7 ปรากฏการณ์ “อนาคตใหม่” ที่สุดทางการเมืองในรอบ 2 ปี 6 เดือน

 7 ปรากฏการณ์ “อนาคตใหม่” ที่สุดทางการเมืองในรอบ 2 ปี 6 เดือน

อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ก็จะได้ทราบชะตากรรมของ “พรรคอนาคตใหม่” ในคดีแรก

โดยศาลรัฐธรรมนูญ ที่มี นุรักษ์ มาประณีต เป็นประธาน จะออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัย กรณีที่ “ณฐพร โตประยูร” ยื่นคำร้องให้ยุบพรรค ข้อหาที่หัวหน้าพรรค – กรรมการบริหารพรรค มีการกระทำล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ชาวอนาคตใหม่เรียกว่า “คดีอิลลูมินาติ”

และยังมีอีก 1 คดี ที่ “จ่อคอหอย” รอยุบ – ไม่ยุบพรรค อยู่คือ คดีเงินกู้ 191 ล้านบาท ที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรค ให้พรรคกู้เงินไปใช้ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตีความว่าเข้าข่าย “นิติกรรมอำพราง”

สำหรับความเคลื่อนไหวของ “พรรคอนาคตใหม่” แกนนำทั้งหมดจะประจำการอยู่ที่พรรค รอฟังคำวินิจฉัยของ 9 ตุลาการ ไม่ไปปรากฏตัวที่ศาลรัฐธรรมนูญ

แม้ว่า “อนาคต” ของ “พรรคอนาคตใหม่” จ่อปากเหว แต่ต้องยอมรับว่า “พรรคส้มหวาน” พรรคนี้สร้างปรากฏการณ์ – สีสันทางการเมืองใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย นับตั้งแต่เปิดตัวพรรค 15 มี.ค.2561

จากบรรทัดนี้ไปคือ 7 ที่สุดของ “อนาคตใหม่”

 7 ปรากฏการณ์ “อนาคตใหม่” ที่สุดทางการเมืองในรอบ 2 ปี 6 เดือน

 

1.กระแสแรงที่สุด

หลังการเปิดตัว 15 มี.ค.2561 ปฏิเสธไม่ได้ว่า “พรรคอนาคตใหม่” สามารถเรียก “เรตติ้ง” จากบรรดา “ติ่ง” วัยรุ่น คนรุ่นใหม่ กระตุ้นให้ดึงโลกโซเชียลมาเป็นจุดขาย ผลิตแฮชแทคทางโซเชียลมีเดียมากมาย

Disrupt พรรคการเมืองเก่าในสารบบ ให้ปรับตัวชูแคมเปญเน้น “คนรุ่นใหม่” ตามหลังอนาคตใหม่กันเป็นแถว

อาจกล่าวได้ว่า นี่เป็น “จุดพลิก” ให้พรรคอนาคตใหม่ ทะยานได้ ส.ส.มากถึง 80 ที่นั่ง แม้เป็นการเลือกตั้งครั้งแรก

“ไกลก้อง ไวทยากร” นายทะเบียนพรรคอนาคตใหม่ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคตั้งแต่วันแรก อธิบายปรากฏการณ์ #futurista ที่กลายเป็น “จุดเปลี่ยน” ทำพรรคและเพื่อนของเขา คว้าได้ถึง 80 ที่นั่ง ว่า ความนิยมของพรรคเกิดจาก

1.ตัวบุคคลน่าสนใจ โดยเฉพาะตัวนายธนาธร หัวหน้าพรรค เป็นหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จ ยิ่งพูดยิ่งมีคนฟัง และความมุ่งมั่นของธนาธรออกมาจากอินเนอร์ ใครได้ฟังแค่ครั้งเดียวก็สนใจ

