วิโรจน์ พรรคก้าวไกล ชิงผู้ว่าฯ กทม. ประกาศรื้อสัญญารถไฟฟ้า เปิดโปงส่วยใต้ดิน

อดิศรประกาศลงสมัครผู้ว่ากทม.ในนามพรรคก้าวไกล

ก้าวไกลเข็นวิโรจน์ชิงผู้ว่าฯกทม.ประกาศชนทุกปัญหา ทั้งนายทุน ตำรวจ ถึงรัฐมนตรีแก้ปัญหารถไฟฟ้าแพง เปิดโปงสัญญาสายสีเขียว หมดเวลากระสอบทรายรายปี ให้ทุกคนขึ้นรถไฟฟ้าได้

วันที่ 23 มกราคม 2565 ที่อาคารอนาคตใหม่ รามคำแหง 42 พรรคก้าวไกลจัดงานเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของพรรค ทั้งนี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวตอนหนึ่งว่า ผู้ว่าฯกทม.ที่เชื่อได้สนิทใจ คือ ผู้ว่าฯที่ไม่คลอนแคลนไปไหนเมื่อเจอปัญหา พร้อมประสานงานกับทุกภาคส่วน ถ้าประสานงานไม่ได้ เขาก็พร้อมชนเพื่อประชาชน

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ใช้เวลา 1 ปีเต็มในการพูดคุยกับคนที่มีศักยภาพ มีชื่อเสียง หาคนที่มาเป็นผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคก้าวไกล แต่ในที่สุดแล้วเมื่อได้คุยกับคนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ไม่มีคนไหนมีดีเอ็นเอก้าวไกลชัดที่สุด เอาผลประโยชน์ของคนกรุงเทพฯเป็นที่ตั้ง วันนี้ตัดสินใจครั้งสำคัญ เอาเสาหลักในสภามาปักลงกลาง กทม.ทำงานเพื่อประชาชน คือ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ตนจะเสียดายมากกว่าถ้าไม่เอาเพื่อนคนนี้มาเป็นผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม.

ปราบส่วย

จากนั้นนายวิโรจน์กล่าวว่า ตนต้องพูดถึงประโยคหนึ่งที่บอกว่าหมดเวลาซุกปัญหาไว้ใต้พรม พร้อมชนเพื่อคนกรุงเทพฯ มีการถามว่าทำไมเรื่องส่วยใน กทม.จะให้ประสานอย่างไร ตนบอกว่าต้องชนและกำจัดอย่างเดียว ทุกคนรู้ดีว่าส่วยใน กทม.มีอยู่จริง ทุกคนรู้ดีว่าเป็นปรสิตกัดกินบ่อนทำลายอนาคต กทม. และทุกคนรู้แก่ใจว่ากำจัดส่วยไปได้ หลายมิติจะดีขึ้นเอง ผู้ประกอบการเล็ก ๆ ถูกกัดกินผู้ประกอบการอสังหารู้ดี ใบประกอบ 48 รายการต้องจ่ายหลักหมื่น หลักแสน ไม่ใช่น้อย ๆ

ส่วยใต้ดินมีขั้นต่ำสุด 5 พันล้าน สูงสุด 1.5 หมื่นล้าน งบฯ กทม.ปีหนึ่ง 1 แสนล้าน ส่วยของ กทม.จึงมีมากถึง 15% ทุกวันนี้การใช้ชีวิต กทม.ค่าครองชีพก็แพงอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าคุ้มครองชีพให้กับผู้ใดอีก นี่คือเรื่องที่เราต้องชน และไม่ต้องห่วงว่าตนจะทำงานกับข้ารชาการไม่ได้ เพราะข้าราชการที่ดีมีมากกว่า 90% เขาต้องการทำงานกับผู้ว่าฯตรงไปตรงมา

“ผู้ว่าฯ กทม.ต้องกล้าประกาศให้ชัดว่าต้องไม่มีการรีดไถใน กทม.อีกต่อไป กรุงเทพฯต้องหยุดไถทันที และถ้าใครมีหลักฐานให้ส่งมา ผมจะลากคอมันมาลงโทษให้ดู”

พร้อมชน สธ.

