ไอติม ขอโทษประชาชนแสนชื่อ ดันแก้รัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ ไทยไม่พ้นวิกฤต

ไอติม

“ไอติม พริษฐ์” โพสต์เฟซบุ๊ก ขอโทษดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่สำเร็จ ยันต้องการสร้างระบบการเมืองที่ควรจะเป็น

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (17 พ.ย.) รัฐสภา มีมติ 473 ต่อ 206 เสียง มีมติไม่เห็นชอบรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ. … ที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำกลุ่มรีโซลูชั่น และประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จำนวน 135,247 คน เป็นผู้เสนอ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา

ล่าสุด นายพริษฐ์โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ พริษฐ์ วัชรสินธุ – ไอติม – Parit Wacharasindhu ขอบคุณและขอโทษกับประชาชนที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมกับชี้แจงเหตุผลของการเสนอร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวว่า เป็นความต้องการสร้างระบบการเมืองที่ “ควร” จะเป็น โดยข้อความระบุว่า

ผมขอใช้พื้นที่นี้ ขอบคุณและขอโทษจากใจจริงอีกครั้ง ต่อประชาชน 135,247 คน ที่ร่วมเดินทางกับเราในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ #รื้อระบอบประยุทธ์ และหลายคนที่ติดตามการอภิปรายและคาดหวังอยากให้ร่างฉบับนี้ผ่าน

ตลอด 16 ชั่วโมงของกระบวนการชี้แจงในรัฐสภา เราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อโน้มน้าวให้สมาชิกรัฐสภาเห็นชอบในการนำร่างนี้ไปสู่ประชามติกับคนไทย 60 กว่าล้านคนทั่วประเทศ

แต่ต้องยอมรับว่า ภารกิจนี้ยังไม่สำเร็จ

ผมยังยืนยันว่า ทุกข้อเสนอในร่าง ไม่ได้เป็นข้อเสนอที่สุดโต่ง และไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เพียงแต่ต้องการสร้างระบบการเมืองที่ “ควร” จะเป็น กล่าวคือ

ค. คืนศักดิ์ศรีแก่สถาบันทางการเมือง ให้กลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชน เพราะการรักษาศรัทธาในสถาบันทางการเมืองใดๆ ก็ตาม ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการหยุดอยู่กับที่ แต่จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อสถาบันนั้นก้าวเดินไปพร้อมกับเข็มนาฬิกาที่หมุนไปตามความต้องการของประชาชน

ว. ไว้ใจประชาชน ให้เขามีสิทธิเลือกผู้นำของตนเอง โดยไม่ต้องมี ส.ว. 250 คนมาร่วมเลือกด้วย ไว้วางใจให้เขาเลือกนโยบายที่แต่ละพรรคการเมืองมานำเสนอกับเขาได้อย่างเสรี โดยไม่ต้องกังวลว่าเลือกไปแล้วก็ทำให้เป็นจริงไม่ได้ เพราะมียุทธศาสตร์ชาติที่ล็อกไว้แล้วล่วงหน้า 20 ปี และไว้วางใจประชาชน ให้เขาแก้ทุกวิกฤตทางการเมืองกันเองผ่านกลไกรัฐสภา โดยไม่ต้องให้ทหารเข้ามายึดอำนาจและอ้างว่าเพื่อจะมาแก้ปัญหาให้พวกเขา

Advertisement

ร. ระบบที่เป็นกลาง ที่

  • ทุกคน ไม่ว่าจะเกิดมาเป็นใคร มี 1 สิทธิ 1 เสียงเท่าเทียมกันในการกำหนดทิศทางและอนาคตของประเทศ
  • ทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าจะฝักใฝ่อุดมการณ์ทางการเมืองแบบไหน มีโอกาสเท่าเทียมกันในการแข่งขันเพื่อเข้ามาบริหารประเทศ
  • ทุกคน ไม่ว่าจะมีอำนาจมากน้อยแค่ไหน ถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นโดยศาลและองค์กรอิสระที่เป็นกลางจริง
  • ทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นใครในประเทศนี้ อยู่ภายใต้การบังคับใช้ของกฎหมายทุกฉบับตั้งแต่รัฐธรรมนูญยันพระราชบัญญัติ ด้วยมาตรฐานเดียวกัน

การแก้รัฐธรรมนูญยังต้องเดินหน้าต่อไป และผมเชื่อว่าตราบใดที่รัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งมีปัญหาทั้งที่มา กระบวนการ และเนื้อหา ยังไม่ได้รับการแก้ไขในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการสืบทอดอำนาจและกติกาที่ไม่เป็นธรรม ประเทศไทยก็จะไม่สามารถออกจากวิกฤติทางการเมืองในรอบนี้ได้