก่อน
แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย เคลียร์ซื้อเครื่องบินจากเบน สมิธ จริงเมื่อปี’ 67 มูลค่ากว่า 800 ล้าน แต่ถือครองสัดส่วน 30 ล้าน ชี้แจง ป.ป.ช.ครบถ้วน มองเป็นประเด็นปั่นดิสเครดิตโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง
กรณีเพจ CSI LA ออกมาเปิดเผยข้อมูลนักการเมืองไทยระดับรัฐมนตรี ชื่อย่อ big ส. ซื้อเครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G550 จากนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ “เบน สมิธ” นักธุรกิจชาวต่างชาติ ที่ถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกคำสั่งอายัดทรัพย์เกี่ยวกับคดีเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเครื่องบินลำนี้มูลค่าจริงราว 800 ล้านบาท แต่กลับแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ซื้อมาเพียง 30 ล้านบาท
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวกับ ‘ประชาชาติธุรกิจ’ ว่า ซื้อเครื่องบินจาก “เบน สมิธ” จริง มูลค่ารวมกว่า 862 ล้านบาท โดยถือครองสัดส่วนมูลค่า 30 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นของคนในครอบครัว
เขาบอกว่าซื้อเครื่องบินมาในเดือน ส.ค. ปี 2567 และใช้ทำภารกิจต่าง ๆ ในระหว่างดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม และใช้ครั้งสุดท้ายเมื่อเดือน พ.ย. 2568
รายละเอียดการถือครองทรัพย์สินส่วนนี้ ได้ยื่นแสดงต่อ ป.ป.ช.ตามระเบียบและกฎหมายทุกประการ
สุริยะย้อนความว่า ตอนนั้นอยากได้เครื่องบิน และมีการพูดคุยกับเพื่อน จนเพื่อนแนะนำว่า “เบน สมิธ” กำลังจะขาย เลยนำไปสู่การซื้อขาย เรื่องมีแค่นั้น
ประเด็นที่ถูกกล่าวว่าเครื่องบินดังกล่าวลำเลียงกระสุนทางการเมืองหรือเงินไปยังพื้นที่เป้าหมายทางภาคเหนือและภาคอีสาน ?
แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า เป็นการโจมตีและกล่าวหาทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งเพื่อทำลายความเชื่อมั่น ยืนยันไม่ใช่เรื่องจริงอย่างแน่นอน
“ผมใช้ครั้งสุดท้ายเมื่อต้นเดือน 11 ปีที่แล้ว”
สุริยะยืนยันว่ารู้จักกับ ‘เบน สมิธ’ ในฐานะผู้ซื้อ-ผู้ขายเท่านั้น ซื้อขายกันอย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาคดีความต่าง ๆ ที่ ‘เบน สมิธ’ กำลังเผชิญ
ประเด็นสำคัญในการโจมตีเชิงชี้นำ มีสาเหตุจากเรื่องการเมืองและเพราะเป็นชื่อของ ‘เบน สมิธ’
สุริยะระบุเพิ่มเติมลงรายละเอียดต่อมาด้วยว่า “ผมขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดดังนี้
1.ราคาและการเสียภาษี : เครื่องบิน Gulfstream G550 ลำดังกล่าวมีมูลค่ารวม 862,191,500 บาท โดยได้นำเข้าและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อกรมศุลกากรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา
2.การแจ้งบัญชีทรัพย์สิน : นายสุริยะถือครองทรัพย์สินในเครื่องบินลำนี้ตามสัดส่วนมูลค่า 30 ล้านบาท ซึ่งได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ครบถ้วนชัดเจนแล้ว ว่าส่วนมูลค่าที่เหลืออีกกว่า 832 ล้านบาท เป็นการถือครองโดยกลุ่มญาติพี่น้องตามสัดส่วน
3.ข่าวลือเรื่องการใช้งาน : ข้อกล่าวอ้างที่ว่ามีการใช้ลำเลียงกระสุนนั้น “ไม่เป็นความจริง” เป็นการบิดเบือนข้อมูลอย่างสิ้นเชิง เพราะครั้งสุดท้ายที่นายสุริยะใช้เครื่องบินลำนี้คือต้นเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
“ผมขอให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร และตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการบิดเบือนข้อมูลจากผู้ไม่หวังดีครับ”