เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน เผยรัฐบาลพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 ธ.ค.เป็นต้นไป รอวิป 2 ฝ่ายหาข้อสรุป
Politics อนุทิน เผยรัฐบาลพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 ธ.ค.เป็นต้นไป รอวิป 2 ฝ่ายหาข้อสรุป
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
เปิดไอเดียสีทาบ้านกำจัดฝุ่น คว้าแชมป์เวทีธุรกิจเยาวชน FSG BIZ Founders
การศึกษา เปิดไอเดียสีทาบ้านกำจัดฝุ่น คว้าแชมป์เวทีธุรกิจเยาวชน FSG BIZ Founders
ครม.อนุมัติลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 นาน 3 เดือน
Politics ครม.อนุมัติลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 นาน 3 เดือน
เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
Automotive เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Finance 5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
Biz Movement Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
Politics ‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
Real Estate ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
Politics จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
ดูทั้งหมด

เอกนิติ ย้ำต้องออก พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตพลังงานพุ่ง คาดเงินเฟ้ออาจแตะ 4-5%

11 พ.ค. 2569 | 13:33น.
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

เอกนิติชี้อาจเห็นเงินเฟ้อปีนี้ขึ้นสูงสุด 4-5% หลังราคาต้นทุนสินค้า-อาหารขึ้น จากราคาน้ำมันและเชื้อเพลิง ย้ำภาวะวิกฤตไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน ย้ำชูหลัก “5T” โปร่งใสตรวจสอบได้ เชิญประธาน กกร.เป็นกรรมการกลั่นกรองโครงการ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีพรรคประชาชน (ปชน.) ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็นว่าเงินกู้ 2 แสนล้านบาทในส่วนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งอยู่ใน พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ไม่เข้าข่ายจำเป็นเร่งด่วน หรือวิกฤตว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันว่ากำลังเผชิญกับวิกฤตที่ซับซ้อนและยังไม่สามารถคาดการณ์จุดสิ้นสุดได้

ต้นเหตุจากวิกฤตมาจากต้นทุนราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นเป็นตัวเร่งสำคัญ เนื่องจากประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูง โดยในการประชุมอาเซียนก็มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ และประเทศไทยก็อยู่ในกลุ่มที่นำเข้าพลังงาน และพึ่งพิงพลังงานจากภายนอกสูง

การพึ่งพาพลังงานสูงของประเทศไทยส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น โดยเงินเฟ้อในเดือนล่าสุดอยู่ที่ 2.9 และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น โดยสูงสุดจะขยับขึ้นไปถึง 4-5% เนื่องจากเงินเฟ้อเกิดจากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อค่าครองชีพและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 10% แล้วในขณะนี้ ซึ่งรัฐบาลต้องเตรียมการรับวิกฤตที่จะมาเป็นระลอก ๆ ในขณะนี้

เมื่อถามว่า ในเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้นได้ประสานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการใช้มาตรการทางการเงินดูแลเงินเฟ้อหรือไม่ เพราะตัวเลข 4-5% จะเกินกว่ากรอบเป้าหมายนโยบายการเงินทั้งปีที่ 1-3% นายเอกนิติกล่าวว่าตัวเลขเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปียังใกล้เคียงกับกรอบที่วางไว้ไม่เกิน 3% แต่เรื่องนี้ได้มีการหารือกับ ธปท.ในการประชุมร่วม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจอยู่แล้ว

“ต้นทางของวิกฤตมันมาจากเรื่องพลังงานก่อนใช่ไหมฮะ วิกฤตเริ่มจากวิกฤตสงคราม 2 วิกฤตพลังงาน วันนี้วิกฤตต้นทุน เห็นตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุด 2.9% ประเทศไทยเราพึ่งพาน้ำมันและก็ก๊าซธรรมชาติเยอะมาก แล้วต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ไทยเนี่ยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันซึ่งเราผลิตไม่ได้จึงต้องแก้วิกฤตเรื่องนี้”

นายเอกนิติกล่าวต่อว่า การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินในครั้งนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตที่อาจลุกลาม โดยวิกฤตครั้งนี้แตกต่างจากปี 2540 ที่เป็นวิกฤตสถาบันการเงิน หรือช่วงแผนไทยเข้มแข็งที่เป็นวิกฤตจากภายนอก แต่ครั้งนี้คือวิกฤตปากท้องและค่าครองชีพของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง

เมื่อถามว่ากรณีที่พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างมูดีส์ (Moody’s) ชื่นชมไทยว่าเศรษฐกิจดี แต่รัฐบาลจะกู้เงิน นายเอกนิติ กล่าวว่าการที่มูดีส์ชื่นชมไทย เป็นเพราะตนได้อธิบายว่าประเทศไทยมีเสถียรภาพในเรื่องเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง แต่เป็นคนละประเด็นกับปัญหาความเดือดร้อนภายในประเทศที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขจึงต้องมีการออก พ.ร.ก.เงินกู้ในครั้งนี้

สำหรับการใช้จ่ายเงินกู้นั้น รัฐบาลได้วางกรอบการทำงานภายใต้ยุทธศาสตร์ “5T” เพื่อคัดกรองโครงการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วย Targeted มุ่งเป้า เยียวยากลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง Transition การเปลี่ยนผ่าน ลดภาระประชาชนควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน เพื่อลดการพึ่งพานำเข้าในระยะยาว Transform การปฏิรูป ปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจให้ประชาชนกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิมหลังจบวิกฤต Transparency ความโปร่งใส เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยจะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเปิดเผยเกณฑ์การคัดกรองและรายละเอียดทุกโครงการต่อสาธารณะ

นอกจากนั้นยังมีเรื่อง Together การมีส่วนร่วม โดยดึงภาคเอกชนเข้าร่วม โดยเชิญประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมเป็นคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการด้วย