เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

ย้อนรอย 25 ปี เทเลนอร์เอเชีย ในไทย: จากการเชื่อมต่อผู้คน สู่การสร้างรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล

25 ส.ค. 2568 | 17:00น.

ย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว การมีโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยยังถือเป็นของฟุ่มเฟือย ด้วยค่าโทรที่แพง เครือข่ายครอบคลุมพื้นที่จำกัด พร้อมทั้งมีอุปสรรคมากมายสำหรับผู้ที่อยู่นอกเขตเมืองใหญ่ จึงเป็นช่วงเวลาที่การเชื่อมต่อยังไม่ทั่วถึงและการมีส่วนร่วมในโลกดิจิทัลเป็นสิ่งที่มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้

ปัจจุบัน ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเชื่อมต่อสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และอัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือที่อยู่ในระดับสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค ส่งผลให้สมาร์ตโฟนกลายเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ในการทำงาน การเรียนรู้ การดำเนินธุรกิจ และชีวิตประจำวันของคนไทยนับล้านคน

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากการพัฒนาเครือข่ายการเชื่อมต่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า และการส่งเสริมความรู้และทักษะด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เล่นหลักอย่าง เทเลนอร์เอเชีย ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม

ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เทเลนอร์ ได้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญของประเทศ ผ่านการลงทุนในดีแทคและทรู คอร์ปอเรชั่น ตั้งแต่ยุคเครือข่าย 2G สู่การพัฒนาและการยอมรับเทคโนโลยี 3G, 4G และ 5G การเปลี่ยนแปลงนี้ได้วางรากฐานให้กับเศรษฐกิจแบบ Mobile-First ที่ช่วยให้คนไทยจำนวนมากเข้าถึงเทคโนโลยีมือถือ และเร่งการก้าวเข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

จากคลื่นสัญญาณแรก สู่เครือข่ายขับเคลื่อนประเทศ

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การเชื่อมต่อผ่านมือถือของคนไทยเข้าถึงได้มากขึ้นในราคาที่เหมาะสม คือการที่ เทเลนอร์ เข้าซื้อหุ้นในดีแทคเมื่อปี 2543 ซึ่งในขณะนั้น อัตราการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือของคนไทยอยู่เพียง 22% เท่านั้น จากจุดเริ่มต้นนี้ บริษัทได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากการเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย สู่การเป็นผู้นำในการเร่งเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่สังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างเต็มรูปแบบ

ดีแทคได้นำเสนอแนวคิด “Mobile for All” (มือถือเพื่อทุกคน) เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการสื่อสารได้อย่างเท่าเทียม โดยเริ่มจากการเปิดตัวซิมแบบเติมเงิน (prepaid SIM card) ในราคาย่อมเยา และเปลี่ยนรูปแบบการคิดค่าบริการจากรายนาทีเป็นรายวินาที ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้คนไทยนับล้าน โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มีโอกาสใช้โทรศัพท์มือถือเป็นครั้งแรกในชีวิต

จากนั้น เทเลนอร์ ยังคงเดินหน้าวางรากฐานบริการโทรคมนาคมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนให้ดีแทคเติบโตขึ้นเป็นแบรนด์ระดับประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Internet for All” (อินเทอร์เน็ตเพื่อทุกคน) ซึ่งมุ่งมั่นไม่เพียงแค่ให้ประชาชนเข้าถึงการเชื่อมต่อเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการเข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าเทียมในทุกกลุ่มของสังคมไทยอีกด้วย

เริ่มต้นจากการขยายพื้นที่ให้บริการเครือข่าย 3G ทั่วประเทศ ควบคู่กับข้อเสนอแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตในราคาที่เข้าถึงได้ในราคาประหยัด โดยจากข้อมูลของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในปี 2559 พบว่าประเทศไทยมีหมู่บ้านเกือบ 75,000 หมู่บ้าน แต่กว่า 40% ยังขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่เพียงพอ และราว 7% หรือประมาณ 5,000 หมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือหรืออินเทอร์เน็ต

นี่คือจุดเริ่มต้นของยุคแห่งการเชื่อมต่อรูปแบบใหม่ ที่ไม่เพียงเปลี่ยนวิธีการสื่อสารของผู้คนเท่านั้น แต่ยังเปิดประตูสู่โอกาสที่กว้างขวางขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโอกาสด้านการงาน การศึกษา หรือบริการสำคัญต่าง ๆ ในเศรษฐกิจดิจิทัล

ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลและสร้างสังคมที่ปลอดภัย

​เมื่ออินเทอร์เน็ตบนมือถือเริ่มเข้าถึงได้ทั่วถึงในประเทศไทย นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าถึงดิจิทัลอย่างแท้จริง เกษตรกรในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ สามารถตรวจสอบพยากรณ์อากาศแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันมือถือเป็นครั้งแรก ช่วยให้การวางแผนเพาะปลูกมีความแม่นยำมากขึ้น ขณะเดียวกัน ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เริ่มหันมาขายสินค้าและโปรโมตบริการผ่านช่องทางออนไลน์ ลดการพึ่งพาหน้าร้านและเงินลงทุนก้อนใหญ่

แม้ตัวอย่างข้างต้นอาจดูเป็นเรื่องปกติในวันนี้ แต่ในเวลานั้นถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ความสำคัญของการเชื่อมต่อยิ่งชัดเจน เมื่อการเรียนออนไลน์กลายเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงหลักสูตรการศึกษาที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับโรงเรียนในเมืองได้ เพียงแค่มีสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต สะท้อนให้เห็นว่า ‘การเชื่อมต่อ’ ไม่ได้แค่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้คน แต่ยังมีบทบาทในการลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสอย่างแท้จริง

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงช่วยให้การทำงานทางไกลมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และแรงงานดิจิทัล ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับบริษัทในกรุงเทพฯ หรือแม้แต่ในต่างประเทศได้แบบเรียลไทม์ ขณะเดียวกัน ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในประเทศไทย ซึ่ง Tellscore ประเมินว่ามีมูลค่าสูงถึง 45 พันล้านบาท ในปี 2567 โดยเพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อนหน้า

การพัฒนาทักษะ และการเติบโตอย่างทั่วถึง

หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย คือระบบนิเวศดิจิทัล ซึ่งเปิดพื้นที่ให้สตาร์ตอัปได้เติบโตและสร้างนวัตกรรมอย่างเต็มศักยภาพ

ระหว่างปี 2555–2562 ดีแทคมีบทบาทสำคัญในการสร้างรากฐานของวงการสตาร์ทอัพไทย ผ่านโครงการ dtac Accelerate ซึ่งได้ให้การสนับสนุนแก่สตาร์ทอัพมากกว่า 60 รายในระยะเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว การจัดบูทแคมป์ พื้นที่ทำงานร่วมกัน ไปจนถึงแหล่งเงินทุนเพื่อเร่งการเติบโต การปรับตัว และการขยายตัวในระดับภูมิภาค 

ในอีกมิติหนึ่ง ดีแทคยังได้จับมือกับสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดตั้ง AI Lab เพื่อพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ให้กับคนรุ่นใหม่ ปูทางสู่การสร้างบุคลากรดิจิทัลของประเทศไทยในอนาคต

ขณะเดียวกัน โครงการ dtac B-Lab ที่เปิดตัวร่วมกับ Google Cloud ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ประกอบการ SME ไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี Cloud และ AI ได้ในต้นทุนต่ำ สนับสนุนให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอยู่รอดและแข่งขันได้ในเศรษฐกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทเลนอร์ ได้ทำงานผ่านดีแทคเพื่อส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยมีทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นระดับโลกของ เทเลนอร์ ด้านความปลอดภัยออนไลน์สำหรับเด็กและการยกระดับทักษะดิจิทัล (digital upskilling) ดีแทคร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง UNICEF และ Plan International จัดทำโครงการต่าง ๆ อาทิ การจัดเวิร์กชอปด้านความรู้ดิจิทัล การสนับสนุนครูเพื่อรับมือกับปัญหาการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ (cyber bullying) รวมถึงโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กผู้หญิงและเยาวชนหญิงในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย

นักเรียนจากเชียงใหม่ ใช้โซเชียลมีเดียขายอาโวคาโด ดันยอดขายพุ่ง 20 เท่า รายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น 3 เท่า

ดีแทคยังให้ความสำคัญกับแนวปฏิบัติด้านสุขภาพ ความปลอดภัย ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม (Health, Safety, Security, and Environment: HSSE) ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยยึดมาตรฐานสากลและหลักธรรมาภิบาลของ เทเลนอร์ ผ่านแนวทางปฏิบัติสำหรับซัพพลายเออร์ (Supplier Conduct Principles: SCP) ที่กำหนดให้ซัพพลายเออร์ทั้งในและต่างประเทศต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน HSSE ในระดับสูงสุด ควบคู่การเคารพสิทธิมนุษยชนและดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม

บทบาทใหม่กับทรู คอร์ปอเรชั่น

ในปี พ.ศ. 2566 เทเลนอร์เอเชีย และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ได้ผนึกกำลังควบรวมดีแทคกับ ทรู คอร์ปอเรชั่น ก่อกำเนิดบริษัทเทเลคอม-เทคโนโลยีชั้นนำของประเทศไทย โดยการควบรวมครั้งนี้มีมูลค่ารวมประมาณ 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นการควบรวมที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเป้าหมายเพื่อสร้าง “ผู้นำโทรคมนาคม” ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย ผ่านการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีสัดส่วน 30.3% เทเลนอร์เอเชีย มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์และหลักธรรมาภิบาลของทรู คอร์ปอเรชั่น ตลอดระยะเวลา 2 ปีหลังการควบรวมกิจการ ทรูสามารถสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน จากการผนึกจุดแข็งของทั้งสององค์กรได้อย่างลงตัว และสำหรับก้าวต่อไป ทรูมุ่งสู่เฟสใหม่ของการเติบโตภายใต้ 3 พันธกิจหลัก ได้แก่ การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง การใช้เทคโนโลยีสร้างความได้เปรียบ และการเสริมพลังให้กับทีมงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายแก่ลูกค้า พัฒนานวัตกรรม AI เพื่อคนไทยทุกคน และส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

เส้นทางสู่อนาคต

เทเลนอร์ มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยผ่านสายตาของผู้มีส่วนร่วมโดยตรง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ก้าวสู่สังคมที่เชื่อมต่อเต็มรูปแบบ ประชาชนมีความเข้าใจเทคโนโลยี และใช้บริการดิจิทัลในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย โดยในอนาคต ความต้องการด้านข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ เทเลนอร์ ในฐานะผู้ถือหุ้นของทรู คอร์ปอเรชั่น จะยังคงมีบทบาทสำคัญในการตอบสนองความต้องการเหล่านี้ พร้อมผลักดันให้องค์กรมีความพร้อมสำหรับอนาคตที่ความคาดหวังของผู้บริโภคและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงทิศทางของตลาดและเทคโนโลยี จะยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

บทบาทของ เทเลนอร์เอเชีย ในประเทศไทย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นผู้ลงทุน แต่ยังทำหน้าที่ในฐานะ “เจ้าของธุรกิจร่วมที่มีบทบาทเชิงรุก” ของทรู คอร์ปอเรชั่น โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ศักยภาพระดับโลก และประสบการณ์จากตลาดสากลมาสนับสนุนการดำเนินงาน ควบคู่กับการยกระดับธรรมาภิบาล และเปิดประตูสู่ความร่วมมือระดับนานาชาติ

การเตรียมทรู คอร์ปอเรชั่นให้พร้อมสำหรับอนาคต จำเป็นต้องยกระดับความสามารถและรูปแบบความร่วมมือที่ทันสมัย โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญคือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งล่าสุด เทเลนอร์ ได้เดินหน้าครั้งใหญ่เพื่อนำ AI มาใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งจากการร่วมพันธมิตรระดับโลกกับ Nvidia และการกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อการใช้งาน AI อย่างมีจริยธรรม

เทเลนอร์ มุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเป็นระบบ ผ่านการขับเคลื่อนจากระดับผู้นำสูงสุดขององค์กร และให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย และเพิ่มผลิตภาพของพนักงาน ทั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก การปรับโครงสร้างข้อมูล (data transformation) และแนวทางการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ ควบคู่การพัฒนาทักษะของบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมที่มีจริยธรรมและสามารถขยายผลได้ในระยะยาว

ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทรู คอร์ปอเรชั่น เทเลนอร์ ยังคงยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ โดยให้การสนับสนุนให้ทรูฯ ในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดหลักความโปร่งใส การดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม และแนวปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งสะท้อนผ่านการกำกับดูแลในระดับคณะกรรมการบริษัท ตลอดจนการมีส่วนร่วมให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ในเชิงปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

จากภารกิจแรกเริ่มที่การมุ่งเชื่อมผู้คนเข้าด้วยกัน วันนี้ เทเลนอร์เอเชีย กำลังยกระดับบทบาทสู่การเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล มุ่งเน้นความมั่นคง และสร้างการเติบโตอย่างทั่วถึง ในฐานะบริษัทระดับโลกที่เติบโตเคียงข้างคนไทยมากว่า 25 ปี เทเลนอร์เอเชีย ยังคงมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตดิจิทัลของคนไทยอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนก้าวไปด้วยกันสู่โลกที่ยั่งยืน เชื่อมต่อ และพร้อมรับอนาคตดิจิทัล