“สมคิด-สุริยะ” โชว์พลัง 40 ส.ส. “สามมิตร” สู้ศึกซักฟอก “ถ้านายกฯ ล้ม ก็ล้มทั้งหมด”

เป็นครั้งแรกที่ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ปรากฏภาพคู่กับแกนนำสามมิตร-สี่กุมาร ในโลโก้พรรคพลังประชารัฐ

เบื้องหน้าของการนัดกินข้าว คือ การประกาศ “ฟื้น” กลุ่มสามมิตร ประกอบด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน พร้อมกับโชว์ตัว-แสดงพลัง ส.ส.ในกลุ่มสามมิตรกว่า 40 ชีวิต

เป็น “แบ็กอัพ” ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สู้ศึกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ระหว่างวันที่ 25-27 ก.พ. ก่อนจะลงมติในวันที่ 28 ก.พ.

“สมคิด” เปิดตัวในที่แจ้ง-แสดงสังกัดเป็น 1 ใน 3 แกนนำกลุ่มสามมิตร ว่า “ผมมาให้กำลังใจเท่านั้นเอง มาทานข้าวกับเขา เพราะว่าคนเราทำงานต้องมีกำลังใจ ไม่ใช่มาให้นโยบาย มาให้กำลังใจเฉย ๆ เพราะเขาต้องคิดว่าจะทำยังไงในนามของพรรค ผมไม่ได้เกี่ยวกับพรรคอยู่แล้ว ต้องถามหัวหน้าพรรค”

“ท่านนายก ฯ ตอบได้ทุกคำถามอยู่แล้ว รวมถึงเรื่องเศรษฐกิจ เมื่อท่านนายกฯตอบแล้ว หน่วยงานใด กระทรวงใดเกี่ยวข้องก็สามารถชี้แจงช่วยนายกฯ ได้อยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติ”

“ข้อมูลอยู่ในหัวท่านนายกฯอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องหยิบมาใช้ที่เป็นประเด็น กระทรวงการคลัง กระทรวงเศรษฐกิจก็ต้องเอาข้อมูลมาช่วยเพื่อชี้แจงให้เข้าใจกัน”

“ท่านนายก ฯ ไม่ได้มอบหมายให้ใครชี้แจงเป็นพิเศษ ท่านก็เตรียมตัวของท่าน แต่คนที่เกี่ยวข้องก็ควรชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะหน้าที่ของผู้บริหารสูงสุดเป็นเรื่องของนโยบาย การขับเคลื่อนเป็นเรื่องของกระทรวง เอาพอเหมาะสม ให้คนเข้าใจกัน โอเคมั้ย”

“เรื่องของการอภิปรายเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบ ฝ่ายรัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงจะได้ร่วมงานกันได้ ทำงานกันได้ในวันข้างหน้า ดังนั้น เพื่อให้เกิดความพร้อมเพรียงกลุ่ม ส.ส.ได้นัดหารือกันและแจ้งมาทางหัวหน้าพรรค”

“สุริยะ” ผู้จัดการรัฐบาลตัวจริง-เสียงจริง ประกาศ “ฟื้น” กลุ่มสามมิตร ภายหลังจากประกาศ “สลายกลุ่ม” เมื่อวันที่ 18 พ.ย.61 ขณะขนสมาชิกกลุ่มสามมิตรที่เป็นทั้งอดีต ส.ส.-อดีตรัฐมนตรี กว่า 60 ชีวิต ซบพรรค-สวมเสื้อพลังประชารัฐ

“ผมได้นัด ส.ส.ในกลุ่มสามมิตรของเรา ซึ่งเดิมได้ประกาศยกเลิกกลุ่มนี้แล้ว แต่เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวมทั้งหมด 6 ท่าน”

“ผมคิดว่ากลุ่มสามมิตรต้องเข้ามาช่วยกันระดมความคิด เพราะกลุ่มสามมิตรเอง มีประสบการณ์ทางการเมือง หลายท่านเคยผ่านการลงมติการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่แล้ว จะได้ช่วยกันหาข้อมูล เพี่อเตรียมการให้กับท่านนายกรัฐมนตรี”

“กรณีที่พรรคฝ่ายค้านบอกว่าท่านนายก ฯ ทั้งกร่าง ทั้งเถื่อน ซึ่งเราดูอยู่แล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงพรรคพลังประชารัฐเองที่ชูท่านนายกฯ เป็นนายกรัฐมนตรีของเราซึ่งได้คะแนนเสียงมามากที่สุดถึง 8.4 ล้านคะแนน พรรคเพื่อไทยได้แค่ 7.8 ล้านคะแนน ซึ่งประเด็นนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่พยายามมุ่งเน้นให้เกิดปัญหาทางการเมืองขึ้นมาได้ ซึ่ง ส.ส.กลุ่มสามมิตรจะสามารถช่วยท่านในเรื่องนี้ได้”

“อีกประเด็นที่พรรคฝ่ายค้านบอกว่าท่านนายกฯ สืบทอดอำนาจ ซึ่งประเด็นในการหาเสียง พรรคเพื่อไทยพยายามโจมตีว่า เป็นเผด็จการ จะมีการสืบทอดอำนาจ แต่ประชาชนเห็นแล้วว่า ตอนที่ท่านนายกฯทำรัฐประหาร เพราะเห็นว่าตอนนั้นสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในวิกฤต ถ้าท่านไม่ออกมาปัญหาก็ไม่จบ ประชาชนจึงเชื่อมั่นว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีทำขณะนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่พรรคฝ่ายค้านยังหยิบเรื่องนั้นขึ้นมา ผมเชื่อว่าจะไม่มีน้ำหนัก”