2.อุดมการณ์ ชัดเจนว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างประชาธิปไตยกับการสืบทอดอำนาจ ในส่วนที่พบ แน่นอนคนบอกว่า เศรษฐกิจไม่ดี แต่การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นการพูดอ้อมๆ ว่าไม่เอาทหาร ไม่เอาเผด็จการอีกต่อไป ไม่อยากอยู่กับเผด็จการต้องการกลับสู่เส้นทางประชาธิปไตย

ส่วนอุดมการณ์ต้านรัฐประหารกระแทกใจคนรุ่นใหม่หรือไม่…คนรุ่นใหม่อาจจะไม่บอกว่าเผด็จการหรือประชาธิปไตยล้วนๆ แต่อยากจะหลุดจากสังคมที่ตีกรอบและกดเขาไว้ ว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ ทำอย่างนี้ไม่ได้ ต้องคิดแบบนี้ ปฏิบัติตามกฎระเบียบ แน่นอนว่าคนรุ่นใหม่ บริโภคสื่อหลากหลาย ความคิดกว้างขวาง อยู่บนโลกดิจิทัลที่คนรุ่นก่อนหน้าเขา 20 ปี ก็ตามไม่ทันแล้ว

3.นโยบายที่ชัดเจน 4.กระแสโซเชียล #ฟ้ารักพ่อ มาจากเพจน้อง เป็นกลุ่มเพศหลากหลาย ซึ่งก็คือ New voter ที่อยากได้การเมืองแบบใหม่ ซึ่งกระแสฟ้ารักพ่อ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยน เพราะเป็นการ “ให้คำนิยาม” ของธนาธร ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ ทั้งการงาน สังคม ครอบครัว มีเสน่ห์ที่จะดึงดูดคนให้มาเสน่หา

“ฟ้ารักพ่อเป็นตัวเร่ง ฟ้ารักพ่อถึงจะเกิดขึ้นแต่จะไม่ผลักเราให้มาถึงจุดนี้ได้ ถ้าเราไม่ทำพื้นฐานให้ดี หรือเป็นของจริงที่มีเนื้อหานโยบาย พูดชัดเจนเรื่องอุดมการณ์ มีวิธีการทำงานในพื้นที่เครือข่ายจริง เมื่อกระแสผลักก็เหมือนคลื่นที่ผลักแล้ว ถ้าเราฝึกโต้คลื่นมาดี มีทักษะโต้คลื่นที่ดี มีกระดานโต้คลื่นที่ดี ก็ทำให้เราไปข้างหน้า อยู่บนยอดคลื่นได้นาน ส่งให้อนาคตใหม่ทะยาน”

 7 ปรากฏการณ์ “อนาคตใหม่” ที่สุดทางการเมืองในรอบ 2 ปี 6 เดือน

2.นโยบายก้าวหน้าที่สุด

ในการประกาศนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง “ธนาธร” สร้างกระแสฮือฮา คิดแคมเปญ “คนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเท่าทันโลก” ประกาศก้าวข้าม “รถไฟความเร็วสูง” แซงหน้าพรรคการเมืองอื่น ด้วยการเสนอ เทคโนโลยี “ไฮเปอร์ลูป (Hyperloop)”

“ธนาธร” กล่าวเมื่อ 14 มี.ค.2562 ก่อนเลือกตั้ง 24 มี.ค.เพียง 10 วัน ว่า “ถือเป็นหนึ่งในหลายความเป็นไปได้ที่ทำให้เรามุ่งสู่เส้นทางใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เสนอนโยบายให้สร้างไฮเปอร์ลูปทันที แต่จะเสนอนโยบายตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน และวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับไฮเปอร์ลูปทั้งหมด เพื่อเตรียมความพร้อมในการสร้างอุตสาหกรรมไฮเปอร์ลูป”

อย่างไรก็ตามหากพบว่าผลการศึกษาหรือการวิจัยพัฒนานั้นไม่สามารถทำได้จริง ก็ยังมีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกมากมายที่ได้องค์ความรู้ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่น เทคโนโลยีไฟฟ้า อวกาศ เกษตร คมนาคม ระบบการขึ้นรูปโลหะ ระบบปรับแรงดันอากาศ ฯลฯ