นายวิโรจน์กล่าวว่า เรื่องที่ 2 ระบบราชการส่วนกลาง และระบบที่ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด เช่น โควิด-19 ทำให้รู้ว่า กทม.ไม่ได้ขาดแคลนหมอที่เก่ง ไม่ได้ขาดแคลนโรงเรียนแพทย์ แต่ขาดแคลนระบบที่ดี ทุกคนจำโครงการจองคิวฉีดวัคซีนของ กทม.ได้หรือไม่ ไทยร่วมใจเป็นโครงการที่ดี มีการประสานกับร้านสะดวกซื้อ สุดท้ายวัคซีนไม่มาตามแผน คน กทม.เสียโอกาสในการปกป้องชีวิตตนเอง คนที่เรารัก ผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับได้หรือ ถ้าผู้ว่าฯยอมรับได้ทำให้คน กทม.ลำบากตามยถากรรม เสียชีวิตอย่างไม่ควรจะตาย ผู้ว่าฯ กทม.ยอมรับระบบส่วนกลางที่เละตุ้มเป๊ะอย่างนั้นหรือ

ถ้าผู้ว่าฯชื่อวิโรจน์ ผู้ว่าฯคนนี้ต้องพร้อมชนกับ รมว.สาธารณสุข จะเรียกว่าพร้อมชนไม่ถูก เพราะผมชนมาแล้ว ไม่เห็นต้องกลัวอะไร ไม่ได้ชนส่วนตัว แต่ปกป้องชีวิตของประชาชน นี่คือพื้นฐานที่สุดของการเป็นผู้ว่าฯ กทม. ถ้าปกป้องชีวิตคนกรุงเทพฯไม่ได้จะเป็นผู้ว่าฯทำไม

แก้ปัญหาน้ำท่วม

นายวิโรจน์กล่าวว่า ทางเท้าตนเห็นหลายคนพูดเรื่องการออกแบบ การก่อสร้างให้คงทนถาวร แท้ที่จริงคน กทม.เจอปัญหากับนักขุดที่มาจากหลายหน่วยงาน ถ้าแก้ปัญหานักขุดไม่ได้ สุดท้ายก็ถูกขุดจนเละตุ้มเป๊ะเหมือนเดิม เช่น ขุดท่อประปา เอาสายไฟลงดิน ทำนู่นทำนี่

การขุดเพื่อสาธารณูปโภคเพื่อคน กทม.ทำได้ แต่ต้องคืนในสภาพที่ดี ถ้าทำไม่ได้ผู้ว่าฯ ต้องกล้าปรับ ถ้าเมื่อไหร่ที่ผู้ว่าฯรับสภาพได้ เท่ากับบอกว่าคน กทม.อยู่ร่วมกับมันให้ได้ ซึ่งไม่ใช่ตน สายไฟระโยงระยางก็เหมือนกัน ต้องจัดเก็บให้ดี ถ้าทำไม่ได้ต้องปรับ

น้ำท่วมของชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีปัญหามาจากน้ำทะเลหนุนสูง น้ำท่วม และท่วมที่เดิมทุกปี กทม.ก็ขยันเอากระสอบทรายมาเรียงให้ทุกปี คำถาม อำนาจไม่ได้อยู่ที่ กทม. แต่อำนาจอยู่ที่กรมเจ้าท่า แต่ผู้ว่าฯไม่พร้อมคุยกับหน่วยงานอื่น หรือพอกันทีกับการแก้ปัญหากระสอบทรายรายปีแบบนี้

ลุยอาชญากรรม-อุบัติเหตุ

ปัญหาอาชญากรรมต้องคุยกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล การอยู่ใน กทม.ทุกวันนี้ อยู่ในคอนโดฯยังไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยเลย รวม ๆ แล้วทุก ๆ 1 ชั่วโมง กทม.เมืองฟ้าอมรจะมีคดีอาญาเกิดขึ้นอย่างน้อย 1 คดี สะพานลอยเป็นจุดเสี่ยงของการก่ออาชญากรรม ป้ายรถเมล์ที่มักไปส่งเพื่อน ป้ายรถเมล์ก็เป็นจุดเสี่ยง ไม่ใช่เรื่องปกติที่เราจะคอยบอกเพื่อนว่า ถ้าถึงบ้านแล้วให้ไลน์มาบอกด้วย

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับคนเดินถนน ปีหนึ่งเกิด 800 คดี ที่น่าหดหู่ใจที่สุดมีคนถูกรถชนบนทางม้าลายจนเสียชีวิต สิ่งที่ผู้ว่าฯ กทม.ทำได้ทันที ปรับปรุงทางข้าม 4 พันแห่งทั่ว กทม. ติดสัญญาณไฟคนข้าม ติดกล้อง CCTV ติดกล้องจับความเร็ว และไปคุยกับกองบังคับการตำรวจจราจร คนขับรถต้องให้สิทธิคนข้ามทางม้าลายก่อน คนขับรถมีหน้าที่ชะลอ จะบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ไม่ได้ ปล่อยคนตายบนทางม้าลายใน กทม.ไม่ได้