“วันนี้ ส.ส.สามมิตรมาวันนี้ราว ๆ 40 คน แต่ไม่เกี่ยวกับการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะเราเห็นว่าเรื่องการอภิปรายเป็นเรื่องที่ต้องช่วยนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว”


“ผมยืนยันว่า ส.ส.ของกลุ่มสามมิตรเอง ที่ได้สลายกลุ่มไปแล้ว แต่มาครั้งนี้เพื่อมาช่วยกันระดมความคิด โดยผมจะให้การบ้านไปยัง ส.ส.ในแต่ละประเด็น จะได้ไปเตรียมการเพื่อส่งข้อมูลมายังพรรค ขณะที่เสียงของพรรคร่วมก็ต้องชมเชย เพราะพรรคประชาธิปัตย์ก็ออกมาบอกว่าจะช่วยหากมีการอภิปรายนอกประเด็น”

นายสุริยะยืนยันว่า การมารวมตัวของกลุ่มสามมิตรครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนถึงความแตกแยกภายในพรรค และการมารวมตัวครั้งนี้นายอุตตมก็เข้าใจ พร้อมย้ำ ส.ส.ทุกคนในพรรคโหวตสนับสนุนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทุกคน

พร้อมระบุว่า การรวมตัวของ ส.ส.กลุ่มสามมิตร ในวันนี้ ไม่เกี่ยวกับการแสดงพลัง ในการปรับ ครม.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่การมารวมตัววันนี้ เพื่อช่วยเหลือรัฐมนตรี โดยเมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจจบลง กลุ่มสามมิตรก็จะสลายตัว

ขณะที่ “สมศักดิ์” กล่าวว่า ให้การบ้านรัฐมนตรี-ส.ส. ว่า ต้องตื่นตัวตลอดเวลา เพราะการอภิปรายมาไว้วางใจในครั้งนี้สำคัญมาก เพราะการอภิปรายนายกรัฐมนตรีต้องมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอื่น

“อย่างกระทรวงยุติธรรมมีเรื่องคนล้นคุก ยาเสพติด ซึ่งผมดูแล สั่งการ ก็ต้องเตรียมตัว ส่วน ส.ส.กระทรวงอื่นที่ทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาก็ทำการบ้าน ต้องช่วยกันดูแล สอดส่องข้อมูล หรือเป็นการซ้อมว่าจะช่วยกันอย่างไรอย่างเต็ม เพราะถ้าท่านนายกฯ พลาดพลั้งไปคนหนึ่งก็หมายความว่า ล้มไปทั้งหมด ซึ่งเราจะปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้นไม่ได้”

“ส่วนที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่เฉพาะพลังประชารัฐ แต่เป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ต้องทำการบ้านไปพร้อม ๆ กัน ถ้าเราเริ่มนำให้แต่ละพรรคได้เห็นก็ต้องตามกัน เพราะเตรียมตัวให้พร้อม ซักซ้อมกันตลอดเวลาก่อนจะถึงวันที่ 25 ก.พ.”

“ไม่ใช่การต่อรองเพื่อไม่ให้ถูกปรับออกจาก ครม. ผมอยู่กระทรวงยุติธรรมไม่ต่อรองอะไรอยู่แล้ว ใครจะต่อรองกับผม ผมก็ไม่ต่อรองด้วย เป็นเพียงการเตรียมข้อมูลต่อกัน แสดงน้ำใจกัน เพื่อเป็นจุดเริ่มต้น”

“ส่วนเนื้อหาการอภิปรายเป็นเรื่องเก่าสมัยรัฐบาล คสช.นั้น ผมก็บอกแล้วว่า ถ้าประธานสภาบรรจุญัตติเลยก็จะเป็นปัญหาและเกิดการประท้วงกันมากมาย แต่เมื่อไม่สามารถแก้ปัญหาได้ บางอย่างที่โผล่ขึ้นมาเหมือนการประท้วงจะไม่เหมาะสมเกิดขึ้นมาก็ต้องรับและเข้าใจว่าเราพยายามแล้ว เพราะเราไม่สามารถไปห้ามใครได้ 100 เปอร์เซ็นต์ในการรักษาสิทธิ์ของแต่ละฝ่าย”

ด้าน นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคกล่าวว่า เราเตรียมตัวเต็มที่ ส.ส.ของพรรคก็มาทานข้าวกัน เราก็มาให้กำลังใจกัน แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเพียงแค่ ส.ส.ในกลุ่มสามมิตร เพราะทุกกลุ่ม ทุกคนก็ มีการให้กำลังใจกัน รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาล ในการทำงานด้วยกัน ทั้งการอภิปราย และฝ่ายข้อมูล ถือเป็นกระบวนการปกติ และยืนยันว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ เพราะเราอยู่ร่วมกัน เราอยู่ด้วยกันหมด เดินมาถึงขั้นนี้แล้ว พรรคพลังประชารัฐคือหนึ่งเดียว


และต่อไปหากมีกลุ่มไหนในพรรคพลังประชารัฐจัดงานก็พร้อมจะไปร่วม เพราะสุดท้ายก็ต้องคุยร่วมกันหมด นอกจากนี้ ยืนยันว่า การรวมตัวในวันนี้ไม่ได้เป็นการแสดงพลัง เพื่อต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี หากมีการปรับ ครม.หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่การมารวมตัวในวันนี้เป็นการเตรียมการในสภา ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