แต่หากเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปประสบความสำเร็จ ไทยจะเป็นประเทศที่ขยับจากผู้ตามไปเป็นผู้นำ สามารถผลิตเพื่อใช้ในประเทศและส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ได้ สามารถขยับที่ทางของประเทศไทยไปเป็นแนวหน้าของประเทศอุตสาหกรรมโลกได้ ตามแนวทาง Path-skipping Strategy และ Path-creating Strategy และนี่คือวิสัยทัศน์ของพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมประเทศไทยของพรรคอนาคตใหม่

ภายหลังการเลือกตั้ง 1 เม.ย.2562 ธนาธร – พรรคอนาคตใหม่ แม้กลายเป็นฝ่ายค้าน ไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ก็ประกาศมอบผลการศึกษา Hyperloop ให้เป็นสมบัติสาธารณะ

 7 ปรากฏการณ์ “อนาคตใหม่” ที่สุดทางการเมืองในรอบ 2 ปี 6 เดือน

3.ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อมากที่สุด

ด้วยระบบเลือกตั้งแบบ “จัดสรรปันส่วนผสม” ปฏิเสธไม่ได้ว่า “พรรคอนาคตใหม่” สามารถอาศัยกลไก จุดแข็งของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เนรมิตคะแนนเลือกตั้งทุกๆ 7 หมื่นคะแนนในระบบเขต จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน

ซึ่ง “พรรคอนาคตใหม่” ได้พลิกกระแสให้เป็นคะแนนโหวตในการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ได้ถึง 6.3 ล้านคะแนน ส่งผลต่อยอด ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคที่ได้มากถึง 50 คน มากกว่าทุกพรรคที่ลงแข่งในสนามเลือกตั้ง

เมื่อบวกกับ ส.ส.เขตที่ชนะเลือกตั้ง 30 คน ทำให้ได้ ส.ส.รวมกันถึงกัน 80 เสียง กลายเป็นพรรคอันดับ 3 บนกระดานการเมืองไทยทันที ผลักพรรคประชาธิปัตย์ – ภูมิใจไทย พรรคใหญ่ พรรคเก่าแก่ กลายเป็นพรรคขนาดกลาง อันดับ 3 และ 4 ทันที

 

4.สร้างกระแสดราม่าที่สุด

หลังนำพลพรรค #futurista เข้าสู่สภาได้สำเร็จ เกิดกระแสดราม่ากับชาว ส.ส.อนาคตใหม่ หลายเรื่อง หลายเฉด ทั้งเรื่องการแต่งกายของ ส.ส.หญิง พรรคอนาคตใหม่ ที่นัดกันสวมชุดผ้าไทยซึ่งเป็นชุดพื้นเมืองเข้าสภา ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าเวทีสภา กลายเป็นแคทวอล์ค เดินแบบ และถามถึงความเหมาะสม

กลุ่มความหลากหลายทางเพศ พรรคอนาคตใหม่ จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ นายณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ และน.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ยื่นหนังสือถึงนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาอนุญาตให้สามารถแต่งกายตามเพศวิถีได้

กระทั่ง 11 ก.ค.2562 ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ที่ประชุมได้มีการอภิปรายเกี่ยวกับการแต่งกายในสภา เนื่องจากก่อนหน้านี้มีประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์ ส.ส.หญิงพรรคอนาคตใหม่สวมชุดผ้าไทยซึ่งเป็นชุดพื้นเมืองเข้าสภา ทำให้มีข้อถกเถียงกัน จึงต้องการให้มีการออกระเบียบการแต่งกายไว้ในข้อบังคับ

