สุชาติ แจงปมหั่นที่ทับลาน 1.5 แสนไร่ ย้ำทำเพื่อประชาชนที่ยากไร้ ไม่ใช่ให้นายทุน
สุชาติแจงปมหั่นที่อุทยานฯ ทับลาน 1.5 แสนไร่ เป็นไปตามมติคณะกรรมการอุทยานฯ ย้ำทำเพื่อประชาชนที่ยากไร้จริง ๆ ไม่ใช่ให้นายทุนทำรีสอร์ต ชี้กลุ่มแสนกว่าไร่มีคดีอยู่ระหว่างรอพิสูจน์สิทธิ์ภายใน 6 เดือน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติมีมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน 155,865 ไร่ ว่า เรื่องนี้แยกออกมาเป็น 5 กลุ่ม โดยกลุ่มแรก 55,000 ไร่ ประกาศเป็นที่ดิน ส.ป.ก. เมื่อปี 2521 ซึ่งเราประกาศอุทยานแห่งชาติทับลานปี 2524 ดังนั้น กลุ่มนี้ต้องคืนเขาตามกฎหมาย
กลุ่มที่ 2 หมู่บ้านไทยสามัคคี ซึ่งมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2520 มอบ 8,000 กว่าไร่ให้กับผู้ที่สู้รบในช่วงการปราบปรามคอมมิวนิสต์และมีภาพถ่ายทางอากาศชัดเจนว่าอยู่ก่อนการประกาศอุทยานฯ
กลุ่มที่ 3 จำนวน 80,000 กว่าไร่ เป็นที่หมู่บ้านด้านความมั่นคงในอดีต ส่วนนี้เป็นมติ ครม. เมื่อปี 2535 แต่กลุ่มที่ 4 จำนวน 100,000 กว่าไร่ เรายังไม่ให้ถอน เพราะมีคดีในกลุ่มนี้เยอะมาก เนื่องจากอยู่นอกเขต ส.ป.ก. และนอกเขตที่ดินป่าไม้ ซึ่งจะต้องพิสูจน์ก่อนเพราะมีชาวบ้านที่อยู่ตั้งแต่ปี 2540 กว่า ๆ และมีภาพถ่ายทางอากาศ ดังนั้น ต้องพิสูจน์เป็นราย ๆ ประมาณ 5,200 ราย
และกลุ่มที่ 5 เป็นพื้นที่ราชพัสดุของหน่วยงานทหารไว้ใช้ซ้อมรบ ซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด ประมาณ 6,000 กว่าไร่ จึงต้องยกให้กับราชพัสดุเพื่อไปเช่ากับทหาร ดังนั้น เราตัดเนื้อที่ไปจริง ๆ ประมาณ 155,000 ไร่ แต่เราได้ไปเอาพื้นที่ที่เป็นป่าไม้กับพื้นที่เกือบ 90,000 ไร่ เติมกลับเข้ามาเพิ่มเติม
นายสุชาติกล่าวต่อว่า สื่อมวลชนต้องให้ความเป็นธรรมว่าประชาชนเหล่านี้ไม่ได้มีที่ดินของตัวเอง และอยู่กันแบบยากจนประมาณ 2-3 หมื่นครอบครัว อีกทั้งเรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ติดตามเรื่องนี้ และเมื่อวาน (15 มิ.ย.) ได้อยู่ในที่ประชุมด้วย จึงมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด เพื่อพิสูจน์สิทธิ์ร่วมกับส.ป.ก.ให้กับประชาชน
นายสุชาติกล่าวอีกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตกค้างมาเกือบ 50 ปี ถ้าไม่ทำวันนี้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ของกรมอุทยานฯ เข้าไปหากมีการแจ้งความ และเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุม สุดท้ายเราก็ไม่อยากจะก้าวล่วงคำพิพากษาของศาล แต่ความตั้งใจของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว เขาต่อสู้ก็มีสิทธิ์ที่จะชนะมาก และอยู่ก่อนที่จะมีการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลาน
ส่วนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่หลายคนเป็นห่วง มีการจดขึ้นทะเบียนมรดกโลกปี 2548 ซึ่งได้ชี้แจงต่อคณะกรรมการมรดกโลกแล้วว่า พื้นที่ที่มีปัญหาทั้ง 5 กลุ่มเป็นพื้นที่บับเบิ้ลโซน ซึ่งเป็นพื้นที่แนวกันชนอยู่แล้ว ซึ่งไม่เกี่ยวกับพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยืนยันว่าสิ่งที่ทำในวันนี้เป็นการปฏิบัติตามมติ ครม.ตั้งแต่ปี 2520 และ 2535
“ในส่วนของ 3 กลุ่มแรก เราต้องทำตามกฎหมายอยู่แล้ว กลุ่มที่ 5 เป็นพื้นที่ของทหารใช้ซ้อมรบ ส่วนกลุ่มที่ทุกคนเป็นห่วงคือกลุ่มที่ 4 ที่เกี่ยวกับรีสอร์ตต่าง ๆ เราจับหมดแน่นอน เพราะขณะนี้เป็นคดีอยู่ เราไม่ได้พิสูจน์สิทธิ์เพื่อให้กลุ่มทุนได้ทำรีสอร์ต แต่ต้องใช้อำนาจทางกฎหมายของกรมป่าไม้ป่า ในการนำพื้นที่ของรัฐตามเดิม
แต่เป็นพื้นที่ของ ส.ป.ก. ซึ่งผมเข้าใจที่หลายคนอาจจะดูเพียงแค่การสัมภาษณ์หรือพาดหัวข่าว ที่บอกว่าเราตัดป่าไปแสนกว่าไร่ แต่ความเป็นจริงคือเราเอากลับคืนมามากกว่า 90,000 ไร่ ซึ่งกระจายไปยังสามกลุ่มแรก ที่ต้องปฏิบัติตามมติของ ครม.“
ส่วนกรอบระยะเวลาในการพิสูจน์สิทธิ์ นายสุชาติกล่าวว่า ในกลุ่มที่ 4 ที่มีประชาชนบางท่านอยู่มาก่อนตั้งแต่ปี 2540 กว่า ๆ เราได้ให้กรมอุทยานฯ ไปพิสูจน์สิทธิ์ประมาณ 6 เดือน แต่ย้ำว่ายังไม่ใช่การยกหรือตัดให้ ส่วนกลุ่มที่ 1, 2, 3 และ 5 ที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ให้คณะคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. พร้อมทั้งมีความเห็นแนบท้ายว่าหน่วย ส.ป.ก. คณะกรรมการและหน่วยงานที่จะมีกรมป่าไม้เข้าไปร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยพิจารณาสิทธิ์ ต้องร่วมออกความเห็นออกมาเป็นรายแปลง
นายสุชาติกล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีกำชับตนว่าต้องให้ความเป็นธรรมในเรื่องของประชาชนที่ยากจนจริง ๆ และอยู่ในพื้นที่มาก่อนมีการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลาน และต้องให้ความเห็นใจกับกลุ่มอนุรักษ์หรือเอ็นจีโอด้วย ซึ่งเราเป็นเจ้าหน้าที่ต้องอยู่ตรงกลาง แต่หากไม่ทำก็จะเกิดการตกค้าง และทำไม่เสร็จสักที แต่ถือว่าโชคดีที่เราปรับปรุงแผนที่แนวที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) ที่เพิ่งทำเสร็จเมื่อเร็ว ๆ นี้ทำให้นำมาใช้พิสูจน์ได้
“ผมอยู่ตรงกลาง แต่ถ้าไม่ทำก็เห็นใจชาวบ้าน ส่วนเรื่องกฎหมายคงไม่มีใครกล้าหยิบมาทำ เพราะไม่ว่าฝั่งใดฝั่งหนึ่งก็ต้องฟ้อง แต่เมื่อเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเขาฟ้องร้องเราเราก็ต้องยอมรับ เพราะเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเองหรือครอบครัว ซึ่งผมไม่มีซักหนึ่งตารางวา แต่ผมทำเพื่อประชาชนที่ยากไร้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายกฯ“