เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โรบินสันไลฟ์สไตล์ พลิกโฉมสาขาสมุทรปราการ
Business โรบินสันไลฟ์สไตล์ พลิกโฉมสาขาสมุทรปราการ
TU มั่นใจตลาดโลกยังโต ชูสหรัฐ-จีน-อินเดียมีศักยภาพ พร้อมอัพเป้ารายได้โต 4-6%
Finance TU มั่นใจตลาดโลกยังโต ชูสหรัฐ-จีน-อินเดียมีศักยภาพ พร้อมอัพเป้ารายได้โต 4-6%
“ซัมซุง” ขยายฐานลูกค้า B2B ชิงดีมานด์ค้าปลีกไซซ์ใหญ่
Business “ซัมซุง” ขยายฐานลูกค้า B2B ชิงดีมานด์ค้าปลีกไซซ์ใหญ่
ส่องสเป็ก ‘HUAWEI WATCH GT 7 Pro’ ดีไซน์ลักชูแบบไม่ตะโกน อัดแน่นฟีเจอร์สุขภาพ-ออกกำลังกาย
Tech ส่องสเป็ก ‘HUAWEI WATCH GT 7 Pro’ ดีไซน์ลักชูแบบไม่ตะโกน อัดแน่นฟีเจอร์สุขภาพ-ออกกำลังกาย
TISCO ชี้โลกเผชิญภาวะ ‘แย่งเงินทุน’ ดันดอกเบี้ยสูงยาว
Finance TISCO ชี้โลกเผชิญภาวะ ‘แย่งเงินทุน’ ดันดอกเบี้ยสูงยาว
“โกเธอร์” มุ่งเชื่อมโยง Travel-Lifestyle รับเทรนด์ใหม่ ตั้งเป้ามูลค่าการจองพุ่ง 3.7 พันล.ในปี’70
Business “โกเธอร์” มุ่งเชื่อมโยง Travel-Lifestyle รับเทรนด์ใหม่ ตั้งเป้ามูลค่าการจองพุ่ง 3.7 พันล.ในปี’70
‘10 บิ๊กอสังหาฯ’ แข่งเดือด ชิงกำลังซื้อโค้งสุดท้ายไตรมาส 3 
Real Estate ‘10 บิ๊กอสังหาฯ’ แข่งเดือด ชิงกำลังซื้อโค้งสุดท้ายไตรมาส 3 
โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โปเอเชีย 2026 เชื่อมเกษตรไทยสู่ตลาดโลก
SD โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โปเอเชีย 2026 เชื่อมเกษตรไทยสู่ตลาดโลก
ตลท.จีบ 4 บริษัทใหญ่เข้าหุ้นไทย! LINE MAN Wongnai-CJ MORE-ThaiBev-รีทเซ็นทรัล
Finance ตลท.จีบ 4 บริษัทใหญ่เข้าหุ้นไทย! LINE MAN Wongnai-CJ MORE-ThaiBev-รีทเซ็นทรัล
‘ทีเส็บ’ ยกระดับ Platform เชื่อมเครือข่ายข้อมูลอุตฯ ไมซ์ 
Business ‘ทีเส็บ’ ยกระดับ Platform เชื่อมเครือข่ายข้อมูลอุตฯ ไมซ์ 
ดูทั้งหมด

การเมืองของคนรุ่นใหม่ พลังนักศึกษาสร้างความเปลี่ยนแปลง

26 พ.ย. 2563 | 16:59น.

“ไอติม” ชี้ไทยมีรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ดึงให้ประชาชนไปข้างหลัง ด้าน “Miss Grand 2020” ยืนยัน ทุกคนต้องพูดได้โดยปราศจากความกลัว ประกาศแม้เหลือความหวังเพียง 0.1% ก็จะสู้

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2563 มีการจัดเวทีเสวนาหัวข้อ “การเมืองของคนรุ่นใหม่ : เปลี่ยนประเทศได้ด้วยตัวเรา” ซึ่งอยู่ภายในงาน “มหกรรมความยั่งยืน : THAMMASAT SUSTAINABILITY FESTIVAL AND OPEN HOUSE” ประจำปี 2563 โดยมีผู้เข้าร่วมฟังกว่า 500 คน

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม แกนนำกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศไทยและทั่วโลกใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. การเกิดขึ้นของแพลทฟอร์มต่าง ๆ ได้ทำให้คนหลายรุ่นเข้าถึงข้อมูลที่แตกต่างกันออกไปมากขึ้น คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งภายในและภายนอกประเทศที่หลากหลาย มากไปกว่าข้อมูลที่ถูกคัดกรองจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว นั่นทำให้คนรุ่นใหม่มีความคิดเป็นของตัวเอง และทำให้พวกเขาสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับคุณค่าที่เขายึดถือได้ เช่น ประชาธิปไตย เสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ฯลฯ จึงมองว่าตัวเองเป็นคนของประเทศใดประเทศหนึ่งน้อยลง แต่มองว่าตัวเองเป็นคนของโลกมากขึ้น

2. การเกิดขึ้นของโซเชียลมีเดียทำให้ประชาชนและคนรุ่นใหม่มีอำนาจมากขึ้น ตั้งแต่อำนาจในการแสดงความคิดเห็น เห็นได้จากทวิตเตอร์ที่กลายมาเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สามารถพูดคุยในเรื่องที่ตัวเองสงสัยหรือมีคำถามได้ ซึ่งความคิดเห็นเหล่านั้นยังมีอำนาจที่จะกดดันผู้มีอำนาจในสังคมได้ เช่น ปรากฏการณ์แฮชแท็กเราไม่เอาเรือดำน้ำ จนทำให้สุดท้ายรัฐบาลชะลอโครงการออกไป

นอกจากนี้ ยังทำให้ประชาชนมีอำนาจเรื่องการตรวจสอบผู้มีอำนาจได้มากขึ้น จากในอดีตที่เราต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญคนใดคนหนึ่งศึกษาหาข้อมูลในเรื่องต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบความไม่ชอบมาพากล แต่ปัจจุบันโซเชียลมีเดียช่วยให้ทุกคนที่มีความรู้แตกต่างและหลากหลาย เข้ามาช่วยกันตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว

“แต่ในประเทศไทยเหมือนเรากำลังชักคะเย่อกันอยู่ คือในขณะที่มีแพลทฟอร์มใหม่ ๆ ที่เพิ่มอำนาจให้ประชาชนและคนรุ่นใหม่ แต่เรากลับมีรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ล้าหลังและถดถอย ดึงให้เรากลับไปข้างหลัง ผมคิดว่าในการชักคะเย่อนี้ ถ้าผู้มีอำนาจไม่ยอมผ่อนปรนหรือประนีประนอม สักวันเชือกจะขาดและกลายเป็นความสูญเสีย”

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า อยากให้สังคมรับฟังและทำความเข้าใจต่อข้อเรียกร้องกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น เพราะสิ่งที่เขาเรียกร้องไม่ได้มุ่งจะเอาชนะใคร เพียงแต่ต้องการระบบที่เป็นกลางแบบหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงเท่านั้น ส่วนตัวคิดว่าพลังคนรุ่นใหม่นอกจากเปลี่ยนแปลงประเทศแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำได้คือการเปลี่ยนแปลงโรงเรียนของเรา เพราะความเหลื่อมล้ำ ปัญหาทุจริตก็มีต้นตอมาจากโรงเรียน ฉะนั้นถ้าเปลี่ยนแปลงโรงเรียนได้สำเร็จก็จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้สำเร็จ

น.ส.พัชรพร จันทรประดิษฐ์ Miss Grand Thailand 2020 กล่าวว่า ประเทศไทยทุกวันนี้เต็มไปด้วยปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมซึ่งทำให้คุณภาพชีวิตของคนในประเทศไปได้ไม่ไกล โดยความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นนั้นล้วนแต่มีพื้นฐานมาจากปัญหาคอรัปชั่น

พัชรพร จันทรประดิษฐ์

“ประชาชนเลือกตั้งเพื่อให้ได้รัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์เข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ แต่ปัจจุบันกลับพบว่าช่องว่างทางสังคมถ่างออกมากขึ้น เกิดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ มากไปกว่านั้นคือนโยบายต่าง ๆ ที่ถูกส่งออกมากลับทำให้คนกลุ่มเดียวได้ประโยชน์ เช่น โครงการคนละครึ่ง ที่คนยากคนจนหรือคนที่ไม่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีจะเข้าไม่สามารถเข้าถึงได้เลย”

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องเสรีภาพในการพูด (free of speech) ซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่คนพึงมีตั้งแต่เกิด แต่ทุกวันนี้กลับต้องพูดกันภายใต้บรรยากาศแห่งความกลัว บางคนต้องหายตัวไปอย่างลึกลับ หรือต้องเนรเทศตัวเองออกนอกประเทศเพียงเพราะการแสดงความคิดเห็น หนำซ้ำในหลายครั้ง free of speech จะถูกคนกลุ่มหนึ่งตีความว่าเป็น hate speech ซึ่งที่จริงแล้วในประเทศประชาธิปไตยต้องสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ทุกเรื่องโดยที่ปราศจากความกลัว

“ส่วนตัวคิดว่าประชาธิปไตยในประเทศไทยเป็นเพียงการอุปโลกน์ขึ้นมาเท่านั้น แต่ถึงเราจะสิ้นหวังหรือความหวังเหลือน้อยเพียงใดเราก็จะต้องสู้ เหลือเพียง 0.1% ก็จะสู้ ทุกคนต้องพูดได้โดยที่ไม่มีความกลัว ที่สำคัญคือเมื่อทุกคนมีสิทธิก็ควรจะใช้สิทธิตัวเองอย่างเต็มที่ อย่าไปกลัวสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะอนาคตยังไม่เกิด และถ้าในวันนี้ยังไม่ดี อนาคตจะดีได้อย่างไร”

ด้าน นายธนวัฒน์ จันผนึก นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มธ. ในฐานะพิธีกรกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของตัวเอง ขณะนั้นต้องการเลือกรัฐบาลหรือฝ่ายบริหารที่สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศไทยจริง ๆ จึงเริ่มรณรงค์ให้คนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ความโกรธก็เริ่มเกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มคนใดกลุ่มหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ขณะนั้นยังหวังว่าแม้ตัวแทนที่ตัวเองเลือกจะไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ยังสามารถเป็นฝ่ายค้านเพื่อถ่วงดุลการบริหารได้ แต่ปรากฏว่าเกิดการขัดแข้งขัดขา มีการยุบพรรค หรือการกระทำในลักษณะ 2 มาตรฐาน นั่นทำให้ความโกรธเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเมื่อเห็นแล้วว่าตัวแทนของตัวเองไม่สามารถเข้าไปทำหน้าที่ในสภาได้ ก็จึงออกมาต่อสู้เองด้วยการลงสู่ท้องถนน

“ถามว่ากลัวไหม หากดูจากสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยก็ต้องตอบว่ากลัว แต่เราก็ยังเป็นว่ามีคนร่วมสู้กับเราจำนวนมาก ถ้าเรากลัวการเปลี่ยนแปลงก็ไม่เกิดขึ้น”