เรื่องการแต่งกายของสภาผ่านมา 87 ปี ไม่มีปัญหา ใช้มาตรฐานทั่วไป แต่มีข้อบังคับข้อหนึ่งบอกว่านอกจากชุดสากล ยังอนุญาตให้ประธานสภาฯ กำหนดชุดอื่นได้ แต่ก็ไม่ต้องเคร่งครัดว่าต้องสากลทุกคน อะไรที่เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรม ประธานก็จะอะลุ่มอล่วยอยู่แล้ว แต่ขอให้เป็นเรื่องภายในหลังจากนี้ ใจของตนในฐานะที่อยู่กับข้อบังคับการประชุมมานาน ไม่อยากเห็นข้อบังคับที่ยาวเกินไป

นอกจากดราม่า “การแต่งตัว” ยังมี ดราม่าเรื่อง “พรรคแตก” เป็นประปราย อย่างกรณี ที่พรรคอนาคตใหม่ มีคำสั่งให้ผู้ดำรงตำแหน่งรักษาการกรรมการเครือข่ายเยาวชน-คนรุ่นใหม่ (New Gen Network – NGN) ยุติการปฏิบัติหน้าที่ทั้งคณะ เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการบริหารพรรคว่า ผู้ดำรงตำแหน่งรักษาการเครือข่ายเยาวชน-คนรุ่นใหม่ ใช้จ่ายงบประมาณในทางที่ไม่เหมาะสม

กระทั่งกลายเป็นเรื่องดราม่า “วิภาพรรณ วงษ์สว่าง” หรือ นานา คือ 1 ใน 26 ผู้ก่อตั้งพรรค แกนนำกลุ่ม NGN ตอบโต้เรื่องดังกล่าวในโซเชียลมีเดียจนไฟลุก

 7 ปรากฏการณ์ “อนาคตใหม่” ที่สุดทางการเมืองในรอบ 2 ปี 6 เดือน

 

5.มีคดีติดตัวเยอะที่สุด 25 คดี

ย้อนกลับไป เมื่อ 6 ต.ค.2562 “ธนาธร” กล่าวระหว่างงาน จัดกิจกรรม ”มาสิครับผมจะเล่าให้ฟัง” ว่า

“ผมเพิ่งรู้ว่าเป็นคนเลวแค่ไหนก็ตอนตั้งพรรคนี่ละ แต่ผมคิดว่าคนที่อยู่ที่นี่น่าจะเข้าใจ เพราะสิ่งที่เราพยายามทำคือการท้าทายอำนาจ และระบอบที่ไม่เป็นธรรม ฉะนั้นไม่แปลกใจที่ระบอบนี้พยายามจะล้มเรา เพราะหมายความว่าการมีเราอยู่ทำให้พวกเขาสั่นคลอน และจำเป็นต้องจัดการกับเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทุกคนดีที่เกิดขึ้นเกิดจากแรงจูงใจที่จะทำลายกันทางการเมือง มากกว่าที่จะอาผิดตามตัวบทกฎหมาย”

ผ่านมาเดือนเศษ ขณะที่บนเวที “อยู่ไม่เป็น” ที่จัดโดยอนาคตใหม่ เมื่อ 16 พ.ย.2562 “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรค กล่าวตอนหนึ่งถึงคดีความของพรรคว่ามี 25 คดี

“เรื่องเปลี่ยนไป หลัง 24 มี.ค.2562 ผลการเลือกตั้งออกมา 6.3 แสนเสียง ได้ ส.ส. 89 คน แต่โดนขโมยไปเหลือ 81 เสียง ได้แรงสนับสนุนจากคนทุกกลุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นำมาสู่คดีความ จนบัดนี้ทะลุยอด 25 คดีแล้ว หลังเลือกตั้งเร่งเหลือเกินอย่างน่าผิดสังเกต นักร้องเต็มประเทศไทย บางเรื่องอยู่ในชั้นตำรวจ อยู่ใน กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ อยู่ดีๆ มีเพจแปลกใหม่ๆ เกิดขึ้นและพูดความเท็จปนจริงทำลายล้างอนาคตใหม่”

