เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ประยุทธ์เยือนซาอุดีอาระเบีย กต. ยันไม่กะทันหัน แจงไทม์ไลน์ละเอียด

28 ม.ค. 2565 | 10:27น.
กต. แจงนายกเยือนไทยไม่กะทันหัน

กระทรวงต่างประเทศ แจงข้อเท็จจริง การเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียของ “ประยุทธ์” เพื่อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย 

วันที่ 28 มกราคม 2565 นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงต่อกรณีที่มีคำวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า การเยือนซาอุดีอาระเบียครั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมการเยือนซาอุดีอาระเบียมาเป็นระยะเวลาพอสมควร ไม่ใช่เป็นการเยือนที่เกิดขึ้นโดยกะทันหัน การปรับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียเป็นวาระสำคัญของรัฐบาลชุดต่าง ๆ ที่ผ่านมา

และเริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายหลังการพบหารือ 3 ฝ่าย ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับนายกรัฐมนตรีบาห์เรน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียในขณะนั้น ในช่วงการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (ACD) ครั้งที่ 2 เมื่อเดือนตุลาคม 2559 ที่กรุงเทพฯ

หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายได้หารือกันต่อเนื่อง เช่น การพบกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย ในช่วงการประชุมผู้นำจี 20 ที่นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 และการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตามคำเชิญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อเดือนมกราคม 2563
นายธานีกล่าวว่า

ล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้เดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้แทนพระองค์สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจสำคัญ รวมถึงเป็นผู้แทนในการพบหารือกับผู้นำประเทศต่าง ๆ อาทิ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทนำในการบริหารประเทศอย่างแท้จริง

โดยนายกรัฐมนตรีได้รับการต้อนรับจากเจ้าชายมุฮัมมัดอย่างสมเกียรติ และเห็นชอบการปรับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียให้เป็นปกติ ซึ่งจะมีการดำเนินการสำคัญที่ตามมาคือการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตของทั้งสองประเทศ และการวางแนวทางความร่วมมือในสาขาต่างๆ ต่อไป

การปรับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียให้เป็นปกติ จะสร้างประโยชน์ให้ไทยในทุกด้าน โดยเฉพาะผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยกลุ่มธุรกิจไทยจะเข้าถึงตลาดซาอุดีอาระเบียซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศอาหรับ และเป็นตลาดการลงทุนสำคัญของไทย การสร้างโอกาสให้กลุ่มธุรกิจอาหารฮาลาลของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงกุ้งที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหารของไทยด้วย

นอกจากนี้ ยังทำให้แรงงานฝีมือและแรงงานเฉพาะทางของไทย สามารถกลับเข้าไปทำงานในซาอุดีอาระเบียได้ ซึ่งซาอุดีอาระเบียมีความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ จำนวนมากในขณะนี้ ในอดีตเคยมีแรงงานไทยในซาอุดีอาระเบียกว่า 300,000 คน และสร้างรายได้ส่งไทยมากกว่า 9,000 ล้านบาทต่อปี

ส่วนด้านการท่องเที่ยว คาดว่าจะมีชาวซาอุดีอาระเบียเดินทางมาท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่าหลังการปรับความสัมพันธ์ และสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 5,000 ล้านบาท ซึ่งชาวซาอุดีอาระเบียมีศักยภาพสูงในแง่การจับจ่ายใช้สอย และเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะส่งเสริมไทยในด้านเมดิคัล ฮับ

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ปัจจุบันซาอุดีอาระเบียมีความเปลี่ยนแปลงและเปิดกว้างทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีนัยสำคัญ โดยรัฐบาลซาอุดีอาระเบียมีนโยบายการค้าเสรี กอปรกับการดำเนินนโยบายสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจภายใต้วิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย 2030 ยิ่งเพิ่มโอกาสสำหรับภาคธุรกิจของไทย

นอกจากนี้ ซาอุดีอาระเบียยังสามารถเป็นตัวเชื่อมประเทศไทยเข้ากับกลุ่มประเทศมุสลิมอื่นๆ การปรับความสัมพันธ์ในครั้งนี้จึงมีแต่ผลดีทั้งต่อทั้งประชาชนของไทยและซาอุดีอาระเบีย โดยไม่มีผลในเชิงลบแต่อย่างใด