เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เลือกผู้ว่าฯ สภาเมือง

27 มิ.ย. 2569 | 17:01น.

คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ผู้เขียน : วรศักดิ์ ประยูรศุข 

วันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. 2569 นี้ เป็นวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร, นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา อันเป็นการปกครองแบบพิเศษ ที่ให้ประชาชนเลือกผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นนั้นโดยตรง  ครั้งนี้เกิดความห่วงใยว่า ประชาชนอาจไปใช้สิทธิน้อย โดยเฉพาะในกทม. เนื่องจาก อดีตผู้ว่าฯ คือนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงสมัครอีกครั้งและมีคะแนนนิยมสูงมาก อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้ดูแค่ผลแพ้ชนะ แต่คะแนนเสียงที่มากหรือน้อย มีนัยยะและจะมีผลในการตัดสินใจเชิงบริหาร และการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ของผู้ได้รับเลือกตั้ง กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและการเมืองสำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศ 

เมื่อประชาชนได้สิทธิและโอกาสในการเลือกผู้บริหาร การใช้สิทธิและโอกาสอย่างคุ้มค่าจะมีผลต่อการบริหารและการตัดสินใจนโยบายต่าง ๆ ผ่านคะแนนเลือกตั้ง เพื่อประโยชน์ในการบริหารและเป็นแนวทางสำหรับพื้นที่อื่น ๆ ที่น่าจะต้องใช้ระบบเดียวกันในอนาคต อาทิ เมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ ในภาคเหนือและภาคใต้ 

ตัวอย่างปัญหาของเมือง เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายก้องศักดิ์ สหศักดิ์มนตรี อนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย สภาผู้บริโภค เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร มีบทบาทเชิงรุกในการสำรวจและตรวจสอบอาคารเก่าที่เสื่อมโทรม ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชน หากมองเห็นได้ชัดจากท้องถนนว่าอยู่ในสภาพเสี่ยง ควรใช้อำนาจตามกฎหมายเข้าตรวจสอบและสั่งการให้เจ้าของอาคารแก้ไข เช่นเดียวกับโครงสร้างสาธารณะที่ต้องมีการตรวจสอบสภาพอย่างสม่ำเสมอ การแก้ปัญหาอาคารเก่า ไม่ควรมองว่าทุกแห่งต้องถูกรื้อถอน เพราะหลายแห่งยังแข็งแรงและมีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมหรือประวัติศาสตร์ 

สิ่งสำคัญคือการประเมินสภาพโครงสร้างอย่างเป็นระบบก่อนตัดสินใจว่าจะรื้อถอน ฟื้นฟู หรือปรับปรุงเพื่อใช้งานต่อ ปัจจุบันมีอาคารเก่าจำนวนมากถูกปล่อยร้าง ทั้งที่ยังมีศักยภาพในการนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ หากผ่านการประเมินความมั่นคงแข็งแรงและปรับปรุงอย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยของเมืองได้โดยไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่ทั้งหมด กรุงเทพมหานครควรทำฐานข้อมูลอาคารเก่า (Building Inventory) และสำรวจอาคารทั่วเมืองอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกับกระบวนการวางผังเมืองในระดับย่านและระดับเมือง เพื่อเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data  ใช้วิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่และกำหนดแนวทางพัฒนาอย่างเป็นระบบ 

กรณีอาคารเก่า ซึ่งในช่วงฝนชุกมีข่าวการพังทลายลงมา เป็นตัวอย่างหนึ่งของการบ้านหรืองานที่องค์กรอย่าง กทม.ควรต้องเข้าไปจัดระบบ และดำเนินนโยบาย เพื่อป้องกันปัญหาอย่างทันการณ์ หรือเพื่อปรับปรุงแก้ไข ลดอันตรายได้อย่างทันการณ์ และไม่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ ยังมีอีกหลายกรณีที่รอให้ กทม.เข้าไปแก้ไข หรือดำเนินการอย่างทันท่วงที เป็นงานบริหารทุกข์ สุข ความเรียบร้อยของท้องถิ่น โดยใช้การบริหารจัดการสมัยใหม่ ทั้งวิธีคิดและเทคโนโลยี ดังที่ดำเนินการกันในเมืองหรือมหานครสมัยใหม่โดยทั่วไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์