ดังนั้น เปิดบัญชีแนบท้ายคดีสำคัญของอนาคตใหม่ ที่มีการร้องและมีความคืบหน้าของคดี อาทิ คดีที่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค ถูกแจ้งข้อหาในคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากเผยแพร่-ส่งต่อภาพ-ข้อความ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ดื่มกาแฟในราคาแก้วละ 12,000 บาท รวมเป็นยอดเงินกว่า 80,000 บาท อยู่ในชั้นอัยการ

คดีที่นายปิยบุตร แถลงข่าวหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ เป็นการดูหมิ่นศาล
คดีที่ “ธนาธร” ให้พรรคกู้ยืมเงิน 191 ล้านบาท ศาลรัฐธรรมนูญให้ส่งเอกสารชี้แจง
คดีที่ “ธนาธร” ต้องพ้นจาก ส.ส.เพราะถือหุ้นบริษัท วี- ลัคมีเดีย ซึ่งเข้าข่ายบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อ
คดีที่ “ธนาธร” และพวก โดนแจ้งข้อหาคดีอาญา กรณีการชุมนุมแฟลชม็อบ บริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน ช่วงเย็นวันที่ 14 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมา

และยังมีอีกหลายคดีที่ยังไม่มีความคืบหน้า….

“ปิยบุตร” กล่าวเพิ่มเติมนอกเวที “อยู่ไม่เป็น” ว่า “คดีของพรรคเกิน 2 หลัก จนนับไม่ถ้วน แต่ยากที่จะทำให้สังคมเข้าใจ คือ ไม่มีคดีที่สุ่มเสี่ยงถึงขั้นยุบพรรค เหตุแห่งการยุบพรรคคืออะไรต้องไปดู อยากชวนให้เปิดกฎหมายดู อย่าใช้ความเชื่อ ใช้กระแสสื่อ ที่ผ่านมาเป็นความเชื่อกับกระแสสื่อ ผมถามกลับไปหลายครั้ง ตกลงเชื่อว่าอนาคตใหม่โดนยุบเพราะพวกเราทำผิด หรือไปต่อต้านบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบัน”

“แสดงว่าคิดว่าอนาคตใหม่โดนยุบทุกคน ถ้าคิดจากอดีตใครแหลมโดนยุบ จึงอยากถามง่ายๆ ว่า อนาคตใหม่ทำผิดจริงหรือเราแหลมถึงโดนยุบ”

6.สร้างญัตติสาธารณะได้แหลมคมที่สุด

ก็เพราะวาระ “แหลมคม” ที่สุด หลังทำงานในสภาผู้แทนราษฎร คือกรณีที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 70 เสียง ลงมติโหวตไม่รับร่างกับพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ 2562 เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2562 อันเป็นไปตามมติของพรรค

นำมาสู่การปรากฏตัวของ “งูเห่า” อนาคตใหม่เป็นครั้งแรก 4 คน คือ กลุ่มที่โหวต “เห็นชอบ” คือ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่, พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ ส่วนคนที่งดออกเสียง “น.ส.ศรีนวล บุญลือ” ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่

และกลายเป็น “วิกฤต” แพแตก 10 วันถัดมา นายนิพนธ์ แจ่มจำรัส อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 2 พรรคอนาคตใหม่ พร้อมอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 30 คน และสมาชิกพรรคกว่า 90 คน ทยอยเข้ายื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง

7. มีปรากฏการณ์ “งูเห่าการเมือง” จำนวนมากที่สุด

และหลังจาก “แพแตก” ก็พัฒนามาเป็น “งูเห่า” เมื่อ 4 ส.ส.อนาคตใหม่ ประกอบด้วย น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ ถูกพรรคมีมติขับออก

บัดนี้ น.ส.กวินนาถ และ นายจารึก ไปเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท น.ส.ศรีนวล เข้าบ้านภูมิใจไทยไปเรียบร้อย ส่วน พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ก็ไปสวมเสื้อคลุมของพรรคพลังประชารัฐ

นี่คือ 7 ที่สุด พรรคอนาคตใหม่ ในรอบ 2 ปี 10 เดือน

QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