ถ้าบอกว่าไม่ใช่อำนาจ แล้วไม่ทำอะไร นี่ไม่ใช่ผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคก้าวไกล ถ้าประสานแล้วไม่คืบหน้า เราต้องตาม ตามไม่ได้ก็ต้องจี้ ถ้าทำไม่ดีก็ต้องตามให้เขากลับมาทำใหม่ ทุกครั้งที่ผู้ว่าฯยอม เท่ากับลอยแพคนกรุงเทพฯ ผู้ว่าฯวิโรจน์ไม่ได้ทำแบบนั้น



ชนกับนายทุน

เรื่องที่ 3 คือชนกับนายทุน ผู้ว่าฯ กทม.ต้องพร้อมเป็นกันชนเพื่อปกป้องผลประโยชน์คนกรุงเทพฯ ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกสูบเลือด สูบเนื้อจากนายทุน เช่น ค่ารถไฟฟ้าแพง ทุกคนรู้ดีว่าแพงกว่าสิงคโปร์ ฮ่องกง เพราะอยากได้การเดินทางที่ดี ทุกคนก็รู้ว่าที่แพงเพราะเกี่ยวข้องกับสัญญาสัมปทานมากกว่า 10 ฉบับ และรถไฟฟ้าที่อยู่ในมือของผู้ว่าฯ มีเพียงเส้นเดียว คือ สายสีเขียว และต้องว่าจ้างเดินรถเป็นหนี้ 3.7 หมื่นล้าน

แล้วคน กทม.ขึ้นรถไฟฟ้าได้อย่างเท่าเทียมกันก็ว่าไปอย่าง แต่คน กทม.ขึ้นรถไฟฟ้าทุกคนไม่ได้ มีประโยชน์อะไรที่ กทม.จะติดอันดับโลกว่ามีระบบรางยาวเป็นอันดับ 3 ของโลก แต่ตาสีตาสาขึ้นไม่ได้ คนกรุงเทพฯ ไม่ต้องการผู้ว่าฯ ที่สร้างรถไฟฟ้า แต่ต้องการผู้ว่าฯ ที่ทำให้ทุกคนขึ้นรถไฟฟ้าได้ต่างหาก

รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายเป็นสัญญาลึกลับดำมืดที่ไม่มีใครรู้ แต่ผู้ว่าฯวิโรจน์เปิดเผยทันที ตราบใดที่สัญญาไม่ถูกเปิด ไปเจรจาอะไรกันไว้ ปัญหาเหล่านี้แก้ไม่ได้เลย นี่คือสิ่งที่ผู้ว่าฯต้องกล้าทำ หลังจากนั้น ผู้ว่าฯต้องพร้อมเป็นหัวหอกในการผลักดันให้เกิดตั๋วร่วม จะสำเร็จหรือเปล่า เจอตอ ติดอะไรที่ไหน ไม่รู้ แต่ต้องไม่ติดที่ผู้ว่าฯ ใส่เกียร์ว่าง มองไม่เห็นปัญหาเพราะนายทุนเอาเงินมาปิดปาก

แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยแพง

นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า เรื่องที่พักอาศัยต้องตั้งคำถามว่า คน กทม.ทุกวันนี้มีมากน้อยแค่ไหนที่ผ่อนบ้าน คอนโดฯใน กทม.ได้ เรากำลังถูกราคาที่พักอาศัยแพงลิบลิ่วไล่ออกจาก กทม.โดยไม่รู้ตัว แล้วจะมีนายทุนไปกว้านซื้อที่ดินใจกลาง กทม.มาทำห้าง ทำคอนโดฯขายให้คนต่างชาติ ถ้าผู้ว่าฯชื่อวิโรจน์กลไกผังเมืองทั้งหมดจะถูกใช้เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยในราคาที่คน กทม.จ่ายไหว ควบคู่กับการพัฒนาเมืองด้วย

ผู้ว่าฯต้องส่งข้อจำกัดนั้นให้อำนาจนิติบัญญัติ เพิ่มอำนาจให้ผู้ว่าฯ ให้ดูแลคุณภาพชีวิตคน กทม.ได้ดีกว่านี้ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ผู้ว่าฯ กทม.ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องมี ส.ส.ที่กล้าหาญอย่างพรรคก้าวไกลในสภาทำงานสอดประสานกัน ทำงานเป็นทีม นี่คือ 3 สิ่งที่ต้องชน

นายวิโรจน์กล่าวว่า ส่วนเรื่องการศึกษาในประเทศมีโรงเรียนนานาชาติถึง 118 แห่งครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศ แต่ถ้าไม่มีเงินก็ต้องกัดฟันจ่าย อย่างน้อยต้องเรียนโรงเรียนเอกชน หรือไปโรงเรียนที่ไกล ๆ เรื่องนี้เลี่ยงไม่ได้ แต่ผลจากการประเมินนานาชาติ โรงเรียน กทม.ทักษะการอ่านต่ำกว่าค่าเฉลี่ยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ่อแม่จึงจำเป็นต้องจ่าย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